"ชาวบ้านที่นี่มีการรวมตัวกันเป็นเครือข่ายและทำงานร่วมกันมานานแล้ว ที่ผ่านมาได้มีการร่วมกันคิด ร่วมกันวางแผน ร่วมกันทำงานมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันพัฒนาชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น" เป็นคำบอกเล่าที่ นายษัษฐศิต มาฮะ ประธานสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงปัตตานี จำกัด เอ่ยขึ้น
แม้จะล่วงเลยผ่านไปหลายปีแล้วก็ตาม แต่ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่หมักหมมมานาน ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงได้ ยังมีข่าวคราวการก่อความไม่สงบเกิดขึ้นอยู่ทุกวัน แม้ว่าจะมีความพยายามในการช่วยกันค้นหาแนวทางในการแก้ไขปัญหามาตลอด โดยล่าสุดได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์แห่งชาติขึ้นมาทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานเพื่อหาทางแก้ไขปัญหานี้
ที่ผ่านมา ใช่มีเพียงแค่ภาครัฐเท่านั้นที่พยายามหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ภาคประชาชนเองก็พยายามช่วยกันแสวงหาหนทางในการแก้ไขปัญหามาตลอดเช่นกัน โดยเฉพาะประชาชนชาวเมืองปัตตานี ซึ่งมีการรวมตัวกันเป็นเครือข่ายและทำงานร่วมกันมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน เพื่อร่วมกันพัฒนาชุมชน สิ่งแวดล้อม และสังคมให้ดีขึ้น
"โครงการที่เรากำลังร่วมกันทำตอนนี้ก็คือโครงการปฏิบัติการชุมชนและเมืองน่าอยู่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิชุมชนไทและหน่วยงานพันธมิตร โดยประสานงานกับภาคีต่างๆ ในจังหวัด จนทำให้เกิดกิจกรรมขึ้นหลายอย่าง เช่น การฟื้นฟูกลุ่มออมทรัพย์ การส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ทำน้ำยาล้างจาน โยงใยไปสู่การทำกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการรักษาสิ่งแวดล้อมเมือง เช่น การทำโกดังขยะ การทำน้ำหมักชีวภาพใช้ในครัวเรือน การอนุรักษ์แม่น้ำปัตตานี และนำไปสู่การพัฒนาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคในเวลาต่อมาง ซึ่งได้ก่อให้เกิดแนวคิดเรื่อง "การสร้างบ้าน สร้างสันติภาพ" ขึ้น และพวกเรากำลังช่วยกันผลักดันแนวคิดนี้ให้เป็นความจริงให้ได้" นายษัษฐศิต บอก
แนวคิดเรื่อง "การสร้างบ้าน สร้างสันติภาพ" ที่ปัตตานี เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ชาวชุมชนแออัด จำนวน 3 แห่งในปัตตานี ประกอบด้วย ชุมชนนาเกลือและชุมชนปูโป๊ะ เทศบาลเมืองปัตตานี และชุมชนปะนาเระ ในเทศบาลตำบลปะนาเระ ได้เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงที่ดำเนินการโดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) เมื่อปี 2547 ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยของคนจนในชุมชนแออัดที่มุ่งเน้นให้ชุมชนเป็นแกนหลักในการพัฒนา โดยนอกจากการสร้างบ้านมั่นคงเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยแล้ว ยังจุดประกายก่อให้เกิดแนวคิดที่จะนำไปสู่การสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในชุมชนและเมืองปัตตานีอีกด้วย
การดำเนินการโครงการบ้านมั่นคงในชุมชนนาเกลือ มีจำนวนทั้งหมด 70 ครัวเรือน ชุมชนปูโป๊ะ 112 ครัวเรือน และชุมชนปะนาเระ 120 ครัวเรือน โดยทั้ง 3 แห่งเป็นชุมชนนำร่องของเมืองปัตตานี ก่อนที่จะขยายไปสู่ชุมชนอื่นๆ โดยรูปแบบการพัฒนานั้นจะเป็นการย้ายไปสร้างบ้านอยู่ในที่ใหม่ ทั้ง 3 ชุมชน
นายษัษฐศิต บอกว่า โครงการบ้านมั่นคงเป็นโครงการที่ดี เพราะเรามีโอกาสร่วมกันคิด ร่วมกันวางแผน ร่วมกันทำ เปิดโอกาสให้ชาวบ้านกับชาวบ้าน รัฐกับชาวบ้านได้เข้ามาทำงานร่วมกันอย่างเข้าอกเข้าใจต่อกัน ทำให้ได้ประสบการณ์มากมาย สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงกับความต้องการของประชาชน ทำให้ชาวชุมชนได้มีบ้านที่มั่นคงเป็นของตนเอง ซึ่งโครงการในลักษณะที่ชาวบ้านกำหนดชีวิตของตัวเองได้ หน่วยงานรัฐเข้าใจบทบาทของชาวบ้านอย่างบ้านมั่นคงหรือเมืองน่าอยู่ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้น่าจะมีมากๆ
"บ้านมั่นคงเป็นวิธีที่จะนำเราไปสู่ความสามัคคี การร่วมมือร่วมใจ การเมตตารักใคร่กัน การเอื้ออาทรกัน ความรู้จักพอเพียง ซึ่งจะเป็นการสร้างสายใยให้เกิดขึ้นในชุมชน ถ้าหากทุกชุมชนมีสิ่งเหล่านี้อยู่ เราก็สามารถที่จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความเข้าใจและมีความสันติสุข โดยไม่ต้องมีความทุกข์กังวลหรือหวาดกลัวต่อไปอีก หากเราทุกคนร่วมมือร่วมใจกันจริงๆ เราจะพบว่าสันติภาพไม่ใช่เรื่องที่อยู่ไกลตัว หากแต่อยู่ใกล้ๆ อยู่ที่ตัวเรา อยู่ที่บ้านของเรา และอยู่ที่ชุมชนของเรานี่เอง"





