
คลองลาดพร้าว-คลองเปรมประชากร/ เร่งก่อสร้าง “บ้านประชารัฐริมคลอง” ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญรื้อบ้านออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนหมดแล้ว ขณะนี้กำลังก่อสร้างบ้านเฟสแรก 4 หลังจากทั้งหมด 64 หลัง คาดจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ ด้านชุมชนบางบัวร่วมใจพัฒนากำลังรื้อย้ายและสร้างบ้านเฟสที่สองอีก 54 หลัง หลังจากเฟสแรกเสร็จไปแล้ว 28 หลัง ขณะที่ชุมชนแจ้งวัฒนะ 5 ริมคลองเปรมฯ ใช้วิธีสร้างบ้านสำเร็จรูปด้วยโครงเหล็กจะเปิดบ้านตัวอย่าง 2 หลังแรกให้ชาวชุมชนต่างๆ ที่สนใจเข้าดูกลางเดือนพฤษภาคมนี้
หลังจากที่ชาวชุมชนริมคลองลาดพร้าว 5 ชุมชน คือ ศาลเจ้าพ่อสมบุญ เพิ่มสินร่วมใจ (เขตสายไหม) บางบัวร่วมใจพัฒนา (เขตหลักสี่) หลังกรมวิทย์ และวังหิน (เขตจตุจักร) ได้รับสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมาเพื่อก่อสร้าง “บ้านประชารัฐริมคลอง” โดยชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ (ซอยพหลโยธิน 54) ถือเป็นชุมชนนำร่องและได้เริ่มรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวคลองและแนวก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตป้องกันน้ำท่วม แล้วเริ่มก่อสร้างบ้านใหม่ โดยมีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธียกเสาเอกไปแล้วเมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมานั้น ล่าสุดในขณะนี้ (10 พฤษภาคม 2559) การก่อสร้างบ้านประชารัฐริมคลองมีความคืบหน้าไปตามลำดับขั้น
นายอวยชัย สุขประเสริฐ ประธานชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ กล่าวว่า การก่อสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน 4 หลังคืบหน้าไปแล้วประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ โดยขณะนี้กำลังขึ้นโครงสร้างบ้านชั้นที่ 2 และคาดว่าบ้านเฟสแรกจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ขณะเดียวกันการรื้อถอนบ้านเรือนออกจากแนวเขื่อนเพื่อปรับผังชุมชนใหม่นั้นได้รื้อบ้านออกหมดแล้ว ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างปรับหน้าดินและแบ่งแปลงที่ดิน หลังจากนั้นจึงจะเริ่มตอกเสาเข็มเพื่อทยอยสร้างบ้านอีก 60 หลัง ซึ่งหากเป็นไปตามแผนงานการก่อสร้างบ้านใหม่ทั้งชุมชนจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนปีนี้

ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญมีบ้านที่จะก่อสร้างใหม่รวมทั้งหมด 64 หลังคาเรือน เป็นชุมชนนำร่องในการรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนในคลองลาดพร้าว โดยชุมชนมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 3 ไร่ 245 ตารางวา ได้รับสัญญาเช่าระยะเวลา 30 ปีจากกรมธนารักษ์ ในอัตราตารางวาละ 1.50 บาท/เดือนเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2559 ต่อมาในวันที่ 20 มีนาคม ชาวชุมชนจึงเริ่มทยอยรื้อบ้านออกจากแนวเขื่อน โดยมีช่างชุมชนซึ่งเป็นอาสาสมัครจากชาวบ้านในชุมชนต่างๆ มาช่วยกันรื้อบ้าน และเริ่มก่อสร้างบ้านใหม่หลังจากพิธียกเสาเอกในวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา
สำหรับแบบบ้านจะมีทั้งหมด 3 แบบ คือ บ้านชั้นเดียว ขนาด 4 X 6 ตารางเมตร, บ้าน 2 ชั้น ขนาด 4 X 6 ตารางเมตร และบ้าน 2 ชั้น ขนาด 6 X 6 ตารางเมตร ราคาก่อสร้างประมาณ 186,910-369,142 บาทต่อหลัง ซึ่งที่ผ่านมาชาวบ้านได้ร่วมกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้านครอบครัวละ 600-800 บาทต่อเดือน ส่วนที่เหลือจะใช้สินเชื่อจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ผ่อนส่งประมาณ 1,287-2,537 บาทต่อเดือน ระยะเวลาผ่อนส่ง 15 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี ทั้งนี้การก่อสร้างบ้านใหม่ทั้ง 64 หลังจะใช้การว่าจ้างบริษัทรับเหมาเอกชน รวมทั้งมีช่างชุมชนริมคลองมาร่วมก่อสร้างบ้านด้วย
พันโทสมชาย จินต์ประยูร ประธานชุมชนบางบัวสะพานไม้ 1 ในฐานะช่างชุมชนริมคลอง กล่าวว่า การก่อสร้างบ้านประชารัฐริมคลองในชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญนอกจากจะมีช่างจากบริษัทรับเหมาแล้ว ยังมีช่างชุมชนริมคลองซึ่งเป็นชาวบ้านจากชุมชนต่างๆ เข้ามาร่วมก่อสร้างบ้านด้วยประมาณ 40 คน ทั้งนี้ช่างชุมชนฯ จะได้รับค่าแรงไม่ต่ำกว่าวันละ 350 บาท หากเป็นช่างฝีมือจะได้ค่าแรงวันละ 500 บาท ถือเป็นการส่งเสริมให้ชาวชุมชนมีรายได้มีงานทำ นอกจากนี้การใช้ช่างชุมชนฯ ก็จะทำให้ต้นทุนในการก่อสร้างบ้านถูกกว่าการจ้างบริษัทรับเหมาไม่ต่ำกว่าหลังละ 100,000 บาท
“ต่อไปเราอาจจะรวบรวมช่างชุมชนฯ ซึ่งมีทั้งหมดประมาณ 90 คนมารับเหมางานก่อสร้างบ้านประชารัฐในชุมชนริมคลองต่างๆ ที่กำลังจะรื้อย้ายและก่อสร้างบ้านใหม่ เพราะนอกจากจะทำให้ชาวบ้านมีงานทำแล้ว ยังช่วยให้ต้นทุนการสร้างบ้านลดลงอีกด้วย” พันโทสมชายกล่าว

สำหรับการก่อสร้าง “บ้านประชารัฐริมคลอง” ที่ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญนี้ พอช.ได้สนับสนุนงบประมาณด้านสาธารณูปโภคจำนวน 1,950,000 บาท งบพัฒนาที่อยู่อาศัยรวม 1,625,000 บาท และงบบริหารจัดการรวม97,500 บาท นอกจากนี้หน่วยงานต่างๆ ยังร่วมสนับสนุนการก่อสร้างบ้านด้วย เช่น สำนักงานเขตสายไหมนำรถบรรทุกมาช่วยขนวัสดุจากการรื้อย้ายบ้านไปทิ้ง ทหาร คสช.ในพื้นที่นำกำลังตรวจเยี่ยมชุมชน ส่วนการก่อสร้างบ้าน ชุมชนจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ เข้ามารับผิดชอบและร่วมตรวจสอบ เช่น ฝ่ายช่าง ฝ่ายจัดซื้อวัสดุ ฝ่ายตรวจสอบ ฯลฯ ทั้งนี้ตามแผนงานการก่อสร้างจะแบ่งพื้นที่ส่วนกลางเพื่อจัดทำเป็นสวนหย่อม มีท่าเรือ มีทางเดินเท้าและจักรยานเลียบคลองความกว้างประมาณ 3 เมตร
เรือตรีสุจิต อาจปรุ ประธานชุมชนบางบัวร่วมใจพัฒนา (สะพานไม้ 2) คลองลาดพร้าว เขตหลักสี่ กล่าวว่า ขณะนี้การก่อสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน 28 หลังได้เสร็จสมบูรณ์และมีชาวบ้านเข้าอยู่อาศัยแล้ว ส่วนการก่อสร้างบ้านเฟสที่สองจำนวน 54 หลังนั้น ขณะนี้ได้รื้อย้ายบ้านที่ปลูกสร้างอยู่ริมคลองออกมาจากแนวเขื่อนเพื่อปรับผังชุมชนใหม่ โดยพื้นที่บางส่วนได้ถมดิน ปรับพื้นที่ และตอกเสาเข็มเพื่อเตรียมงานเทปูนก่อฐานรากแล้ว คาดว่าเฟสที่สองจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 เดือน หรือแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนปีนี้ หลังจากนั้นจะทยอยสร้างบ้านเฟสต่อไปให้แล้วเสร็จภายในปี 2560 รวมทั้งหมด 173 หลัง
ชุมชนบางบัวร่วมใจพัฒนามีบ้านเรือนทั้งหมด 206 หลัง เข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อสร้างบ้านใหม่จำนวน 173 หลัง ได้รับสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา รวมเนื้อที่ทั้งหมด 8 ไร่เศษ อัตราค่าเช่าตารางวาละ 1.25 บาทต่อเดือน ระยะเวลาเช่า 30 ปี ทั้งนี้ชุมชนได้เริ่มรื้อถอนบ้านเรือนออกจากแนวริมคลอง (ระยะความกว้างของคลอง 25 เมตร) เพื่อก่อสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน 28 หลังตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2558
สำหรับแบบบ้านที่สถาปนิกชุมชนและชาวบ้านช่วยกันออกแบบนั้น มีทั้งหมด 5 แบบ แต่ที่ชาวบ้านเลือกส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ขนาด 5 X 7.50 ตารางเมตร ราคา 286,174 บาท อัตราผ่อนส่งเดือนละ 2,219 บาท ระยะเวลา 15 ปี นอกจากนี้ก็มีบ้านเดี่ยวชั้นเดียว และบ้านแฝด 2 ชั้น ขนาดเท่ากัน คือ 4 X 7 ตารางเมตร ส่วนสินเชื่อที่จะขอใช้จาก พอช.นั้น ชุมชนเสนอขอสินเชื่อทั้งหมด 206 หลัง (รวมชาวบ้านที่ยังไม่เข้าร่วมด้วย) งบประมาณรวม 42 ล้านบาทเศษ พอช.สนับสนุนงบสาธารณูปโภค รวม 6.1 ล้านบาทเศษ และงบอุดหนุนการสร้างบ้าน รวม 5.1 ล้านบาทเศษ


นายกิตติชัย เรืองมาลัย ประธานชุมชนแจ้งวัฒนะ 5 ริมคลองเปรมประชากร เขตหลักสี่ กล่าวว่า ขณะนี้ชุมชนกำลังก่อสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน 9 หลัง เป็นบ้านสำเร็จรูปโครงสร้างเหล็ก ขนาด 2 ชั้น เนื้อที่ขนาด 4 X6 ตารางเมตร ใช้บริษัทรับเหมาก่อสร้างเอกชน ราคาค่าก่อสร้าง (รวมวัสดุและค่าแรง) หลังละ 297,600 บาท โดยภายในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ จะเร่งก่อสร้างบ้าน 2 หลังแรกให้แล้วเสร็จ เพื่อให้เป็นบ้านตัวอย่างเปิดให้ชาวชุมชนริมคลองต่างๆ ที่สนใจเข้ามาดูเพื่อเป็นทางเลือกในการก่อสร้างบ้านใหม่
“ข้อดีของบ้านสำเร็จรูปก็คือ การก่อสร้างจะเสร็จเร็ว เพราะหลังจากตอกเสาเข็มและเทพื้นปูนซีเมนต์แล้วก็สามารถสร้างบ้านได้เลย ใช้เวลา 45 วันเพื่อประกอบบ้านโครงสร้างเหล็กที่ชุบสารป้องกันสนิม ปลวกไม่ขึ้น นอกจากนี้ยังมีข้อดีที่วัสดุมีน้ำหนักเบา ขนย้ายง่าย เหมาะกับชุมชนริมคลองที่มีพื้นที่ไม่มากนัก โดยเฉพาะชุมชนแจ้งวัฒนะ 5 เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ อยู่ใกล้กับศูนย์ราชการ ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงใช้บ้านเป็นที่ค้าขาย เช่น ขายอาหาร ร้านชำ ร้านตัดผม ตัดเย็บเสื้อผ้า ชาวบ้านจึงอยากให้รื้อย้ายแล้วสร้างบ้านใหม่ให้เสร็จไวๆ เพื่อจะได้ค้าขายหรือประกอบอาชีพได้เร็ว จึงเลือกสร้างบ้านใหม่แบบสำเร็จรูป” นายกิตติชัยกล่าวและว่า ส่วนบ้านที่เหลืออีก 7 หลังจะก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้ หลังจากนั้นจะก่อสร้างบ้านเฟสใหม่อีก 8 หลัง และจะทยอยสร้างบ้านใหม่ต่อไปเรื่อยๆ
ชุมชนแจ้งวัฒนะ 5 เริ่มมีการรวมตัวจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา โดยออมเพื่อที่อยู่อาศัยรายละ 100 บาทต่อเดือน ออมหุ้นๆ ละ 100 บาท และค่าบริหารจัดการอีกเดือนละ 50 บาท มีสมาชิกจำนวน 93 ราย ในปี 2558 เมื่อรัฐบาลมีนโยบายจัดระเบียบคูคลอง ชุมชนแจ้งวัฒนะ 5 จึงรวมตัวกันจัดทำโครงการบ้านมั่นคงริมคลอง (ปัจจุบันเรียกว่า “บ้านประชาริมคลอง”) เริ่มมีการรื้อย้ายบ้านออกจากแนวคลองในเดือนสิงหาคม 2558 เพื่อจะสร้างบ้านเฟสแรก แต่ติดขัดปัญหาหลายด้าน ต่อมาในเดือนมีนาคม 2559 จึงเริ่มก่อสร้างบ้านจำนวน 9 หลัง

บ้านสำเร็จรูปที่ชุมชนแจ้งวัฒนะ 5 เป็นบ้านระบบโครงเหล็กสำเร็จรูป (Light Gauge Steel) ซึ่งเป็นเทคนิคจากประเทศสหรัฐอเมริกา มีโรงงานผลิตในประเทศจีน โดยบริษัทจะออกแบบบ้านตามที่ต้องการ จากนั้นจึงนำแบบมาขึ้นรูป โดยใช้เหล็กเคลือบสารป้องกันสนิม ขนส่งวัสดุมาทางเรือ แล้วนำโครงเหล็กมาประกอบเป็นบ้านด้วยการเชื่อมและยิงด้วยน็อต บุผนังด้วยวัสดุสังเคราะห์ (มีใยแก้วซับเสียง) มุงหลังคาด้วยเมทัลชีท ใช้ฝ้าฉาบเรียบ ส่วนประตูและหน้าต่างเป็นไม้ (กรมธนารักษ์กำหนดแบบประตูด้านหน้าเป็นบานเฟี๊ยมเพื่อความสวยงามเหมือนตึกแถวโบราณ)
ทั้งนี้ พอช.จะสนับสนุนเงินกู้เพื่อสร้างบ้านรายละไม่เกิน 300,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระคืน 15 ปี หรือผ่อนส่งประมาณเดือนละ 2,600 บาท นอกจากนี้ยังสนับสนุนงบประมาณสร้างบ้านรายละ 20,000 บาท งบบำบัดน้ำเสีย 2,000 บาท งบสาธารณูปโภครายละ 25,000 บาท และในระหว่างการก่อสร้างจะช่วยค่าเช่าบ้านครอบครัวละ 6 เดือนๆ ละ 3,000 บาท อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก พอช.สนับสนุนเงินกู้ไม่เกินรายละ 300,000 บาท ดังนั้นนอกจากค่าก่อสร้างบ้านสำเร็จรูปหลังละ 297,600 บาทแล้ว ชาวบ้านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเทพื้นปูนซีเมนต์และค่าซื้อประตูบานเฟี๊ยมอีกรายละประมาณ 70,000 บาทด้วย
ส่วนอัตราค่าเช่าที่ดินเนื้อที่รวมทั้งหมด 3 ไร่ 137 ตารางวา ในเบื้องต้นกรมธนารักษ์จะคิดค่าเช่าจากชาวบ้านประมาณรายละ 1,000 บาทต่อเดือน ซึ่งจะสูงกว่าชุมชนริมคลองอื่นๆ ที่เรียกเก็บไม่เกินตารางวาละ 2 บาทต่อเดือน เนื่องจากพื้นที่บริเวณชุมชนแจ้งวัฒนะ 5 อยู่ติดกับถนนใหญ่และใกล้กับศูนย์ราชการ กรมธนารักษ์ถือว่าเป็นพื้นที่เพื่อการพาณิชย์จึงเก็บค่าเช่าสูงกว่าพื้นที่เพื่อการอยู่อาศัย
สำหรับความคืบหน้าในการก่อสร้างบ้านประชารัฐริมคลองในชุมชนต่างๆ นั้น ชุมชนคนรักถิ่น ริมคลองเปรมประชากร เขตหลักสี่ เริ่มก่อสร้างบ้านเฟสแรกในเดือนมกราคม 2559 จำนวน 4 หลัง ขณะนี้อยู่ในระหว่างการขึ้นโครงสร้างชั้นที่ 2 คาดว่าเฟสแรกจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้ หลังจากนั้นจะทยอยก่อสร้างในเฟสต่อไป รวมทั้งหมด 104 หลัง จากจำนวนบ้านเรือนในชุมชนทั้งหมด 140 หลัง

ชุมชนวังหิน เขตจตุจักร จะเริ่มรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตฯ เพื่อก่อสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน 10 หลังภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 4 เดือน หลังจากนั้นจะทยอยก่อสร้างบ้านในเฟสต่อไป รวมบ้านที่จะก่อสร้างทั้งหมด 82 หลัง จากจำนวนบ้านเรือนในชุมชนทั้งหมด 94 หลัง
ชุมชนหลังกรมวิทย์ (กรมวิทยาศาสตร์ทหารบก) เขตจตุจักร จำนวน 120 หลัง ขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบผู้ที่มีสิทธิ์อยู่อาศัยเพื่อสร้างบ้านใหม่ คาดว่าจะเริ่มรื้อย้ายบ้านออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ และก่อสร้างบ้านเฟสแรกได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้
ชุมชนเพิ่มสินร่วมใจ เขตสายไหม 77 หลัง จะเริ่มรื้อย้ายบ้านออกจากแนวเขื่อนฯ ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ หลังจากนั้นจะเริ่มก่อสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน 38 หลัง
ชุมชนเลียบคลองสองโซน 3 เขตสายไหม จำนวน 124 ครัวเรือน เนื่องจากชุมชนเดิมไม่มีพื้นที่เพียงพอที่จะก่อสร้างบ้านใหม่จึงต้องจัดหาที่ดินแปลงใหม่ โดยในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการจัดซื้อที่ดินในซอยพหลโยธิน 46 จำนวน 5 ไร่เศษ หลังจากนั้นจึงจะเริ่มถมดินเพื่อก่อสร้างบ้านต่อไป
สุวัฒน์ กิขุนทด : รายงาน


