เขตสายไหม/ ชูชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญเป็นต้นแบบ “บ้านประชารัฐริมคลอง” บูรณาการการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน ทั้งรัฐและเอกชนร่วมสนับสนุนการพัฒนาชุมชน สร้างบ้านเสร็จทั้งชุมชนแล้ว 65 หลัง เตรียมขยายผลอีก 50 ชุมชน รวม 7,081 ครัวเรือน ขณะที่ รมว.พม.มอบทะเบียนบ้าน-บ้านกลาง สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน
ตามที่รัฐบาลมีนโยบายแก้ไขปัญหาชุมชนที่บุกรุกพื้นที่ริมคลอง โดยมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดทำแผนงาน “บ้านประชารัฐริมคลอง” เพื่อรองรับที่อยู่อาศัยของประชาชนริมคลอง และกทม.รับผิดชอบในการสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม ทั้งนี้การสร้างบ้านใหม่ได้เริ่มดำเนินการไปแล้วหลายชุมชนตั้งแต่ช่วงปี 2559 ที่ผ่านมา โดยมีชุมชนที่รื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวคลองและสร้างบ้านใหม่ในชุมชนเดิมเสร็จทั้งชุมชนแล้ว 1 ชุมชน คือชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ จำนวน 65 หลัง
ล่าสุดวันนี้ (2 กุมภาพันธ์ 2560) ที่ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญริมคลองลาดพร้าว ซอยพหลโยธิน 54 เขตสายไหม มีพิธีมอบทะเบียนบ้านจำนวน 64 ครัวเรือนให้แก่ชาวชุมชน และมอบบ้านกลางให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญจำนวน 1 หลัง โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธี มีตัวแทนหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วม เช่น นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ นายสมคิด สมศรี ผู้อำนวยการ กองอำนวยการร่วมพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองและริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา นายสมชาติ ภาระสุวรรณ รักษาการผู้อำนวยการ พอช. ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการ การเคหะแห่งชาติ ฯลฯ รวมทั้งสมาชิกเครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลองเข้าร่วมงานประมาณ 400 คน
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พม.กล่าวว่า รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวง พม.วางยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนทั้งประเทศ โดยมีข้อมูลว่า จำนวนครัวเรือนทั่วประเทศมีทั้งหมดประมาณ 25 ล้านครัวเรือน ในจำนวนนี้ขาดแคลนที่อยู่อาศัยประมาณ 4 ล้านครัวเรือน ซึ่งกระทรวง พม.ได้วางยุทธศาสตร์ 10 ปี เพื่อจะสร้างที่อยู่อาศัยของประชาชนให้ได้จำนวน 2,700,000 ครัวเรือน และภายใน 20 ปีประชาชนทั่วประเทศจะมีที่อยู่อาศัยอย่างครบถ้วน
ส่วนการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญถือเป็นต้นแบบในการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยราชการต่างๆ จำนวน 9 หน่วยงาน เช่น กระทรวง พม. คณะรักษาความสงบแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการคลัง กรมธนารักษ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรุงเทพมหานคร ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานของรัฐ เช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ รวมทั้งบริษัทเอกชนเข้ามาสนับสนุนการพัฒนาชุมชนแห่งนี้ จากเดิมที่มีสภาพเป็นชุมชนแออัด บ้านเรือนทรุดโทรม และสภาพแวดล้อมไม่ดี ตอนนี้ชุมชนมีบ้านใหม่ที่สวยงาม มั่นคง มีสนามเด็กเล่น มีสถานที่ออกกำลังกาย และต่อไปก็จะต้องมีการพัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาอาชีพ เพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้ ถือเป็นต้นแบบในการพัฒนาชุมชนริมคลอง เป็นความร่วมมือ ร่วมใจ ของหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เป็นโครงการประชารัฐอย่างแท้จริง
“ส่วนชาวชุมชนริมคลองลาดพร้าวกว่า 50 ชุมชน จำนวน 7,000 กว่าครัวเรือน พี่น้องอยู่กันอย่างยากลำบาก อยู่อย่างไม่ถูกต้อง เช่น กีดขวางทางระบายน้ำ ทำให้เกิดน้ำท่วม เมื่อรัฐบาลนี้มีโอกาสจึงต้องทำอย่างเต็มที่ และที่ผ่านมาได้สร้างเสร็จไปแล้ว 4 ชุมชน จำนวน 549 หลัง ส่วนที่ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญในวันนี้จะเป็นตัวอย่างในการขยายผลไปยังชุมชนอื่นๆ เพื่อให้ทำตาม เมื่อสร้างเสร็จชาวบ้านก็จะมีบ้านเป็นของตัวเอง ผ่อนถูก มีสิ่งแวดล้อมที่ดี มีความปลอดภัย และอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” รมว.พม.กล่าว และว่า ภายในสิ้นปีนี้จะดำเนินการในอีก 33 ชุมชน จำนวน 3,672 ครัวเรือน
อย่างไรก็ตาม นอกจากพิธีมอบทะเบียนบ้านและบ้านกลางให้แก่ชาวชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญแล้ว พล.ต.อ.อดุลย์ รมว.พม.และตัวแทนหน่วยงานต่างๆ ยังร่วมกันมอบทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนจำนวน40 ทุนๆ ละ 1,000 บาท มอบเก้าอี้รถเข็นสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้พิการจำนวน 5 คัน มอบผ้าห่มและเครื่องอุปโภคบริโภค 65 ชุด และมอบเงินทุนในการฝึกอาชีพให้แก่ชุมชนจำนวน 7,000 บาทด้วย
นายสมชาติ ภาระสุวรรณ รักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า พอช. ได้จัดทำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยบ้านประชารัฐริมคลอง เพื่อรองรับนโยบายของรัฐบาล ระยะเวลา 3 ปี (พ.ศ.2559-2561) มีเป้าหมาย 52 ชุมชน จำนวน 7,081 ครัวเรือน ใช้งบประมาณรวม 4,061 ล้านบาทเศษ โดยได้รับอนุมัติงบประมาณจากคณะรัฐมนตรีแล้วในปี 2559 ที่ผ่านมา ส่วนในปีนี้จะสนับสนุนการสร้างบ้านประชารัฐริมคลองอีก33 ชุมชน รวม 3,672 ครัวเรือน
“ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญเป็นชุมชนนำร่องตามโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง เนื่องจากคนในชุมชนมีความพร้อม และเห็นความสำคัญกับนโยบายของรัฐบาล โดยใช้เวลากว่า 1 ปีจึงสร้างบ้านเสร็จทั้งชุมชน รวม 65 ครัวเรือน ทั้งนี้การดำเนินการได้มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมทั้งมีการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน ถือว่าเป็นการทำงานร่วมในในรูปแบบประชารัฐ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายร่วมกัน คือ คืนความสุขให้คนคลอง คืนสายคลองให้คนเมือง” นายสมชาติกล่าว และย้ำว่า ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญจะเป็นก้าวแรกในการพัฒนาชุมชนอย่างรอบด้าน ทั้งดานการจัดระบบการอยู่อาศัยร่วมกัน การบริหารจัดการชุมชน การพัฒนาสิ่งแวดล้อม การพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และคนพิการ
นายอวยชัย สุขประเสริฐ ประธานชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ กล่าวว่า ชุมชนมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 3 ไร่ 2 งาน เช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ในเดือนมีนาคม 2559 ในอัตราผ่อนปรน ราคาตารางวาละ 1.50 บาท ระยะเวลา 30 ปี หลังจากนั้นจึงเริ่มรื้อย้ายและสร้างบ้านในเดือนเมษายน รวมทั้งหมด 65 หลัง เป็นบ้านกลาง 1 หลัง เพื่อให้ผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้และไม่มีลูกหลานดูแลได้อยู่อาศัย โดยชาวบ้านช่วยกันลงขันกันครัวเรือนละ 1,000 บาท ได้เงินทั้งหมด 64,000 บาท นำมาใช้สร้างบ้านกลาง
ส่วนบ้านทั่วไปมี 3 แบบ คือ 1. บ้านเดี่ยว1 ชั้น ขนาด 4 x 6 ตารางเมตร ราคา 186,910 ผ่อนชำระเดือนละ 1,287 บาท 2. บ้านแถว2 ชั้น ขนาด 4 x 6 ตารางเมตร ราคา 257,586 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 1,854บาท และ 3. บ้านแถว2 ชั้น ขนาด 6 x 6 ตารางเมตร ราคา 369,142 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 2,537 บาท ปัจจุบันชาวบ้านได้ร่วมกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์เคหสถานเพื่อบริหารจัดการที่อยู่อาศัย ใช้ชื่อว่า“สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงเพิ่มทรัพย์สินสมบุญ จำกัด” มียอดเงินสะสมรวม1,900,000 บาทเศษ
ทั้งนี้ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญได้รับงบสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจาก พอช. รวม 13,917,140 บาท งบสาธารณูปโภครวม 3,250,000 บาท งบอุดหนุนพัฒนาที่อยู่อาศัย รวม 1,625,000 บาท และงบช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ รวม 4,680,000 บาท และมีหน่วยงานต่างๆ เช่น ธอส. กรมกิจการผู้สูงอายุ ฯลฯ สนับสนุนการปรับภูมิทัศน์ชุมชน สร้างถังบำบัดน้ำเสีย ลานกีฬา อุปกรณ์การเล่นสำหรับเด็ก สนามเปตอง ฯลฯ
รายงานโดย งานสื่อสารองค์กร พอช.


