สรุปสาระสำคัญการสัมมนา
“คิดใหม่ ทำใหม่ ทำให้บ้านมั่นคง”
วันที่ 4 มิถุนายน 2546 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
จากการที่รัฐบาลได้มีนโยบายการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย และสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัยให้แก่คนจนในเมือง จึงได้มอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนดำเนินโครงการบ้านมั่นคง โดยมีเป้าหมายสำคัญที่จะทำให้เกิดการแก้ไขปัญหาและสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัย ผู้อาศัยในชุมชนแออัดที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชน เพื่อให้เกิดการสร้างความเข้าใจในนโยบายของ รัฐบาล แนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ชุมชนท้องถิ่นเป็นแกนหลัก และสร้างแนวทางความร่วมมือของหน่วยงานสนับสนุนต่าง ๆ จึงได้มีการจัดสัมมนา “คิดใหม่ ทำใหม่ ทำให้บ้านมั่นคง” ขึ้น
การสัมมนาครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมรวม 1,224 คน แยกเป็นชาวชุมชนแออัดจากทุกภาค 1,077 คน หน่วยงานสนับสนุนต่าง ๆ 147 คน (นายอนุรักษ์ จุรีมาศ) ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้กล่าวเปิดการสัมมนา โดยมีสาระสำคัญส่วนหนึ่งว่าพร้อมจะนำความคิดของพี่น้องชุมชนไปทำให้เกิดการแก้ไขปัญหาร่วมกันในทางปฏิบัติ โดยไม่ติดยึดอยู่กับกรอบระเบียบกฎหมายเดิม ถ้าต้องแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้แก้ปัญหาได้ก็พร้อมที่จะทำ การเสวนา “แนวทางแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของคนจนในเมือง” ซึ่งมีผู้แทนชุมชนจาก 4 ภาค ผู้แทนหน่วยงานเจ้าของที่ดิน นายกเทศมนตรี องค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการ สมาชิกวุฒิสภา และพอช. ร่วมกันเสวนา ซึ่งประเด็นสำคัญจากการเสวนา ได้แก่
- ความหมายของ “บ้านมั่นคง” ที่ทุกคนเห็นว่าจะต้องหมายรวมถึงความมั่นคงในการอยู่อาศัย การทำมาหากิน วิถีชีวิต สภาพแวดล้อม การศึกษา การสาธารณสุขที่ดีขึ้น มีความเป็นชุมชนที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน รวมถึงความเป็นท้องถิ่นที่ทุกภาค ส่วน จะต้องมาร่วมกันแก้ไขปัญหา และพัฒนาให้ดีขึ้น
- การที่จะทำให้บ้านมั่นคง ชุมชนจะต้องร่วมกันสร้างองค์กรของชุมชนให้เข้มแข็ง มีการออม เริ่มทำจากชุมชน เชื่อมโยงเป็นเครือข่าย วางแผนทำงานร่วมกัน ประสานหน่วยงาน จะต้องยุติปัญหาการไล่รื้อเร่งด่วน ยกเลิกแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาชุมชน ให้ชุมชนเช่าที่ระยะยาว ให้ชุมชนได้รับข้อมูลและมีส่วนร่วมในการวางแผน ใช้โครงที่เป็นรูปธรรมสร้างความเข้าใจกับสาธารณะ ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนนโยบายการแก้ปัญหา โดยชุมชนท้องถิ่นเป็นหลัก
การประชุมกลุ่มย่อย 12 กลุ่ม แยกเป็นกลุ่มตามภาค 4 ภาค กลุ่มเจ้าของที่ดิน ได้แก่ ที่ดิน การท่าเรือแห่งประเทศไทย ที่ราชพัสดุ ที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ดินริมคูคลอง ที่ดินเอกชน ที่ดินสำนักงานทรัพย์สิน / กรมศิลปากร และกลุ่มหน่วยงานสนับสนุนระดับท้องถิ่นและส่วนกลาง โดยแต่ละกลุ่มได้แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ สิ่งที่ชุมชนกำลังทำอยู่ สิ่งที่ขบวนการ ชุมชนจะทำร่วมกันต่อไป ข้อเสนอต่อหน่วยงานสนับสนุน และนโยบายที่เกี่ยวข้อง สรุปสาระสำคัญจากการประชุมกลุ่มย่อยได้ ดังนี้ คือ
สิ่งที่ขบวนการชุมชนทำอยู่และจะทำต่อ
- สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในชุมชนที่เดือดร้อน โดยใช้การสำรวจข้อมูลครัวเรือน ชุมชน เมือง ภาค
- จัดกระบวนการสำรวจชุมชน วิเคราะห์ จัดทำแผนการปรับปรุงชุมชน
- สร้างกระบวนการตัวอย่าง เลือกชุมชนนำร่อง กระบวนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ศึกษาดูงาน
- จัดเวทีทำความเข้าใจ คณะกรรมการชุมชน และชาวบ้าน
- หาทีมงาน/แกนหลักในการขับเคลื่อน เชื่อมโยงเครือข่าย
- จัดทำแผนการพัฒนา/ปรับปรุงชุมชน
- ดำเนินกิจกรรมการพัฒนาชุมชน ออมทรัพย์ให้ต่อเนื่อง
- ประสานหน่วยงานสนับสนุน เพื่อให้ข้อมูลข่าวสาร
- จัดเวทีการประชุมหารือ กับหน่วยงานเจ้าของที่ดิน เช่น การรถไฟ ฯลฯ เพื่อเสนอปัญหาและความต้องการของชุมชน
สิ่งที่รัฐและหน่วยงานต้องให้การสนับสนุน
- การให้ความร่วมมือเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับที่ดินและอื่น ๆ ให้ชุมชนได้ทำความเข้าใจศึกษา
- พอช. ขยายการผ่อนสินเชื่อเป็น 30 ปี
- ประชาชนมีส่วนร่วมในการทำผังเมือง แผนพัฒนาท้องถิ่น
- ให้มีคณะกรรมการแก้ไขปัญหาชุมชนระดับจังหวัด ภาค ชาติ โดยให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมทุกระดับ มีหน่วยงานรัฐ และท้องถิ่นร่วมเป็นคณะกรรมการ
- จัดให้มีเงินกู้ให้ชุมชนกู้ยืมปลูกสร้างบ้าน โดยชาวบ้านทำงานคืนให้รัฐ
ข้อเสนอต่อนโยบายรัฐ
- รัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจนให้หน่วยงานเจ้าของที่ดินให้ชุมชนอยู่ในที่เดิมด้วยการทำสัญญาเช่าระยะยาว 30 - 99 ปี
- ยกเลิกมติ ครม. วันที่ 8 เมษายน 2546 เกี่ยวกับการงดต่อน้ำ – ไฟ ให้บ้านที่มีทะเบียนชั่วคราว
- ให้มีการยกเว้น ยกเลิก กฎหมายระเบียบที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนาชุมชน





