วันที่ ๑๑ มิ.ย. ๒๕๕๘ ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดน่าน ร่วมกับภาคีหลายภาคส่วนในจังหวัด ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด วิทยาลัยชุมชน สภาพัฒนาการเมือง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) เครือข่ายคนน่านจัดการตนเอง ฯลฯ จัดเวทีสัมมนาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน "จากรักษ์ป่าน่าน สู่น่านน่าอยู่คู่ป่าต้นน้ำฯ จังหวัดน่าน" พร้อมทำบันทึกความร่วมมือ ๑๕ ตำบล ในการขับเคลื่อนข้อบัญญัติตำบลว่าด้วยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถวายต่อสมเด็จพระเทพฯ ณ วิทยาลัยชุมชนน่าน จ.น่าน โดยได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีและปาฐกถาพิเศษ เรื่องการสนับสนุนภาคประชาชน ในจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านบันทึกความร่วมมือฯ และข้อบัญญัติท้องถิ่นฯ ว่าด้วยการจัดการทรัะยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตามวิถีคนน่าน เพื่อชุมชนคนลุ่มน้ำน่านและลุ่มน้ำเจ้าพระยา
พลเอกดาวพงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปาฐกถาพิเศษในครั้งนี้ว่า การแก้ปัญหาที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของรัฐจะแก้ปัญหาโดยตนเอง และบังคับให้ประชาชนต้องทำตาม การบังคับประชาชนจะเกิดผลเสียถ้าเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติไม่ดี ถ้าได้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความสามารถก็ทำงานร่วมกับประชาชนได้ ถือเป็นสิ่งที่ท่านทำดีแล้ว ผมจะไม่ยอมให้ประชาชนคนน่านแซงหน้าผม เพราะฉะนั้นผมต้องสนับสนุนท่าน ท่านศึกษาและทำมาเยอะแล้ว ประเด็นที่สำคัญคือทุกภาคส่วนมีความเต็มใจที่จะเข้ามาร่วม ขอเล่าให้ฟังในครั้งที่ผมมีโอกาสเข้าร่วมงานพิธีแต่งงานที่หาดไม้ขาว ผมยืนอยู่ที่สนามบินพบว่ามีการบุกรุกป่าเป็นเขาหัวโล้น จึงได้ประสานไปยังนายก อบต.เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจ ซึ่งพบว่า อบต.เป็นผู้เซ็นอนุมัติ แต่เป็นคนละแปลงกัน อบต.สั่งระงับจึงไม่ได้ทำอะไรต่อ ซึ่งที่ผมคิด คือ คนในท้องถิ่นต้องเป็นคนรักษาทรัพยากร สิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย เป็นเรื่องที่คนในท้องถิ่นกระทำ
“คนน่านทำได้ถูกต้องแล้วในเรื่องของแผนที่ซึ่งมีปัญหา โครงการแผนที่ทำเกือบเสร็จแล้ว ซึ่งหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องไปแก้กฎหมาย เมื่อเห็นแผนที่ของน่านที่ทำแล้วพบว่ามีปัญหา ดังนั้นจะต้องแก้ไขทันที โดยต้องทำให้แผนที่อุทยานแห่งชาติและป่าไม้นั้นตรงกันก่อน ทำเส้นแบ่งให้ตรงกัน แล้วตกลงเรื่องเส้นแบ่งเขตของแต่ละส่วนงาน ให้ท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน มาร่วมดูเส้นแผนที่ให้ตรงกัน สิ่งที่คนน่านทำ จะเกิดโมเดลการแก้ปัญหาทำลายป่าของทั้งประเทศ คนน่านทำแล้วเห็นรูปธรรมในการหาทางแก้ด้วยกัน มีการพูดคุยกัน เจอกันตรงกลาง ลดพื้นที่ลง โดยคนไทยในพื้นที่น่านต้องมีการจัดการร่วม คนน่านเป็นกลุ่มพลังที่แข็งแรง ที่จะแก้ปัญหาเขาหัวโล้นได้ ซึ่งตรงกับนโยบายของรัฐและกระทรวงฯ”
นางฑิฑัมพร กองสอน สมาชิก สปช.จังหวัดน่านและผู้แทนเครือข่ายคนน่านจัดการตนเอง ระบุว่า ภาคประชาชนรากหญ้าต้องการมีส่วนร่วมกับภาครัฐ ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ต้นน้ำน่าน ต้นน้ำยม อย่างยั่งยืนและอย่างแท้จริง โดยผ่านกระบวนการลงนามในบันทึกความร่วมมือและข้อบัญญัติท้องถิ่นว่าด้วยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นับตั้งแต่วันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๗ ณ จังหวัดทหารบกน่าน และวันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ณ ศาลากลางจังหวัดน่าน ร่วมมือกับทุกภาคส่วน จำนวน ๔๗ หน่วยงานด้วยกัน จนเกิดข้อบัญญัติและเทศบัญญัติที่เสร็จสมบูรณ์แล้วจำนวน ทั้งสิ้น ๑๕ ตำบล ที่พร้อมจะทูลเกล้าถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี
“เครือข่ายคนน่านจัดการตนเอง ได้ร่วมดำเนินงานกับพี่น้องประชาชนและหน่วยงานในท้องที่ท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ได้พบเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อาทิเช่น ชาวบ้านค้นพบข้อเท็จจริงจากการทำข้อมูลว่าขณะที่ชาวบ้านได้ใช้เครื่องมือ GPS สำรวจรายแปลงนั้นได้พบว่า ทำไมมีนายทุนครอบครองพื้นที่มากขนาดนี้ และทำไมถึงสามารถครอบครองได้ หรือ ทำไมพบการออกเอกสารสิทธิที่ดินทำกิน น.ส.๓ ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติได้ การทำงานครั้งนี้ยังได้สร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับคณะทำงาน กล่าวคือ พวกเราในพื้นที่สามารถสร้างความสุข ความสามัคคี ในชุมชนที่มีกลุ่มชาติพันธุ์ หลายชนเผ่า ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีความขัดแย้งกันมาโดยตลอด แต่พอมาทำข้อบัญญัติร่วมกัน กลับทำให้ทุกคนลืมข้อบาดหมางและข้อขัดแย้ง ลืมอดีตที่เลวร้ายลง จนเดินหน้าทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถลดความขัดแย้งระหว่างภาครัฐและชุมชนได้เป็นอย่างดียิ่ง เช่น ต.สะเนียน อำเภอเมืองน่าน เป็นต้น”
ในการนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสนับสนุนกระบวนการทำงานตามนโยบาย ในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินฯ จังหวัดน่าน โดยให้หน่วยงานที่สังกัดกระทรวงทรัพยากรฯต่างๆ ร่วมมือกับภาคประชาชนและประชาสังคม และใช้แนวทางของจังหวัดน่าน เป็นโมเดลในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินฯ สู่จังหวัดอื่นๆ ต่อไป



