" มีอยู่บ่อยครั้งที่พวกเราต้องตื่นกลางดึก เพื่อลุกขึ้นมาเก็บหม้อ ไห กาละมัง ที่ลอยเคว้งไปตามน้ำ บ้างก็ต้องหอบลูกกะเตงหนีน้ำ บ้านบางหลังก็พังครืนลงมาโดยไม่ทันได้เก็บอะไร แต่ความยากลำบากนี้เป็นประสบการณ์ที่ทำให้พวกเราเกิดความรักความสามัคคี และมีการช่วยเหลือดูแลทุกข์สุขของกันและกันเสมอมา "
นี่คือคำบอกเล่าของชาวชุมชน "โพธิ์ทอง" ถึงความทุกข์ยากที่ผ่านมา โดยได้เล่าต่ออีกว่า ชาวชุมชนโพธิ์ทองส่วนใหญ่อพยพมาจากต่างถิ่น ทั้งจากท่าบ่อ หนองคาย ร้อยเอ็ด สกลนคร อุบลราชธานี และหมู่บ้านต่างๆ ในจังหวัดอุดรธานี โดยช่วงแรกพากันเข้ามาอยู่อาศัยบริเวณป่าตาล ซึ่งเป็นทุ่งนา ต่อมามีการไล่ที่อีก 4 ครั้ง กว่าจะอพยพมาตั้งอยู่ ณ ชุมชนโพธิ์ทองในปัจจุบัน ซึ่งเป็นที่ดินของเอกชนที่ตั้งอยู่ในเขตตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง
ชาวชุมชนมีทั้งหมด 81 ส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย มีอาชีพเก็บเศษขยะขาย มีรายได้วันละ 50-70 บาท บ้างก็ทำอาชีพก่อสร้าง รับจ้างดำนา หรือค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ในชุมชน
เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาชาวชุมชนต้องอาศัยอยู่ในที่ดินของเอกชน ทำให้มีปัญหาเรื่องการไม่มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย และไม่มีอะไรเป็นหลักประกันที่ดีให้กับชีวิต ทำให้ชาวชุมชนได้รวมตัวกันกันทำกิจกรรมในหลากหลายรูปแบบ เพื่อร่วมกันสร้างพลัง พัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิตของชาวชุมชนให้ดีขึ้น เช่น กิจกรรมการออมทรัพย์ และการส่งเสริมอาชีพ เป็นต้น
ต้นปี 2546 ชุมชนโพธิ์ทองเป็น 1 ใน 4 ชุมชนของเมืองอุดรธานีที่ได้เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง มีการจัดตั้งคณะทำงานทำหน้าที่ประสานงานกับชาวบ้าน หน่วยงานต่างๆ ประสานเจรจากับเจ้าของที่ดินเพื่อซื้อที่ดินบริเวณใกล้ๆ จนประสบความสำเร็จ ซึ่งเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2546 ได้มีการทำสัญญาซื้อขายที่ดิน 2 แปลง ในนาม "สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงอุดรธานี(2547) จำกัด" รวมเนื้อที่ทั้งหมด 3 ไร่ 1 งาน 29.7 ตารางวา จากเจ้าของที่ดินเดิม ในราคาตารางวาละ 3,000 บาท รวมเป็นเงิน 4,427,000 บาท
หลังจากซื้อที่ดินได้แล้ว โดยชาวชุมชนได้ช่วยกันวางผังชุมชน ระบบสาธารณูปโภค และออกแบบบ้านกันเอง มีสถาปนิกจากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีเป็นพี่เลี้ยง ซึ่งส่วนใหญ่ชาวชุมชนจะชอบแบบบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ใต้ถุนโล่ง เพื่อจะได้ช่วยลดค่าใช้จ่ายลง และสามารถที่จะสร้างต่อเติมได้ในภายหลัง นอกจากตัวบ้านแล้ว ชาวชุมชนยังได้มีการกันพื้นที่ส่วนหนึ่งเอาไว้ สำหรับก่อสร้างอาคารสำนักงานสหกรณ์ฯ และธนาคารขยะอีกด้วย
หลังจากได้ผังชุมชนและแบบบ้านแล้ว ชาวชุมชนได้รื้อย้ายบ้านของตนออกไปสร้างที่พักชั่วคราวอยู่ในบริเวณใกล้ๆ เพื่อให้มีการปรับถมที่ดินในบริเวณเดิมขึ้นใหม่ จากนั้นได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคจาก พอช. จำนวน 4,030,000 บาท สำหรับนำมาทำการการปรับพื้นที่ การถมที่ การทำระบบประปา ไฟฟ้า ถนน และระบบระบายน้ำภายในชุมชน ซึ่งขณะนี้การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยทางชุมชนได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาควบคุมดูแล และตรวจรับงานในทุกขั้นตอน จากนั้นก็จะทำการสร้างบ้านตามแบบที่เห็นชอบร่วมกัน
นายกมล ผือฮีเขวา ประธานสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงอุดรธานี(2547) จำกัด กล่าวว่า "สิ่งที่ชาวชุมชนคาดหวังจากโครงการบ้านมั่นคง ก็คือ การมีที่อยู่ที่มั่นคง ไม่ต้องเร่ร่อน ลูกหลานมีหลักประกันเรื่องที่อยู่อาศัย ชาวชุมชนอยู่ร่วมกันในชุมชนอย่างมีความสุขบนพื้นฐานของความรักและความเมตตาต่อกัน รวมทั้งจะมีการส่งเสริมให้เกิดอาชีพในชุมชน เช่น การทอพรมเช็ดเท้าขาย การทำแหนม ไส้กรอก การปลูกพืชผักกินได้ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว และธนาคารขยะ สำหรับรับซื้อขยะจากชาวชุมชน ซึ่งเป็นอาชีพส่วนใหญ่ของคนที่นี่"
บ้านใหม่ของชาวชุมชนโพธิ์ทองในวันนี้ จึงไม่เป็นเพียงบ้านมั่นคงบนที่ดินของตนเองเท่านั้น แต่ยังให้ชีวิตใหม่ ภายใต้สังคมที่เอื้ออาทร มีสายสัมพันธ์ของเพื่อนบ้าน ที่ต่างเข้าอกเข้าใจกันเป็นอย่างดี.





