playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

p180859 1
ปทุมธานี /  พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  รมว.พม.เป็นประธานเปิดศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยปทุมธานีโมเดล และยกเสาเอกสร้างบ้านเฟสแรก 28 หลัง   แก้ปัญหาชาวบ้านปลูกบ้านรุกล้ำคลองหนึ่ง  พร้อมจัดทำโครงการที่อยู่อาศัยรองรับชาวบ้าน 16 ชุมชน  1,433   ครัวเรือน   ขณะที่ คสช.ใช้มาตรา  44  เพิกถอนที่ดินสาธารณคลองเชียงรากใหญ่เนื้อที่ 30 ไร่ให้เป็นที่ดินราชพัสดุเพื่อรองรับชาวบ้านเริ่มดำเนินการได้ต้นปี  2560.



            ตามที่รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดรุกล้ำลำน้ำสาธารณะในจังหวัดปทุมธานี  โดยเฉพาะที่บริเวณคลองหนึ่ง  ซึ่งมีชาวบ้านปลูกบ้านเรือนรุกล้ำลำคลองมานานหลายสิบปี  จำนวน  16 ชุมชน  รวม 1,433 ครัวเรือน  โดยมอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)  เป็นหน่วยงานหลักจัดทำโครงการ “ปทุมธานีโมเดล”  เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนที่ต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากคลองหนึ่งนั้น

            ล่าสุดวันนี้ (18 สิงหาคม )  เวลา 15.00 น. พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  รมว.พม. และคณะได้เดินทางมาที่เทศบาลเมืองท่าโขลง  อ.คลองหลวง  จ.ปทุมธานี  เพื่อเปิดศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยปทุมธานีโมเดล (ศปก.ทปม.)  โดยมีนายสุรชัย  ขันอาสา  ผู้ว่าราชการ จ.ปทุมธานี   นายพลากร  วงค์กองแก้ว  ผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ  หลังจากนั้น  พล.ต.อ.อดุลย์และคณะได้เดินทางไปที่สหกรณ์บ้านมั่นคงไทยมุสลิมสามัคคี  จำกัด (ชุมชนแก้วนิมิตร)   ต.คลองหนึ่ง  อ.คลองหลวง  เพื่อเป็นประธานพิธียกเสาเอกบ้านที่จะสร้างใหม่เฟสแรกจำนวน 28 หลัง

 


p180859 2

           พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว   กล่าวว่า   ประเทศไทยมีจำนวนครัวเรือนทั้งหมดประมาณ  24  ล้านครัวเรือน   แต่มีประชาชนที่ยังขาดแคลนที่อยู่อาศัยประมาณ 4  ล้านครัวเรือน   โดยกระทรวง พม.ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้จัดทำแผนงาน 10 ปี  เพื่อรองรับที่อยู่อาศัยของประชาชนประมาณ  2.7  ล้านครัวเรือน  ซึ่งโครงการปทุมธานีโมเดลก็เป็นโครงการหนึ่งที่กระทรวง พม.ได้ดำเนินการ  โดยมอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  ร่วมกับจังหวัดปทุมธานีและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนิน

            “การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยปทุมธานีโมเดลขึ้นมา  เพื่อให้ศูนย์ฯ ได้ทำงานเกาะติดพื้นที่  เป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการปลูกบ้านเรือนรุกล้ำคลองหนึ่ง  ซึ่งทำให้การระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพ  และเป็นการแก้ไขปัญหาชุมชนแออัด    นอกจากนี้รัฐบาลก็ได้ใช้มาตรา 44 อย่างสร้างสรรค์  เพื่อใช้ที่ดิน 30 ไร่ของรัฐรองรับเรื่องที่อยู่อาศัยของประชาชนในคลองหนึ่ง   ทำให้ชาวบ้านได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง”  รมว.พม.กล่าว

            นางสาวชญาดา  สิงห์ปี  ผู้อำนวยการ ศปก.ทปม.กล่าวว่า   จากการสำรวจข้อมูลในขณะนี้พบว่า  มีชาวบ้านปลูกสร้างบ้านเรือนริมคลองหนึ่งซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน   จากบริเวณหลังตลาดไทจนถึงหลังห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต  รวม  16  ชุมชน  จำนวน  1,433  ครัวเรือน  โดยบ้านเรือนเหล่านี้ปลูกสร้างมานานหลายสิบปี   มีสภาพทรุดโทรม  ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป  และค้าขายเล็กๆ น้อยๆ  ทั้งนี้ ศปก.ทปม.มีแผนรองรับเรื่องที่อยู่อาศัยของชาวบ้านอยู่  2  แนวทาง  คือ 1.จัดหาที่ดินใกล้ ม.ธรรมศาสตร์รังสิต  พื้นที่  30 ไร่  และ  2.จัดซื้อที่ดินแปลงใหม่เพื่อสร้างบ้าน   

            “จากการสอบถามความต้องการของชาวบ้านในเบื้องต้นพบว่า  มีชาวบ้านที่มีความสนใจอยากจะเข้าอยู่ในที่ดิน  30 ไร่  จำนวน  275  ครัวเรือน   และจัดหาที่ดินแปลงใหม่  จำนวน  126 ครัวเรือน  รวมมีชาวบ้านสนใจที่จะเข้าร่วมโครงการเบื้องต้น  401 ครัวเรือน  ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 1,000 ครัวเรือนจะต้องสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านเพื่อให้เข้าร่วมโครงการ”  ผอ.ศปก.ทปม.กล่าว



ส่วนมาตรการในการช่วยเหลือชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการปทุมธานีโมเดลนั้น   นางสาวชญาดากล่าวว่า   สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  มีแนวทางช่วยเหลือชาวบ้าน   คือ 1.พัฒนาระบบสาธารณูปโภคและอุดหนุนที่อยู่อาศัยไม่เกินครัวเรือนละ  50,000 บาท  2.ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบครัวเรือนละ  25,000 บาท  และ  3.สนับสนุนสินเชื่อเพื่อก่อสร้างบ้านหรือซื้อที่ดิน/ที่อยู่อาศัยไม่เกิน  300,000 บาท  ผ่อนชำระคืนภายใน 15 ปี  อัตราดอกเบี้ยร้อยละ  4 บาทต่อปี  อย่างไรก็ตาม  การช่วยเหลือตามข้อ 1-2   พอช.ไม่ได้จ่ายให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบเป็นเงินสด  แต่จะจ่ายผ่านสหกรณ์เคหสถานที่ชาวชุมชนจัดตั้งขึ้นมา  เพื่อนำไปบริหารจัดการเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อวัสดุ  ค่าก่อสร้าง  หรือซื้อที่ดิน

p180859 3

p180859 4

สำหรับชุมชนที่จัดซื้อที่ดินแปลงใหม่   คือ 1. ชุมชนแก้วนิมิตร  ซื้อที่ดินใกล้เคียงชุมชนเดิมเนื้อที่  5 ไร่ 42 ตารางวา  ราคา  12  ล้านบาท  รองรับชาวบ้านได้  100  ครัวเรือน       และ  2.ชุมชนหมู่ 6 พัฒนา  อยู่ระหว่างจัดซื้อที่ดินใกล้ชุมชนเดิม  เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่   รองรับชาวบ้าน  26 ครัวเรือน

ทั้งนี้ชุมชนแก้วนิมิตรเป็นชุมชนแรกที่จะเริ่มก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่  โดยมีพิธียกเสาเอกในวันนี้  มีชาวบ้านเข้าร่วมโครงการ 100 ครัวเรือน  (จากทั้งหมด 168 ครัวเรือน)  จัดซื้อที่ดินขนาด 5 ไร่ 42 ตารางวา  แบ่งได้  98 แปลง  (100 ครัวเรือน)  ได้รับงบสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือ พอช.   แยกเป็น     งบด้านสาธารณูปโภค  5 ล้านบาท   อุดหนุนที่อยู่อาศัย 2,500,000 บาท   งบบริหารจัดการ  125,000 บาท  และสินเชื่อที่อยู่อาศัย  รวม  32,464,192 บาท  

นายนรายุทธ  เขียนจตุรัส   คณะกรรมการสหกรณ์ฯ กล่าวว่า  ชาวบ้านได้ร่วมกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยขึ้นมาในปี 2558  เพื่อเป็นทุนสร้างบ้าน  มีสมาชิก  100  ครัวเรือน  ออมเงินครัวเรือนละ  2,000 บาท  ปัจจุบันมีเงินออมรวมกันประมาณ  1.2  ล้านบาท  และได้จัดตั้งเป็นสหกรณ์บ้านมั่นคงไทยมุสลิมสามัคคี  จำกัด  โดยชาวบ้านจะร่วมกันบริหารโครงการ  ซึ่งที่ผ่านมาชาวบ้านก็ได้ร่วมกันออกแบบบ้านและผังชุมชน  มีการออกระเบียบกฏเกณฑ์ในการอยู่อาศัย   ทั้งนี้สหกรณ์ฯ ได้ทำสัญญาว่าจ้างบริษัทช่างชุมชนเพื่อพัฒนาสังคม จำกัด  สร้างบ้านเฟสแรก 28 หลังในเดือนสิงหาคมนี้  เฟสที่ 2 เดือนพฤศจิกายน จำนวน  40 หลัง  และเฟสที่ 3 เดือนกุมภาพันธ์ 2560 จำนวน  30 หลัง  ตามแผนงานการก่อสร้างทั้งหมดจะแล้วเสร็จในเดือนเมษายน 2560  

ส่วนแบบบ้านมี  2  แบบ  คือ  บ้านแถว  2 ชั้น  และบ้านแฝด 2 ชั้น  ขนาด 4X7 ตารางเมตร,  4.5x 7 ตารางเมตร   และขนาด 5.5 x 7 ตารางเมตร  ราคาตั้งแต่  272,454–295,428  บาท   โดยชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการจะต้องผ่อนเงินกู้ชำระคืน พอช.ผ่านสหกรณ์ในอัตราเดือนละ 2,5000-3,000  บาท  ระยะเวลา 15 ปี  อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี

 

p180859 5สำหรับที่ดินเนื้อที่ 30 ไร่ที่จะรองรับชาวบ้านจำนวน  275 ครัวเรือน  ตั้งอยู่ที่บริเวณคลองเชียงรากใหญ่ใกล้กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิตนั้น   เดิมที่ดินแปลงนี้เป็นที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน   แต่เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการปทุมธานีโมเดล   พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงได้ใช้อำนาจตามมาตรา  44  ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557  ออกคำสั่งให้เพิกถอนสถานภาพที่ดินเดิม  เพื่อให้ตกเป็นที่ดินราชพัสดุ  สำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัยรองรับประชาชนตามโครงการปทุมธานีโมเดล   ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ  เสนอ  โดยมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา

 



ทั้งนี้ที่ดินแปลงดังกล่าวปัจจุบันอยู่ในความดูแลของกรมธนารักษ์  โดยกรมธนารักษ์จะให้ประชาชนรวมกลุ่มกันเป็นสหกรณ์เพื่อทำสัญญาเช่าที่ดินสร้างที่อยู่อาศัย  เช่นเดียวกับการเช่าที่ดินริมคลองลาดพร้าวของชาวชุมชนต่างๆ ในกรุงเทพฯ ที่กำลังดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาการรุกล้ำลำคลองและการระบายน้ำอยู่ในขณะนี้ 

ส่วนความคืบหน้าในในการดำเนินโครงการที่อยู่อาศัยที่ดิน 30 ไร่นั้น   ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการออกแบบ   จะมีลักษณะเป็นอาคารสูง   ไม่ต่ำกว่า 10 อาคาร  เพื่อให้สามารถรองรับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในคลองหนึ่งได้มากกว่า 1,000  ครัวเรือน   โดยขณะนี้ เจ้าหน้าที่จาก ศปก.ปทุมธานีโมเดลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังลงพื้นที่เพื่อชี้แจงและสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการที่มีอยู่ประมาณ 1,000  ครัวเรือน   คาดว่าภายในช่วงต้นปี 2560 จะเริ่มดำเนินการก่อสร้าง

ได้ 

p180859 6

p180859 7

 

 

*********************************

สุวัฒน์  กิขุนทด  และจิรัฎฐภัค  รักวงษ์   รายงาน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter