playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

    ท่ามกลางความเจริญของเมือง ยังมีพี่น้องชาวชุมชนแออัดที่ไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัย ประมาณ 3,750 ชุมชน ประชากร 6.5 ล้านคน ต้องอาศัยอยู่บนที่ดินของผู้อื่น ทั้งที่ดินของรัฐ ที่วัด ที่เอกชน บริการพื้นฐานของรัฐเข้าไปไม่ทั่วถึง

       โครงการบ้านมั่นคงจึงเกิดขึ้น ตามมติคณะรัฐมนตรี ในปี 2546 เพื่อแก้ปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัยให้กับชาวชุมชน โดยอาศัยประสบการณ์งานพัฒนาของชาวชุมชนแออัด ที่สั่งสมมาร่วม 20 ปี เป็นแนวทางในการทำงาน นั่นคือ ให้ชาวชุมชนเป็นแกนหลักในการสร้างบ้าน สร้างชุมชนของตนเอง โดยมีหน่วยงานรัฐ ทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น พร้อมทั้งภาคีพัฒนาต่าง ๆ เป็นผู้สนับสนุน

        โครงการนำร่องในปี 2546 10 ชุมชน 1,525 หน่วยได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งกายภาพและสังคม จากที่เคยเป็นชุมชนบุกรุกไม่มีความมั่นคงขาดระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานไปสู่การแก้ปัญหาความไม่มั่นคงในที่ดิน ในลักษณะของการซื้อหรือเช่าในระยะยาว ทำให้ชาวชุมชนเกิดความมั่นใจที่จะลงทุนในที่อยู่อาศัยและพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง เช่นที่ชุมชน  เจริญชัยนิมิตรใหม่ ชาวชุมชนรวมตัวกันซื้อที่ดินแล้วพัฒนาที่อยู่อาศัยบนที่ดินเดิม ด้วยถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ขยับบ้านเพื่อสร้างบ้านของตนเอง แบ่งปันที่ให้กับผู้ไม่มีที่อยู่อาศัยในชุมชนใกล้เคียงและยังมีที่ว่างสำหรับเป็นทางเท้า และพื้นที่ส่วนกลางเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันของชาวชุมชน

การดำเนินงานในปี 2546 ได้มีการขยายขบวนการพัฒนาในเมืองต่างๆ ทำให้ชุมชนและท้องถิ่นมีความตื่นตัวอย่างมาก ในการที่จะร่วมกันแก้ปัญหาชุมชนแออัดของเมืองต่างๆ  และนำไปสู่รูปแบบการแก้ปัญหาพร้อมกันทั้งเมืองในปี 2547 โดยรัฐบาลได้อนุมัติให้ดำเนินการอีก 15,016 หน่วย ใน 174 ชุมชน 42 เมือง ซึ่งบ้านมั่นคงในปี 2547 ได้ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงภาคีพัฒนาต่างๆ โดยเฉพาะหน่วยงานปกครองท้องถิ่น สถาบันการศึกษา องค์กรชุมชน นักพัฒนาเอกชนมาทำงานร่วมกัน  ตั้งแต่การสำรวจข้อมูลทั้งเมือง ตั้งกลุ่มออมทรัพย์หารือเพื่อการวางแผน และจัดระบบการทำงานร่วมกันที่ไม่ใช่เพียงด้านที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่จะร่วมกันวางแผนแก้ปัญหาด้านอื่นๆ ไปพร้อมกัน โดยคนจนเองและองค์กรชุมชนเป็นแกนหลักร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด

     ตลอด 2 ปี ได้เกิดกลไกการพัฒนาระดับเมืองที่มีความหลากหลายถึง 86 เมือง และได้มีการขยายงานครอบคลุม 130 เมือง รวมทั้งได้อนุมัติโครงการแล้วใน 44 จังหวัด 79 เมือง และ 23 เขตใน กทม. รวม 205 โครงการ ครอบคลุมชุมชนแออัด 313  ชุมชน 21,575  ครอบครัว ผู้รับประโยชน์  107,875  ราย

เช่น ในจังหวัดปัตตานีได้มีการสำรวจข้อมูลชาวชุมชนแออัด และกลุ่มครอบครัวขยายพร้อมสนับสนุนให้เกิดการรวมตัวกันตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย ร่วมกันวางแผนในการพัฒนาที่อยู่อาศัยใหม่ โดยการจัดซื้อที่ดิน 3 แปลง เพื่อดำเนินโครงการบ้านมั่นคงพร้อมกัน 3 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนปะนาเระ  นาเกลือและปูโป๊ะ เป็นชุมชนนำร่องที่จะขยายไปสู่การสร้างบ้าน สร้างสมานฉันท์สู่สันติภาพใน 3 จังหวัดชายแดนภายใต้

       ที่อุดรธานีได้เกิดกลไกการพัฒนาที่มีเทศบาล สถาบันราชภัฎ  องค์กรชุมชน  เป็นคณะทำงาน มีการสำรวจข้อมูลเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาทั้งเมือง จนเกิดรูปธรรมที่น่าสนใจ นอกจากนี้ ยังได้มีการวางแผนการแก้ปัญหาชุมชนแออัดให้ได้ทั้งหมดภายใน 3 ปี รวมทั้งทางเทศบาลนครอุดรธานี ยังได้ริเริ่มจัดซื้อที่ดินเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย และวางแผนการจัดการที่อยู่อาศัยให้คนจนโดยเทศบาลเองอีกด้วย
          เกิดโครงการบ้านมั่นคงด้านประหยัดพลังงานที่ชุมชนแหลมรุ่งเรือง เกิดรูปแบบใหม่ของการสร้างที่อยู่อาศัยที่สหกรณ์เคหะสถานบ้านมั่นคงจันทบูรที่มุ่งเน้นของการสร้างชุมชนในระบบเปิด ที่ไม่มีรั้ว ไม่มีรถเข้าในชุมชน
ทุกคนไปมาหาสู่กันได้ ช่วยกันสอดส่องดูแลเด็ก เยาวชน คนชรา เฉกเช่นสังคมไทยในอดีต

สำหรับกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีชุมชนแออัดอยู่ประมาณครึ่งหนึ่งของทั้งประเทศ ได้ดำเนินการใน 23 เขต และได้เกิดการร่วมไม้ร่วมมือระหว่างสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนกับกรุงเทพมหานคร ในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของชาวชุมชนแออัดให้เกิดความมั่นคง มีสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งในระดับกรุงเทพมหานครและระดับเขต ร่วมกันเสนอทางออกในการปรับปรุงกฎ,ข้อบังคับและระเบียบต่าง ๆ ให้เอื้ออำนวยต่อการพัฒนา และสอดคล้องกับวิถีของชาวชุมชน ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดกลไกความร่วมมือในทุกเขต เพื่อนำไปสู่เป้าหมายร่วมกัน โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 100 ชุมชน ครอบคลุมทั้ง 50 เขต ในปี 2548 เพื่อนำร่องไปสู่การพัฒนาให้ครอบคลุมชุมชนในแต่ละเขตต่อไป

ด้วยแนวทางการดำเนินงานที่สามารถแก้ปัญหาความไม่มั่นคงในการอยู่อาศัยได้ตรงกับความต้องการของชาวชุมชน ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2548 จึงได้เห็นชอบให้ดำเนินการต่อเนื่องรวม 285,000 หน่วย ใน 1,826 ชุมชน ครอบคลุม 200 เมือง พร้อมอนุมัติงบประมาณจำนวน 19,367 ล้านบาทเป้าหมายเพื่อให้เมืองไทยปลอดชุมชนแออัด ชาวชุมชนมีความเป็นอยู่ที่มั่นคงทั้งด้านที่อยู่อาศัยและสังคม ภายในปี 2551

การแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดตามโครงการบ้านมั่นคง ตลอด 2 ปีเศษ ที่ผ่านมา นอกจากชาวชุมชนจะเป็นหลักในการพัฒนาแล้ว หน่วยงานท้องถิ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเทศบาล ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงานร่วมกับชุมชนในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การสำรวจข้อมูล การวางแผนพัฒนาร่วมกัน การสนับสนุนทั้งด้านงบประมาณ ความรู้ การผ่อนคลายกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงาน เพื่อการทำงานกับชุมชนอย่างเข้าอกเข้าใจต่อกัน โดยให้ชุมชนสามารถเป็นหลักในการพัฒนาชุมชนของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นไป จะต้องก่อให้เกิดมิติใหม่ของการแก้ปัญหาร่วมกันในพื้นที่ที่กว้างขวางทั้งจังหวัด โดยวางแผนร่วมกันในอันที่จะแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดในจังหวัดให้หมดได้ภายใน 3 ปี  ซึ่งนับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งขององค์กรชุมชนและภาคีพัฒนาทุกภาคส่วนในท้องถิ่นและจังหวัด

       ซึ่งภาระกิจสำคัญอันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประวัติศาสตร์การพัฒนาของเมืองต่าง ๆ นี้ จะได้รับการแก้ไขไปได้หากทุกภาคีในท้องถิ่นมาร่วมกันดำเนินการร่วมกันรับผิดชอบ ประกอบกับรูปธรรมความรู้ บทเรียนการพัฒนาที่เกิดขึ้น จะเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ ให้ปัญหาความไม่มั่นคงในการอยู่อาศัยของคนจนในเมืองถูกแก้ไขให้หมดไป

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter