เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2558 พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ มูลนิธิเพื่อนหญิง สภาองค์กรชุมชนตำบลแกใหญ่ ชมรมแม่หญิง 4 จังหวัด บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ประชุมเชิงปฏิบัติการ “ท้องไม่พร้อม และลดความรุนแรงต่อเด็กสตรี” ณ หอประชุมวิชชาอัตศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเพิ่มศักยภาพเครือข่ายแม่หญิงทุกจังหวัด ซึ่งเป็นภาคประชาชน ที่มีหน้าที่บริการ จัดบริการด้านสังคมได้ตระหนักถึงปัญหาต่างๆ
ร้อยตำรวจโทหญิง ปณิดา คำแหง รองสารวัตร กลุ่มงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า เราต้องเริ่มจากสถาบันครอบครัวคือผู้ปกครองต้องมีส่วนร่วมในการดูแลบุตรหลานเพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะว่า ณ ปัจจุบันนี้สื่อต่างๆ เกิดขึ้นมาเยอะมากไม่ว่าจะเป็นสื่อโซเซียลต่าง ที่จะชักชวนไปในทางที่ไม่ดีง่ายขึ้น จากประสบการณ์ตรงที่เป็นพนักงานสอบสวนมา ปัญหาการข่มขืน กระทำชำเราต่างๆ เกิดจากสื่อโซเซียลต่างๆ หรือเฟซบุ๊คเป็นตัวกลางในการติดต่อกันระหว่างชาย-หญิงเพื่อการชวนกันไปในทางชู้สาวหรือทางที่ไม่ดีโดยที่ผู้ปกครองไม่ได้รับรู้จนกระทั้งเกิดการตั้งครรถ์ขึ้นมา ดังตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงที่จังหวัดอุบลฯ ผู้หญิงผู้ชาย อายุ 14 ปี ได้มีความสัมพันธ์กันลึกซึ้ง จนเกิดการตั้งท้อง 6 เดือน และได้มาร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สุดท้ายก็ตกที่ผู้ปกครองที่ต้องมารับปัญหา ฉะนั้นผู้ปกครอง พ่อแม่ต้องช่วยกันไม่ว่าจะเกิดปัญหาหรือไม่เกิดปัญหาเราต้องอุ้มชูเขา
นางสาว พิมพ์ลภัทร แสนกล้า เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ยุติความรุนแรง จังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้เกี่ยวกับเด็ก สตรี เป็นปัญหาที่แก้ไขยากมากเราต้องร่วมภาคีเครือข่ายทุกๆ ด้านตั้งแต่ระดับจังหวัดจนถึงระดับชุมชนเพื่อมาแก้ไขปัญหากันอย่างจริงจัง ส่วนบทลงโทษควรมีการลงโทษที่รุนแรงมากกว่านี้เพื่อปรามคนที่จะก่อเหตุกระทำชำเรา ลวนลาม ข่มขืน หรือแม้กระทั้งคนที่กระทำความรุนแรงต่อครอบครัว
นางนันทพร ทรงวิชา ประธานชมรมแม่หญิงจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ในสภาวะที่ประเทศไทยของเรา พยายามมุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรเพื่อแก้ปัญหาในทุกด้านที่เข้ามารุมล้อม ปัญหาการใช้ความรุนแรงโดยเฉพาะกับเด็กและสตรีเป็นอุปสรรค์ที่ขวางกั้นในการเจริญก้าวหน้าของชาติ บดบังอนาคตที่สดใสและลบเลือนภาพพจน์อันดีงานของสังคมไทยในสายดาประชาคมโลก เราทุกคนต้องหันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับการยุติความรุนแรง ต่อเด็กสตรีในทุกรูปแบบโดยเร็วที่สุด โดยทุกฝ่ายต้องให้ความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาอย่างจริงจังทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนทุกคน


