"ฉันขออยู่ตรงนี้อย่างเดียวจะไม่ขายไม่ไปไหนจากที่ดินผืนนี้ ฉันเข้ามาอยู่ตั้งนานแล้ว ก่อนที่รัฐเขาจะมาออกเอกสารสิทธิ์อีก ขอให้รัฐรับรองสิทธิการอยู่อาศัยในที่ดินเดิม ขอเพียงอย่างเดียวอย่างอื่นก็ไม่เอาอะไรกับเขาอีกแล้ว" นี่คือคำร้องขอของ นางลอย คมขำ แม่เฒ่าวัยดึกชาวมอร์แกน บ้านทุ่งหว้า
ชาวมอร์แกนเป็นชนเผ่าพื้นเมือง อาศัยบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามันมาเป็นเวลายาวนาน ที่บ้านทุ่งหว้า ม.3 และ ม.5 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา มีชาวมอร์แกนเข้ามาตั้งถิ่นฐานเมื่อประมาณ 100 ปี ก่อนเกิดคลื่นยักษ์สึนามิมีอยู่ 64 ครัวเรือน มีอาชีพในการทำประมงและแรงงานรับจ้าง
จ้าง โดยทั่วไปที่ดินที่อาศัยเป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์เนื้อที่ประมาณ 26 ไร่ ซึ่งอยู่ในความดูแลขององค์การบริหารส่วนตำบลคึกคัก
นอกเหนือจากชาวมอร์แกน 64 ครอบครัวแล้วยังมีชาวไทยพุทธอีก 7 ครอบครัวที่อยู่ในที่ดินสาธารณะแปลงเดียวกัน มีประชากร 327 คน จำนวนครัวเรือน 71 ครัวเรือน เป็นชาวไทยพุทธ 7 ครัวเรือน มอร์แกน 64 ครอบครัว
ภายหลังเหตุวิปโยค วันที่ 26 ธันวาคม 2548 ผ่านไป พบว่ามีผู้เสียชีวิตและสูญหาย 42 คน เรือ เสียหาย 18 ลำ บ้านเรือนพังเสียหายทั้งหมด และได้เข้าอยู่ในศูนย์พักชั่วคราวคึกคัก
ประชากรจำนวน 71 ครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อนไม่มีที่อยู่อาศัย และมีความประสงค์อยู่ที่ดินเดิมเพราะสอดคล้องกับวิถีชีวิตและการทำมาหากิน จึงได้เริ่มก่อสร้างบ้านพักถาวรในที่ดินเดิม แต่มีการอ้างว่าต้องใช้พื้นทีในการสร้างโรงพยาบาลที่มีผู้บริจาค คือสถานฑูตเยอรมัน ซึ่งชาวบ้านมีความกังวลมาก เพราะกลัวว่าทาง อบต.จะไม่ให้อยู่ในที่เดิม แต่จากการตรวจสอบกับสถานฑูตเยอรมันแล้วปรากฏว่าไม่เป็นความจริง จะไม่มีการสร้างโรงพยาบาลในที่ดินแห่งนี้ถ้าสร้างแล้วชาวบ้านเดือดร้อน
ด้านการก่อสร้างบ้านถาวรในขณะนี้ได้ก่อสร้างคืบหน้าไปมากแล้ว มีการประสานกับหน่วยงานด้านที่อยู่อาศัยและสถาปนิกชุมชน จัดกระบวนการวางผังชุมชนและออกแบบบ้านโดยชุมชนมีส่วนร่วม มีการประสานงานด้านการก่อสร้างกับเครือข่ายแผนชีวิตชุมชนภาคใต้
นายสัมพันธ์ เพชรเสน เครือข่ายแผนชีวิตชุมชนภาคใต้ เล่าว่า "ตอนนี้ชาวบ้านเครือข่ายแผนชีวิตชุมชนภาคใต้จากตำบลละ 15 คน ที่เข้ามาช่วยเหลือในพื้นที่ได้แบ่งงานกันทำด้านก่อสร้างออกเป็นทีมแบ่งเป็นทีมละ 5 คน หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันมาช่วยสร้างบ้าน ถ้าช่วยสร้างบ้านที่ชุมชนลงตัวแล้วก็จะย้ายไปช่วยชุมชนอื่นๆต่อไป ชาวบ้านเครือข่ายแผนชีวิตชุมชนฯกล่าว
ก่อนหน้านี้ผมช่วยด้านงานก่อสร้างที่บ้านน้ำเค็ม ทับตะวัน พอทุกอย่างเริ่มลงตัวก็ย้ายมาช่วยที่นี่ต่อ อยู่ที่นี่ได้ 22 วันแล้ว กระบวนการสร้างบ้านที่นี่จะมีชาวบ้านในพื้นที่เข้ามาช่วยออกแบบ และลงมือก่อสร้างด้วย บ้านที่สร้างแบ่งเป็นแถวๆละ 13 หลัง ขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 12 เมตร หลังคากระเบื้อง ใต้ถุนสูง งบประมาณหลังละไม่เกิน 130,000 บาท ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยมากมากกว่าบ้านที่มีงบประมาณในการสร้างเท่ากัน เนื่องจากชาวบ้านผู้เป็นเจ้าของบ้านได้มีส่วนร่วมในการช่วยกันออกแบบบ้านของพวกเขาเอง ขณะนี้ขึ้นโครงเป็นตัวบ้านในแถวแรกครบหมดแล้ว กำลังขึ้นเสาในแถว 2 คาดว่าประมาณปลายเดือนเมษายนคงจะสร้างเสร็จทั้ง 70 หลัง"
ด้านผู้ใหญ่โกเมศร์ ทองบุญชู แกนนำเครือข่ายแผนชีวิตชุมชนภาคใต้ เปิดเผยว่า "ตอนนี้ชุมชนต่างๆที่ประสบภัยได้รวมตัวกันเป็นเครือข่ายชุมชนฟื้นฟูพื้นที่ผู้ประสบภัย 6 จังหวัดอันดามัน และทางเครือข่ายแผนชีวิตชุมชนฯ พอช. ศตจ.ปชช. ได้เข้ามาร่วมหนุนเสริมให้ชาวบ้านสามารถลุกขึ้นยืนด้วยตัวเองได้อย่างมั่นคงและเติบโต"
มันคือการเรียนรู้ครั้งยิ่งใหญ่ของพี่น้องมอร์แกน จากอาชีพประมงที่เคยทำอยู่ได้มาร่วมกันคิดร่วมกันออกแบบและร่วมกันสร้างบ้านกันเองทั้งที่ไม่เคยทำกันมาก่อน และสิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ในครั้งนี้เอง จะนำไปสู่การมีวิถีชีวิตที่ยั่งยืนและเข้มแข็งเข้มแข็งต่อไป





