พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 955

IMG 6744“ปัจเจกชนต้องการความเป็นอิสระ คิด ทำ ตามที่ใจปราถนา แต่จำเป็นต้องเชื่อมโยงกับผู้อื่นอย่างมีความหมาย”รศ.ดร.ปาริชาติ วลัยเสถียรประธานมูลนิธิพัฒนาอีสาน กล่าวถึงแนวคิดพลเมืองจัดการตนเอง ในเวทีเสวนา “พลังพลเมืองสุรินทร์จัดการตนเอง” วันที่ 3 มิถุนายน 2558 ที่ห้องประชุมมูลนิธิพัฒนาอีสาน ตำบลตาอ็อง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งจัดโดยคณะทำงานขับเคลื่อนพลังพลเมืองจัดการตนเองจังหวัดสุรินทร์ เพื่อแลกเปลี่ยนถึงสถานการณ์จังหวัดสุรินทร์ คนสุรินทร์จะกำหนดอนาคตอย่างไร ในการพัฒนาประชาธิปไตยจากฐานล่างกับการสร้างพลังพลเมืองบนฐานของอะไร และจะมีทิศทางขับเคลื่อนอย่างไร ซึ่งมีภาคีเครือข่ายองค์กรชุมชน ภาคประชาสังคมสุรินทร์ เข้าร่วมประมาณ 50 คน  

รศ.ดร.ปาริชาติ กล่าวว่า แนวโน้มสำคัญของสังคมในขณะนี้ เรื่องการกระจายอำนาจหลายภาคส่วนเห็นว่าอำนาจ และผลประโยชน์ ไม่ควรรวมศูนย์อยู่ที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ไม่กระจุกตัวอยู่ที่ใดที่หนึ่ง แต่ควรมีการกระจายตัวออกไป เพื่อถ่ายเทให้เกิดความสมดุล คล้ายระบบของร่างกาย ขณะนี้เรากำลังอยู่ในยุคของการประสานความร่วมมือ

ซึ่งภาคส่วนที่สามที่มิใช่ภาครัฐและธุรกิจอุตสาหกรรมที่คอยชี้นำสังคมมาเนิ่นนาน แต่สังคมก็ไม่ได้ร่มเย็น จะเป็นส่วนสำคัญในการลุกขึ้นมามีบทบาทกำหนดสังคม นั่นก็คือภาคประชาชนที่จะต้องมีบทบาทในการเสนอการเปลี่ยนทิศทางสังคม คนเล็กคนน้อยต้องมีปากเสียงในการเสริมพลังทางสังคม

“ในเรื่องการจัดการตนเองของชุมชน ท้องถิ่น และภูมิภาค เรื่องการจัดการตนเองนั้นได้เริ่มขึ้นในวงการสาธารณสุข ที่ผู้ป่วยต้องดูแลตัวเองเป็นเบื้องต้น กับเรื่องของการช่วยเหลือตนเอง ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเป็นการมองเรื่องปัจเจก ซึ่งการเปลี่ยนแปลงปรับตัวเริ่มที่ตนเอง แต่บางปัญหาทางสังคมนั้นไม่ได้เกิดจากปัจเจกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากโครงสร้างทางสังคม สิทธิ ภาษี การเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ ฯลฯ มากไปกว่าการพึ่งพาตนเอง การช่วยเหลือตนเอง แต่การแก้ปัญหาต้องมองโครงสร้างทางสังคมด้วย มองความเชื่อมโยงทั้งหมดจึงจะเข้าใจในเรื่องการจัดการตนเอง”  

IMG 6763รศ.ดร.ปาริชาติ กล่าวต่อว่า การขับเคลื่อนพลังทางสังคมด้วยความรู้ และพลังการเชื่อมประสาน เรื่องเอกภาพบนความหลากหลายเป็นส่วนสำคัญ โดยเกิดขึ้นได้จากการสานความหลากหลายนั้นเข้ามาร่วมกัน แม้โดยธรรมชาติปัจเจกชนต้องการความเป็นอิสระ อยากคิดอยากทำตามที่ใจปราถนา แต่ก็จำเป็นต้องเชื่อมโยงกับผู้อื่นอย่างมีความหมาย เสริม สาน สร้างสรรค์ให้งอกงามอย่างไรนั่นคือสิ่งที่เราต้องช่วยกันทำ ทำอย่างไรถึงก้าวข้ามความต้องการเฉพาะตนได้ ซึ่งจัดการความรู้ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจัดการความสัมพันธ์ของคนนับเป็นเรื่องยากยิ่ง ต้องก้าวข้ามความเห็น ความต้องการ ความพอใจเฉพาะตน ทำอย่างไรจะโอบกอดความแตกต่างไว้ได้และแปรไปสู่พลังของการเปลี่ยนแปลง

ฐานคิดของการจัดการตนเอง ฐานคืออำนาจในการตัดสินใจกำหนดอนาคตตนเอง ตลอดมาเราถูกกำกับด้วยโครงสร้าง การประสานพลังร่วม เริ่มจากการมีเป้าหมายร่วมของภาคีต่างๆ โดยมีจุดมุ่งหมายที่เป็นความสุขร่วมกันและต้องมีการกำหนดขอบเขตในการจัดโครงสร้างความสัมพันธ์ของบุคคล ครอบครัว ชุมชน ตำบล อำเภอจังหวัด ประเทศ ต้องมีกำหนดขอบเขตในพื้นที่ให้ชัดเจนอย่างไร ทั้งข้อมูล แผนร่วม การจัดระบบงาน การแบ่งคนแบ่งทีมทำงาน รวมถึงงบประมาณ ซึ่งระดับต่างๆ นั้นเกี่ยวข้องกับกฏหมาย โครงสร้าง อำนาจหน้าที่ ยิ่งนอกเหนือชุมชนขึ้นไปจะมีความซับซ้อนมากขึ้น เราอาจออกแบบตามเงื่อนไขปัจจัยในแต่ละระดับ

IMG 6723ส่วนการขับเคลื่อนในระดับจังหวัดภาคประชาสังคมสุรินทร์จะจัดทัพกันอย่างไร กำหนดเป้าหมายร่วม จุดมุ่งหมาย สร้างในเกิดการแชร์ข้อมูล ใช้ข้อเท็จจริงจะช่วยคลี่คลายได้มากเพราะข้อมูลจะบอกทิศด้วย ทำให้รู้ลำดับ ความสำคัญเร่งด่วนของงานได้ เมื่อเรารับรู้ร่วมกันว่าอะไรเกิดขึ้นกับสุรินทร์ คนสุรินทร์มีต้นทุนอย่างไรซึ่งอาจเริ่มจากประเด็นงานให้เกิดการเชื่อมร้อยคน เห็นรูปธรรม เห็นคน เห็นความสำเร็จ และค่อยขยายการมองภาพที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งในการจัดการตนเองนั้น “การจัดการความรู้ไม่ยากเท่า การจัดความสัมพันธ์ของคน” อย่าหยิบเรื่องที่เรียกแขก อย่านำเรื่องที่วงแตกมาทำก่อน รศ.ดร.ปาริชาติ กล่าวในตอนท้าย

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter