playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

13 ธันวาคม  2548 (อักขณิช  ศรีดารัตน์)

“ปลาทู”  เป็นปลาที่คนไทยเราคุ้นเคยมาอย่างยาวนานและหามาประกอบอาหารรับประทานได้ค่อนข้างง่าย ไม่ว่าจะเป็นปลาทูนึ่ง ปลาทูเค็ม หรือปลาทูสด  ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามตลาดทั่วไป  นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งส่วนประกอบชั้นเลิศของอาหารไทยรสเด็ดหลายชนิด เช่น น้ำพริกปลาทู ต้มยำปลาทู แกงสายบัวปลาทูสด  ป่นปลาทู และปลาทูทอด  เป็นต้น  ที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี มีชุมชนแห่งหนึ่ง ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับปลาทูโดยตรง  จนถูกนำไปใช้เรียกเป็นชื่อชุมชนในที่สุด โดยชุมชนที่ว่านี้ คือ “ชุมชนเข่งปลาทู” หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า “ชุมชนใกล้ทางด่วน” ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ทางด่วนแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด-บางปะอิน

  น้าโกสีย์  พงษ์สุวรรณ  ประธานชุมชนเข่งปลาทู เล่าว่า  ชุมชนนี้ตั้งอยู่บนที่ดินของเอกชน ประมาณ 10 ไร่เศษ ซึ่งชาวชุมชนส่วนใหญ่จะมาจากภาคอีสาน ตั้งแต่ปี 2530 ครั้งแรกมีประมาณ 30 ครัวเรือน ต่อมามีผู้อพยพเข้ามาเพิ่ม จนมีประมาณ 200 ครัวเรือน โดยจะพากันปลูกบ้านชั่วคราวด้วยเศษไม้แบบก่อสร้าง เศษวัสดุเหลือใช้ เช่น สังกะสี ป้ายโฆษณา เป็นต้น  ซึ่งชาวชุมชนส่วนใหญ่จะมีอาชีพนึ่งปลาทูขาย จนกลายเป็นที่มาของคำว่า “ชุมชนเข่งปลาทู” 
 น้าโกสีย์ เล่าต่อว่า  ทุกวันชาวชุมชนที่มีรถยนต์จะขับรถไปรับปลาทูสดมาจากตลาดมหาชัยหรือสะพานปลา โดยซื้อมาเป็นกิโล ถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับขนาดของปลา ปลาตัวใหญ่จะซื้อมากิโลกรัมละ 60-70 บาท ขนาดรองลงมา 40-50 บาท เล็กสุด 20 บาท จากนั้นก็นำมากระจายให้ชาวชุมชนซื้อไปนึ่งขายอีกต่อหนึ่ง โดยแต่ละวันจะมีปลาทูในชุมชนประมาณ 500-1,000 กิโลกรัม
 เมื่อได้ปลาทูสดมาแล้ว ชาวชุมชนก็จะนำเอาปลาทูไปผ่าเอาไส้และขี้ปลาออก แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด จากนั้นก็คัดปลาใส่เข่ง โดยจะคัดเอาปลาที่มีขนาดเท่ากันเอาไว้ด้วยกัน เสร็จแล้วก็นำไปนึ่งในหม้อนึ่งขนาดใหญ่ ประมาณ 30-60 นาที  เมื่อปลาทูสุกดีแล้วก็ยกลงมาทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำพลาสติกมาห่อ ก่อนจะนำไปขายต่อไป   ทั้งนี้ ตอนซื้อปลาทูสดมา จะซื้อเป็นกิโลกรัม  แต่พอนึ่งเสร็จแล้ว จะขายเป็นตัวหรือเป็นเข่งแทน ถ้าตัวใหญ่ก็ขายตัวละ 20-30 บาท ตัวขนาดกลางก็ราคารองลงมา แต่ถ้าตัวเล็ก ก็จะขายเป็นเข่งๆ ละ 20-25 บาท เข่งละ 3-4 ตัว ทำให้ชาวบ้านมีกำไรเหลือเก็บ
    สำหรับเข่งไม้ไผ่ ที่ชาวชุมชนนำมาใส่ปลาทูนั้น ชาวชุมชนไม่ได้สานเอง แต่ไปซื้อมาจากย่านสะพานปลาและสนามบินน้ำ ถ้าเข่งอย่างดีและขนาดใหญ่ ราคาจะประมาณ 20-30 บาท สามารถใช้ได้นาน ถ้าเป็นขนาดเล็ก ก็ตกราคาอันละ 3-5 บาท  โดยจะมอบให้ผู้ซื้อไปพร้อมกับปลาทูนึ่งเลย
 ส่วนตลาดจำหน่ายนั้น  ไม่มีความแน่นอนแต่อย่างใด บางคนก็ไปหาบเร่ขาย บางคนก็ขายตามแผงลอย บางคนก็เอาไปขายที่ตลอดสด บางคนมีทุนหน่อยก็ไปขายไกลถึงตลาดดอนเมือง โดยแต่ละคนจะไปขายด้วยตนเอง  ซึ่งสร้างรายได้ให้กับชาวชุมชนเฉลี่ยคนละประมาณ 9,000-10,000 บาท ต่อเดือน  ซึ่งนอกจากจะทำให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัวแล้ว ยังทำให้ชาวชุมชนมีเงินเก็บและมีทุนสำหรับก่อสร้างบ้านตามที่ตนเองใฝ่ฝันไว้ได้อีกด้วย
 และเนื่องจากชาวชุมชนประสบปัญหาการไล่รื้อมาตลอด ชาวชุมชนฯ จึงได้รวมตัวกันหาที่ดินแห่งใหม่เพื่อย้ายออกไปอยู่อาศัย และได้พบกับนางจำเนียร  ต่ำแดง เจ้าของที่ดินซึ่งมีความคุ้นเคยกับชาวชุมชนมายาวนานมีความสงสารและเห็นใจ จึงยินดีขายที่ดินบริเวณใกล้ๆ ให้จำนวน 2 ไร่ 2 งาน 6 ตารางวา ราคาตารางวาละ 10,000 บาท รวมทั้งสิ้น  10 ล้านบาท โดยชาวชุมชนได้นำเรื่องเสนอต่อสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) เพื่อทำเรื่องขอสินเชื่อซื้อที่ดินดังกล่าว จำนวน 9 ล้านบาท(อีก 1 ล้านบาท ชาวชุมชนสมทบ)  และขอเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง จากนั้นชาวชุมชนได้ร่วมกันจัดตั้งคณะทำงานบ้านมั่นคงของชุมชนขึ้น มีการสำรวจข้อมูลชุมชน ทำผังชุมชน จัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ และออกแบบบ้านขึ้น  โดยมีชาวชุมชนเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 70 ครัวเรือน 
 ในปี 2548  พอช.ได้สนับสนุนงบพัฒนาสาธารณูปโภคให้กับชุมชน จำนวน 4,550,000 บาท และสินเชื่อสร้างบ้านอีก 5,381,000 บาท โดยมีชาวชุมชนร่วมกันบริหารจัดการ  ซึ่งหลังจากทำพิธียกเสาเอกเสร็จแล้ว  ชาวชุมชนก็จะเริ่มดำเนินการสร้างบ้านทันที โดยใช้ช่างรับเหมาในชุมชนเป็นคนทำ ส่วนครอบครัวไหนมีเงินไม่พอ ก็จะใช้วิธีการลงแขกหรือลงแรงช่วยกัน เพื่อจะได้ทำให้เสร็จอย่างพร้อมเพรียงกัน
  เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2548 ที่ผ่านมา ชาวชุมชนได้ร่วมกันจัดพิธียกเสาเอกโครงการบ้านมั่นคงชุมชนเข่งปลาทูขึ้น เพื่อเริ่มต้นดำเนินการก่อสร้างบ้านมั่นคงให้กับชาวชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ โดยมีนายพิเชษฐ์  ไพบูลย์ศิริ  รอง ผวจ.นนทบุรี ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานในพิธี และมีตัวแทนเครือข่ายชุมชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลไปร่วมในพิธีจำนวนมาก
 จากปลาทะเลตัวเล็กๆ ใครเลยจะเชื่อว่า “ปลาทู” จะสามารถช่วยทำให้คนกลุ่มหนึ่งมีอาชีพเลี้ยงตนเองได้ตลอดทั้งปี และเป็นจุดเริ่มต้นของการอดออมจนสามารถนำไปสู่การสร้างบ้านในความฝันของตนเองให้เป็นจริงได้
 สำหรับชาวชุมชนเข่งปลาทูแล้ว  ปลาทูมิใช่เป็นเพียงสักแต่ว่าอาหารเท่านั้น หากแต่มันคือ อาชีพ  รายได้  ชีวิต  จิตวิญญาณ และเป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์ความฝันของตนเองให้เป็นความจริงขึ้นอีกด้วย
 วันนี้.....คุณกินปลาทูหรือยังครับ!

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter