playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

ความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการบ้านมั่นคง เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2552

   รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการบ้านมั่นคง กิจกรรมสำคัญที่เกิดขึ้นในเดือน กรกฎาคม-สิงหาคม 2552 มีรายละเอียดดังนี้

1)  การแก้ไขปัญหาผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา               

     เมื่อวันที่ 21 กรกฏาคม 2552 ณ สำนักงานเทศบาลนครหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) โดยนายสยามนนท์ คำจันทร์ ผู้จัดการสำนักงานโครงการบ้านมั่นคง ได้เข้าร่วมประชุมหารือกับนายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่และคณะ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยคนจนเมืองในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ผลสรุปจากการหารือร่วมกันระหว่าง พอช.กับเทศบาลนครหาดใหญ่ มีข้อตกลงว่า จะร่วมกันแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ทั้งเมือง ซึ่งเบื้องต้นจะทำนำร่องในชุมชนนิพัทธิ์อุทิศ จำนวน 120 หลังคาเรือน ในรูปแบบย้ายไปสร้างชุมชนในที่ดินแปลงใหม่ใกล้กับที่ดินเดิม
เทศบาลนครหาดใหญ่ และ พอช. จะร่วมกันเจรจาขอเช่าที่ดินระยะยาวบริเวณอู่ตะเภากับการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินและได้มีการประสานงานในขั้นต้นไว้แล้ว ส่วนชุมชนรัชมังคลาภิเษก จำนวน 100 หลังคาเรือน จะขอเช่าที่ระยะยาวจากการรถไฟฯ เพื่อดำเนินโครงการบ้านมั่นคง ไทยเข้มแข็ง ในรูปแบบของการปรับปรุงที่อยู่อาศัยในที่ดินเดิม โดยจะมีการแต่งตั้งคณะทำงานร่วมกันในระดับเมือง ที่มีตัวแทนจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่น ทั้งภาครัฐ ภาคีพัฒนา และองค์กรชุมชนเจ้าของปัญหา เพื่อให้เทศบาลนครหาดใหญ่เป็นเมืองที่ปลอดสลัม และชาวชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

2)  นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเปิดศูนย์เรียนรู้โครงการบ้านมั่นคงชุมชนบางบัว

     เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2552 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายพฤติชัย ดำรงรัตน์ รมช.กระทรวงการคลัง คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางไปเปิดศูนย์เรียนรู้โครงการบ้านมั่นคงชุมชนบางบัวไทยเข้มแข็งที่ชุมชนบ้านมั่นคงบางบัวหลังกองการภาพ เขตบางเขน กรุงเทพมหานครมีผู้นำชุมชนที่ทำงานบ้านมั่นคงในเครือข่ายพัฒนาสิ่งแวดล้อมคลองบางบัว และจาก 7 ภูมิภาค ผู้นำชุมชนจากโครงการไทยเข้มแข็ง ผู้แทนหน่วยงานในพื้นที่ คณะดูงานจากประเทศแทนซาเนียที่มาศึกษาดูงาน การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยในประเทศไทย และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนร่วมงานกว่า 2,000 คน
หลังจากนั้นได้ร่วมเวทีแลกเปลี่ยนการทำงานกับชาวชุมชน และหน่วยงานที่มาร่วมงาน และกล่าวว่ารัฐบาลพร้อมแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชานเรื่องที่อยู่อาศัย และที่ดินทำกิน พร้อมให้ข้อมูลว่าเรื่องงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของชุมชนรอบแรกวงเงิน 1,000 ล้านบาท ในปี 2552 ว่าได้รับการอนุมัติเป็นที่เรียบร้อย เพราะทราบว่ามีชุมชนเป็นจำนวนมากที่พร้อมจะดำเนินการโครงการบ้านมั่นคงแต่ขาดงบประมาณในการสร้างบ้านและที่ดิน และชาวบ้านได้ทำงานเป็นกลุ่ม เครือข่ายเพื่อแก้ปัญหาของตนเอง ทำให้โครงการบ้านมั่นคงเดินหน้าไปเร็วมาก จึงได้ติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง โดยผู้นำชุมชนระบุว่างบประมาณก้อนแรกที่ครม.อนุมัติขณะนี้ชุมชนต้องใช้งบประมาณส่วนนี้อย่างเร่งด่วนไม่ต่ำกว่า 800 ล้านบาท จึงอยากให้รัฐบาลได้เร่งสนับสนุนงบประมาณที่จะเบิกจ่ายในปี 2553 และปีต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพราะเวลานี้มีชุมชนพร้อมที่จะดำเนินการไม่ต่ำกว่า 300 โครงการและมีชุมชนที่ยังเดือดร้อนอีกจำนวนมาก
      ในงานด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับชุมชน ตามที่ได้แต่งตั้งคณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติและอนุกรรมการชุดต่างๆ ขึ้นมาช่วยทำงานนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าการทำงานจะเอาปัญหาของประชาชนหรือเป้าหมายเป็นตัวตั้ง ที่ผ่านมาการแก้ปัญหาของชุมชนเมืองไปได้ค่อนข้างเรียบร้อย ส่วนในเรื่องการแก้ปัญหาที่ดินยอมรับว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันที เช่น ในที่ดินอุทยานแห่งชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎหมายต่างๆ แต่ถ้ามีการยอมรับกันในเรื่องโฉนดชุมชนและทำเรื่องโฉนดชุมชนให้ชัดเจนปัญหาจะคลี่คลาย ในเรื่องที่ดินนี้กระทรวงทรัพยากรฯ ได้ทำโครงการตรวจสอบที่ดินกรณีที่มีข้อพิพาทมาโดยตลอดทั้งหมด ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาได้อีกทางหนึ่ง

3) การสัมมนาเชิงปฏิบัติการระดับประเทศ เรื่อง “การเงินเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย”

     เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2552 ณ โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพมหานคร การเคหะแห่งชาติ ร่วมกับ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน UNESCAP และธนาคารอาคารสงเคราะห์ จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการระดับประเทศ เรื่อง การเงินเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย โดยการเคหะแห่งชาติ ได้เสนอรายงานระดับประเทศเรื่อง “ระบบการเงินเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยของประเทศไทย” รวมถึงการอภิปรายจากผู้ทรงคุณวุฒิในหัวข้อเรื่อง “ประเทศไทยมีความจำเป็นที่จะต้องขยายระบบการเงินเพื่อที่อยู่อาศัยให้ไปถึงผู้มีรายได้น้อยมากถึงน้อยที่สุดหรือไม่ และหากมีความจำเป็นจะมีวิธีการอย่างไร”

      ผู้อำนวยการ UN Habitat ได้กล่าวว่าที่ผ่านมาเราเดินทางผิด โดยคิดว่าแหล่งเงินทุนในการฟื้นฟูสลัมมาจากสหประชาชาติ หรือจากการบริจาคจากภายนอกประเทศ จะแก้ปัญหาสลัมในประเทศกำลังพัฒนาได้ แต่แท้ที่จริงการแก้ปัญหาชุมชนแออัด จะเป็นการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจภายในของแต่ละประเทศเอง ดังนั้นรัฐบาลแต่ละประเทศจึงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหานี้เอง ตัวแทนภาคธุรกิจเอกชนในรายการได้เสนอตัวอย่างว่าที่ประเทศเม็กซิโก มีการลงทุนก่อสร้างที่อยู่อาศัยในปริมาณมากๆ แม้เอกชนพยายามระบุว่าสำเร็จในแง่การลงทุน ก่อสร้าง ซื้อขายและทำให้คนมีบ้านได้จำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตามพบว่า 1) คนที่สามารถซื้อบ้านเอกชนได้นั้นไม่ใช่กลุ่มคนจนมากหรือคนในสลัม 2) ยังมีคนจนอีกจำนวนมหาศาลที่เข้าไม่ถึงระบบการกู้เงิน 3) การลงทุนของเอกชนทำให้ราคาบ้านจำเป็นต้องบวกค่าดำเนินการและกำไร และ 4) การก่อสร้างบ้านแบบกล่องจำนวนมหาศาลนั้น ได้กลายเป็นชุมชนเอกเทศที่แปลกแยกและไม่เป็นส่วนหนึ่งที่ดีของเมือง หลายคนอาจนึกถึงโครงการบ้านเอื้ออาทร ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อด้อยคล้ายที่ถกเถียงกัน (ต่างก็แต่ประเทศไทยมีประเด็นหัวคิวการเมืองเพิ่มเติม) ตัวแทนจากสถาบันที่อยู่อาศัยแบบพอเพียงนั้น กล่าวว่าสำหรับการแก้ปัญหาสลัมรัฐบาลจะต้องลงทุนประมาณ 2% ของงบประมาณ เช่น หากรัฐบาลไทยตั้งงบประมาณที่ 1 ล้านล้านบาท ในแต่ละปีก็จะต้องลงทุนฟื้นฟูสลัมทั่วประเทศ 2 หมื่นล้านบาท สอดคล้องกับที่คุณสมสุขอธิบายว่าเงินนั้นมีแต่ยังใช้ไม่ถูกที่ ที่สำคัญการฟื้นฟูชุมชนให้เป็นชุมชนน่าอยู่นั้น จะต้องเป็นเรื่องของทั้งเมืองและของคนจนเอง ซึ่งมีศักยภาพในการปรับปรุงชุมชนตนเองเพียงแต่ขาดโอกาสและแหล่งเงินกู้
     รวมถึงในปัจจุบันกระแสของธุรกิจเพื่อสังคม หรือ Corporate Social Responsibility (CSR) กำลังเป็นที่นิยม แต่จะนำมาเป็นแหล่งเงินทุนฟื้นฟูชุมชนแออัดได้นั้น ต้องให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าต่อบริษัท เช่น 1) มาตรการลดภาษีให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่สนับสนุนเงินทุนฟื้นฟูชุมชน นอกจากบริษัทจะได้รับการตอบแทนจากรัฐโดยการยกเว้นหรือลดภาษีแล้ว ยังสามารถเพิ่มทั้งภาพพจน์และสภาพแวดล้อมเมืองที่น่าอยู่ให้กับโครงการได้ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มและ Brand ให้กับโครงการ 2) มาตรการคิดค่าลงทุนฟื้นฟูชุมชน ผนวกในการเฉลี่ยค่าการลงทุนและจัดเก็บคืนจากเจ้าของที่ดิน ตามอัตราส่วนมูลค่าทรัพย์สินที่สูงขึ้นจากโครงการฟื้นฟูเมือง สำหรับการลงทุนฟื้นฟูเมืองรอบศูนย์คมนาคม การลงทุนจัดรูปพัฒนาที่ดินต่างๆ ที่จะทำให้ที่ดินราคาสูงขึ้นควรเพิ่มโอกาสการฟื้นฟูชุมชนแออัดไปด้วย เช่น ผังแม่บทพัฒนาย่านพาณิชยกรรมศูนย์กลางรอง รอบศูนย์คมนาคมพหลโยธิน (Bangkok CBD-2) เจ้าของที่ดินรายย่อยที่รวมแปลงที่ดินด้วยมาตรการฟื้นฟูเมืองและวิธีการจัดรูปที่ดิน จะได้สิทธิประโยชน์จากราคาที่ดินที่สูงขึ้น และยังสามารถสร้างอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่ได้ หากชุมชนแออัดจะต้องถูกฟื้นฟูหรือย้ายออกไปตั้งในที่ดินใหม่ ควรได้รับการสนับสนุนค่าลงทุนฟื้นฟูหรือย้ายออกจากค่าการลงทุนของโครงการ เป็นต้น เมื่อทุกคนเข้าใจสิทธิการอยู่อาศัยร่วมกันและได้รับประโยชน์ร่วมกัน เมืองย่อม "ไร้สลัม"


4)  รายงานความคืบหน้าการอนุมัติโครงการบ้านมั่นคง
      ณ ปัจจุบัน โครงการบ้านมั่นคงได้อนุมัติงบประมาณสนับสนุนการพัฒนากระบวนการในเมืองรวมแก่ 76 จังหวัด 260 เมือง/เขต 178 โครงการ จำนวนเงินรวม 132.52 ล้านบาท การสนับสนุนงบพัฒนาระบบสาธารณูปโภคแก่ 70 จังหวัด 247  เมือง/เขต 745โครงการ 1,319 ชุมชน 80,201 ครัวเรือน จำนวนเงิน 2,425.58 ล้านบาท งบบริหารจัดการการปรับปรุงชุมชน จำนวนเงิน 98.33 ล้านบาท งบสินเชื่อ 2,793.10 ล้านบาท โดยสามารถแยกเป็นพื้นที่ภาคได้ ดังนี้
 

ภาค

จำนวนโครงการ

จำนวนชุมชน

ครัวเรือน

งบสนับสนุนสาธารณูปโภค          (ล้านบาท)

บ้านกลาง,บ้านชั่วคราว,ศูนย์พักคนไร้บ้าน        (ล้านบาท)

งบสินเชื่อ                        (ล้านบาท)

งบบริหารจัดการ          (ล้านบาท)

งบพัฒนากระบวนเมือง (ล้านบาท)

กรุงเทพและปริมณฑล

266

        376

      33,428

 1,067.80

      52.34

 1,506.83

      43.08

       9.21

ภาคกลางบน

          38

          49

       2,830

      91.04

       2.64

    146.18

       3.76

       2.71

ภาคตะวันตก

          36

          57

       4,339

    131.49

       2.07

      44.01

       5.02

       0.77

ภาคตะวันออก

          46

          58

       4,878

    166.35

       3.93

    294.40

       6.18

       2.78

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

        176

        303

      14,529

    451.30

       8.75

    404.62

      19.42

      11.61

ภาคใต้

        101

        234

      11,117

    302.97

      20.83

    266.28

      11.96

      25.29

ภาคเหนือ

          82

        242

       9,080

    214.63

      44.84

    130.78

       8.91

       5.84

ส่วนกลาง

 

 

 

 

 

 

 

      74.31

รวม

        745

      1,319

      80,201

 2,425.58

    135.39

 2,793.10

      98.33

  132.52

สำนักงานโครงการบ้านมั่นคง
15  สิงหาคม  2552

                               

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter