เขตจตุจักร/ นายไมตรี อินทุสุต ปลัด พม.เยี่ยมศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง พื้นที่ 5 เขตจตุจักร และเยี่ยมชุมชนคลองลาดพร้าว เผยรองนายกฯ ประวิตร วงษ์สุวรรณ ห่วงชุมชนที่รื้อย้ายออกจากริมคลองแล้วจะมีพื้นที่เหลือไม่พอสร้างบ้านรองรับชาวชุมชนได้ทั้งหมด เสนอแนวคิดสร้างตึกสูงริมคลอง โดยให้ กทม.ออกแบบและประสานกับมหาดไทยยกเว้น พ.ร.บ.ก่อสร้างและควบคุมอาคาร เพื่อให้ก่อสร้างอาคารได้ถูกกฎหมาย และให้สวยงามมีเอกลักษณ์เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวริมคลอง ด้าน ศปก.ทชค.พื้นที่ 5 วางแผน 12 ชุมชน 1,227 ครัวเรือน รื้อย้ายและก่อสร้างบ้านใหม่เสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2560

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2559 เวลา 10.00 น. นายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และคณะ ได้เดินทางมาที่ศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง (ศปก.ทชค.) พื้นที่ 4 เขตจตุจักร ซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานเขตจุตจักร ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อตรวจเยี่ยม ศปก.ทชค.พื้นที่ 4 และติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวในเขตจตุจักร โดยมีนายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้อำนวยการ ศปก.ทชค., นายธิปไตย ฉายบุญครอง หัวหน้า ศปก.ทชค. พื้นที่ 4, ตัวแทนเขตจตุจักร, สำนักการระบายน้ำ, คสช.ในพื้นที่ และผู้นำชุมชนริมคลองให้การต้อนรับ

นายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากพลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พม.ให้มาติดตามความคืบหน้าในการดำเนินโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง รวมทั้งดูข้อมูลในแต่ละชุมชน เนื่องจากแต่ละชุมชนก็มีข้อมูลที่แตกต่างกันตามสภาพพื้นที่ และความกว้างของคลองก็ไม่เท่ากัน อย่างไรก็ตาม ในแต่ละชุมชนหลังจากที่รื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวคลองแล้วก็จะมีพื้นที่เหลือให้สร้างบ้านใหม่ในชุมชนเดิมได้กว้างประมาณ 12 เมตร
“จากการประชุมร่วมกับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเมื่อเร็วๆ นี้ ท่านก็เป็นห่วงว่าพื้นที่ที่เหลือมีความกว้างประมาณ 12 เมตรอาจจะไม่เพียงพอหากก่อสร้างบ้านในลักษณะบ้านแถวหรือแนวราบ ท่านจึงเสนอแนวคิดเรื่องการก่อสร้างแบบตึกสูง เพื่อจะได้รองรับพี่น้องได้ทั้งหมด โดยจะให้ทาง กทม.ช่วยออกแบบ และประสานงานกับกระทรวงมหาดไทยเรื่องการยกเว้นพระราชบัญญัติการก่อสร้างและควบคุมอาคาร เพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ก็ควรจะออกแบบก่อสร้างให้สวยงามมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม เพื่อจะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวริมคลองต่อไป” ปลัด พม.กล่าว
นายธิปไตย ฉายบุญครอง หัวหน้า ศปก.ทชค. พื้นที่ 4 กล่าวว่า ชุมชนริมคลองในเขตจตุจักรมีทั้งหมด 12 ชุมชน รวม 1,227 ครัวเรือน ตามแผนงานในปี 2559 จะเริ่มรื้อย้ายและก่อสร้างบ้านใหม่ในที่ดินเดิมจำนวน 2 ชุมชน คือ ชุมชนวังหิน และหลังกรมวิทย์ รวม 202 ครัวเรือน โดยทั้ง 2 ชุมชนนี้ได้รับสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์แล้วตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา และในปี 2560 จะดำเนินการอีก 10 ชุมชน รวม 1,025 ครัวเรือน ซึ่งหากเป็นไปตามแผนงานการก่อสร้างบ้านใหม่ทั้ง 12 ชุมชนจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2560
“ขณะนี้ชุมชนวังหินได้เริ่มรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวคลองแล้วจำนวน 10 หลัง และหลังจากนั้นในเดือนกรกฎาคมจะเริ่มก่อสร้างบ้านเฟสแรก ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 4 เดือน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคมปีนี้ หลังจากนั้นจะทยอยก่อสร้างบ้านในเฟสต่อไป รวมบ้านที่จะก่อสร้างทั้งหมด 82 หลัง จากจำนวนบ้านเรือนในชุมชนทั้งหมด 94 หลัง ทั้งนี้ ศปก.พื้นที่ 4 จะมีคณะทำงาน 6 ชุดๆ ละ 10 คน ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ พอช. ,สำนักงานเขต,เครือข่ายชุมชน ตำรวจ และทหาร ลงไปสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านและสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย” นายธิปไตย กล่าว
ส่วนชุมชนหลังกรมวิทย์ (กรมวิทยาศาสตร์ทหารบก จำนวน 120 หลัง ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านได้รับรองสิทธิ์และตรวจสอบผู้ที่มีสิทธิ์อยู่อาศัยเพื่อจัดผังชุมชนและออกแบบบ้าน คาดว่าจะเริ่มรื้อย้ายบ้านได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้ โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จะสนับสนุนค่าเช่าบ้านให้แก่ชาวบ้านในระหว่างการรื้อย้ายและก่อสร้างบ้านใหม่เดือนละ 3,000 บาท ระยะเวลา 6 เดือน
หลังจากที่ปลัด พม.ได้รับฟังข้อมูลจาก ศปก.ทชค. พื้นที่ 4 แล้ว จึงได้เดินทางไปเยี่ยมชุมชนริมคลองลาดพร้าวในเขตจุตจักร คือชุมชนพหลโยธิน 32 และชุมชนวังหิน โดยมีผู้นำชุมชนและชาวบ้านกว่า 200 คนให้การต้อนรับ ทั้งนี้ชุมชนพหลโยธิน 32 มีประชากรประมาณ 1,600 คน รวม 227 ครัวเรือน อาศัยอยู่ในที่ดินริมคลองที่กรมธนารักษ์ดูแลจำนวน 127 ครัวเรือน อย่างไรก็ตาม ในจำนวนนี้เข้าร่วมโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยกับทาง พอช.จำนวน 87 ราย อีกประมาณ 40 รายมีความประสงค์ที่จะจัดทำโครงการฯ ร่วมกับสถาบันจัดการที่ดินแนวใหม่ 5 ภาค (สกทช.) โดยทั้ง 2 กลุ่มต่างก็จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ของตนเองขึ้นมาเพื่อเตรียมความพร้อมในการขอเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์เพื่อก่อสร้างบ้าน
นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง (ศปก.ทชค.) กล่าวว่า พอช.ในฐานะที่เป็นหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่สนับสนุนให้ชาวบ้านทุกคน ทุกกลุ่ม มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ในกรณีของชุมชนพหลโยธิน 32 ซึ่งชาวบ้านมีอยู่ 2 กลุ่ม พอช.ก็ยินดีที่จะสนับสนุนทั้ง 2 กลุ่ม แต่หากจะขอใช้สินเชื่อจาก พอช. ทุกกลุ่มก็จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของ พอช. เช่น ต้องมีกลุ่มออมทรัพย์และจัดตั้งเป็นสหกรณ์เคหสถาน จำกัด รวมทั้งจะต้องได้รับสัญญาเช่าที่ดินเพือก่อสร้างบ้านจากกรมธนารักษ์ด้วย

สุวัฒน์ กิขุนทด : รายงาน


