พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 2076

     สุพรรณบุรี ขบวนองค์กรในพื้นที่ภาคกลางตอนบนและตะวันตก  ทั้ง ๑๖ จังหวัด ร่วมกับจังหวัดสุพรรณบุรี ภาคีการพัฒนาและสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนร่วมกันจัดงาน “รวมพลังสร้างชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง สมัชชาองค์กรชุมชนภาคกลางตอนบนและตะวันตก” ระหว่าง ๑๙-๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๒ ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรี เขต ๑ โดยมีนายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมอดีตรองนายกรัฐมนตรี นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้นำชุมชนชุมชนจาก ๑๖ จังหวัด พร้อมผู้แทนหน่วยงาน เข้าร่วมงานกว่า ๘๐๐ คน

       นายสมศักดิ์ ภูรีศรีศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้กล่าวถึงการจัดงาน รวมพลังสร้างชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง ว่า เพื่อสรุปบทเรียนการดำเนินงานพัฒนาของขบวนองค์กรชุมชนในพื้นที่ภาคกลางตอนบนและตะวันตกและเสนอพื้นที่รูปธรรมงานพัฒนาที่ประสบความสำเร็จ  เพื่อเชื่อมโยงพลังองค์กรชุมชน เครือข่ายชุมชนและภาคีการพัฒนาในการกำหนดเป้าหมายและแนวทางการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นที่ส่งผลให้ประชาชนอยุ่เย็นเป็นสุข เพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนาของขบวนองค์กรชุมชน สร้างฐานความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นสู่การเปลี่ยนแปลงระดับนโยบาย และเพื่อสร้างพื้นที่ทางสังคมให้กับขบวนชุมชน   ซึ่งทางจังหวัดได้เห็นความเติบโตของขบวนการพัฒนาที่ดำเนินการโดยชุมชนท้องถิ่นมาโดยตลอดและพร้อมจะให้ความร่วมมือและสนับสนุนขบวนชุมชนต่อไป   

     นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ได้กล่าวเปิดงานและให้กำลังใจว่า หลังจากรับตำแหน่งมา 5 เดือน  มีความหนักใจในการบริหารเป็นอย่างยิ่ง ชื่อกระทรวงได้ บ่งบอกถึง การพัฒนาสังคม และต่อท้ายด้วยคำว่า ความมั่นคงของมนุษย์ ทำอย่างไรมนุษย์จะมีความมั่นคง เป็นคำถาม และภารกิจใหญ่ ถึงจะมีงบประมาณมากขนาดไหน ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือ การสร้างความเข้มแข็งและความมั่นคงเป็นไปได้ยาก เมื่อได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นรัฐมนตรี ก็ทำให้ระลึกถึง อ.ไพบูลย์ อดีตรัฐมนตรีฯ ซึ่งท่านสนใจเรื่องการพัฒนาสังคมมาตลอด ได้ไปกราบเรียนขอคำแนะนำว่า ท่านมีแนวทางในการทำงานทำอย่างไร จึงทำให้การพัฒนาชุมชนก้าวหน้าไปได้มาก ท่านแนะนำ สองประโยค คือ “การพัฒนาสังคมต้องถือชุมชนเป็นตัวตั้ง ประชาชนเป็นเป้าหมาย”  จึงได้นำมาเป็นแนวทางการทำงานตลอดมา  และขอชื่นชมจังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีผู้ว่าราชการเข้มแข็ง ที่ให้ความสำคัญเรื่องความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน   และหลังจากที่ได้เดินชมนิทรรศการงานพัฒนาของแต่ละจังหวัด  พบว่าส่วนใหญ่เกิดจากภูมิปัญญาที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อชุมชนท้องถิ่นโดยตรง จึงขอให้ชุมชนได้ ช่วยกันรักษาสิ่งที่ดีๆไว้ 

      ด้านกิจกรรมสำคัญในงาน  ได้แก่ขบวนเดินรณรงค์แสดงพลังการพัฒนาของขบวนองค์กรชุมชน ๑๖ จังหวัด   นิทรรศการแสดงผลการดำเนินงานของชุมชน    การทำบันทึกความมือเพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นระหว่างผู้แทนชุมชนกับ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  และภาคีการพัฒนาในพื้นที่  โดยมีรมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมฯร่วมเป็นสักขีพยาน

     ตามด้วยการกล่าวปาฐกถา “ชุมชน พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงสังคมจากฐานราก” โดย นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม อดีตรองนายกรัฐมนตรี  ซึ่งในช่วงหนึ่งของการกล่าวปาฐกถา นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ได้เสนอบันได ๔ ขั้นที่จะทำให้สมัชชาองค์กชุมชนประสบความสำเร็จคือ ๑.มีเป้าหมายที่ดีและชัดเจน ๒.มีตัวชี้วัดความสำเร็จที่ดีและชัด  ๓.มีวิธีการที่ดีและเหมาะสม และ ๔.มีการติดตามผลที่ดีและเหมาะสม นอกจากนี้มีการเสวนา “ รวมพลังสร้างชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง” ดำเนินการเสวนาโดยนายประพจน์ ภู่ทองคำ ผู้เข้าร่วมเสวนาประกอบด้วย นางรัตยา จันทรเทียร ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร นายสิน สื่อสวน ผู้ช่วยผู้อำนวยการพอช. นายวิโรจน์ พรมอ่อน นักวิชาการท้องถิ่น

 

     นายแก้ว สังข์ชู กรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และนายสุรเชษฐ์ ธีรัทธานันท์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี   นอกจากนี้ยังมีการเปิดห้องเรียนชุมชน เพื่อแลกเปลี่ยนสถานการณ์ปัญหา แนวทางสำคัญในการดำเนินงานพร้อมข้อเสนอเชิงนโยบายในเรื่อง สภาองค์กรชุมชน การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  การพัฒนาสวัสดิการชุมชนท้องถิ่น และการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยที่ดินทำกิน 
 

     ทั้งนี้ในพื้นที่ภาคกลางตอนและตะวันตกมีการดำเนินงานพัฒนาของขบวนชุมชนในด้านต่างๆครอบคลุมพื้นที่ ๑,๑๕๖ ตำบล จาก ๑,๔๔๘ ตำบล   ได้แก่งานสภาองค์กรชุมชน ๒๒๓ ตำบล แผนแม่ชุมชน ๒๙๐ ตำบล  รับรองสถานภาพองค์กรชุมชน ๔๓๙ ตำบล สวัสดิการชุมชน ๕๐๘ ตำบล  บูรณาการทุนชุมชน ๑๙๓ ตำบล ศูนย์เรียนรู้ ๒๓๐ ตำบล และการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยในพื้นที่ ๙๘ ชุมชน ๓๖ เมือง/เทศบาล ๑๔ จังหวัด  ในด้านการเชื่อมโยงและคณะทำงานของขบวนชุมชนมีการเชื่อมโยงประสานการทำงานทั้งระดับตำบล  จังหวัด และภูมินิเวศน์  เช่นการเชื่อมโยงของขบวนชุมชนในการอนุรักษ์และดูแลผืนป่าตะวันตกของ ๑๓๕ ชุมชน   ที่เป็นความร่วมมือของชุมชน กระทรวงทรัพยากรฯ มูลนิธิสืบนาคะเสถียรฯลฯ  การเชื่อมโยงของชุมชนในการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเล ๕ จังหวัด (อ่าว ก ไก่)  คือสมุทรสงคราม  สมุทรสาคร เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร  การเชื่อมโยงของชุมชนในการอนุรักษ์และฟื้นฟูลุ่มน้ำ ๙ สาย  (เจ้าพระยา ลพบุรี ป่าสัก สะแกกรัง ท่าจีน แคว แม่กลอง  ปราณ และลุ่มแม่น้ำเพชร )
 

     ในด้านทิศทางการทำงานของขบวนชุมชนเน้นเรื่องสำคัญ ๔ ด้านคือประการที่หนึ่งยึดยุทธศาสตร์การฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น  ที่มีพื้นที่การปฏิบัติงาน ๓ ระดับคือ ตำบล จังหวัด และภูมินิเวศน์   ประการที่สอง  ใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นเครืองมือในการบูรณาการงานประเด็นในพื้นที่  ประการที่สามเชื่อมโยงการทำงานกับองค์กรปกครองท้องถิ่น ราชการ นักวิชาการ  ภาคีการพัฒนา และประการที่สี่เน้นการพัฒนาระบบการบริหารจัดการที่ดีของขบวนชุมชน

     หมายเหตุ ๑๖ จังหวัดในกลุ่มภาคกลางตอนบนและตะวันตกได้แก่  ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี สระบุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง อยุธยา ราชบุรี กาญจนบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์

 




 

      อ่านรายละเอียดการกล่าวเปิดงานของรัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคม ฯ  และคำกล่าวปาฐกถา
“  ชุมชนพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงสังคมจากฐานราก  โดยนายไพบูลย์ วัฒนาศิริธรรม  ได้ที่นี่

ดาวน์โหลดคำกล่าวเปิดงาน

ดาวน์โหลดคำกล่าวปาฐกถา

ดาวน์โหลดเจตนารมย์

ดาวน์โหลดผลการสังเคราะห์ข้อมูล

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter