playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

อย่างไรก็ตามกว่า 40 ปีที่ผ่านมา การประกาศให้พื้นที่บ้านพุยใต้เป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ ได้ส่งผลกระทบต่อชุมชน เพราะชุมชนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามวิถี จึงเปลี่ยนอาชีพมาปลูกพืชเชิงเดี่ยวตามการสนับสนุนจากภาครัฐ วิถีชีวิตชาวบ้านจึงเปลี่ยนไป ทำมาหากินลำบากขึ้น เป็นเพราะคนภายนอกมาหยิบยื่นให้กับพวกเรา

บ้านพุยใต้ หมู่ที่ 2 ตำบลปางหินฝน อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านอยู่ในอ้อมกอดของหุบเขาที่มีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติ ทั้งป่าไม้ สัตว์ป่า อาหารธรรมชาติอันหลากหลาย ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตชุมชนมาหลายชั่วอายุคนได้อย่างกลมกลืน ตามวิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเชื่อที่สอดคล้องกับธรรมชาติ

พ่อเฒ่าโกตา อายุ 70 ปี ชาวบ้านพุยใต้ บอกว่า บ้านพุยใต้มีอยู่ 2 เชื้อชาติ คือ เผ่าปะกาเกอะญอและเผ่าม้ง แม้ขนบธรรมเนียมประเพณีของสองเผ่าจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ไม่เบียดเบียนกันและกัน สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน

ในอดีตบ้านพุยใต้มีต้นไม้ใหญ่ๆ เยอะมาก เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าที่ดุร้ายหลายชนิด ชาวบ้านจึงนิยมสร้างบ้านเรือนให้อยู่ติดกัน เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันเวลามีภัยอันตราย จนเกิดเป็นความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า ป่ามีส่วนหล่อหลอมวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้าหากัน การอยู่ร่วมกันกับป่าอย่างไม่เบียดเบียน เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชุมชน การทำไร่หมุนเวียน ปลูกข้าวไร่ เลี้ยงสัตว์ จึงเป็นอาชีพที่เหมาะสมกับวิถีชีวิต

อย่างไรก็ตามกว่า 40 ปีที่ผ่านมา การประกาศให้พื้นที่บ้านพุยใต้เป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ ได้ส่งผลกระทบต่อชุมชน เพราะชุมชนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามวิถี จึงเปลี่ยนอาชีพมาปลูกพืชเชิงเดี่ยวตามการสนับสนุนจากภาครัฐ วิถีชีวิตชาวบ้านจึงเปลี่ยนไป ทำมาหากินลำบากขึ้น เป็นเพราะคนภายนอกมาหยิบยื่นให้กับพวกเรา

ด้านนายอุทัย จงจิตรเสรี กำนันตำบลปางหินฝน กล่าวเสริมว่า ปัญหาการทำกินยังไม่คลี่คาย ปัญหาเรื่องภัยธรรมชาติก็มารุมเร้า เมื่อ 19 สิงหาคม 2549 เกิดเสียงฟ้าร้องคำรามแทบป่าจะแตก ดินจะแยก ไม่นานสายฝนก็กระหน่ำลงสู่พื้นดินราวกับว่าฟ้ารั่วตลอดทั้งวันทั้งคืน จนแผ่นดินทั้งผืนบนภูเขาได้พังทลายลงมาพร้อมกับสายน้ำ ชาวบ้านต้องหอบลูกหอบหลานหนีตายกันจ้าละหวั่นดีที่ไม่มีใครเสียชีวิต ส่วนสภาพบ้านเรือนถูกพัดพาไปกับสายน้ำหลังแล้วหลังเล่าที่เหลือก็อยู่ในสภาพที่หักพัง

เมื่อเหตุการณ์สงบเห็นสภาพบ้านพุยใต้รู้สึกใจหาย ในใจคิดอยู่เสมอว่าต่อแต่นี้ไปชาวบ้านจะอยู่กันอย่างไร ยิ่งมีกรมธรณีวิทยา เข้ามาสำรวจพื้นที่แล้วให้บ้านพุยใต้เป็นพื้นที่เสี่ยงภัย สมควรจะต้องย้ายออกมาให้ห่างจากรัศมีของดินถล่มดินแยก เพราะในวันข้างหน้าจะเกิดอันตราย ทำให้กำลังใจที่มีอยู่ลดลงเหลือน้อยไปมาก ไหนจะเรื่องหาที่ดินสร้างบ้าน ไหนจะเรื่องสร้างบ้าน ไหนจะเรื่องการทำมาหากิน บอกตรงๆว่าหมดหนทาง เพราะไม่มีกำลังเงินที่จะทำได้จริงๆ

ต่อมาสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ได้เข้ามาสำรวจข้อมูลความเสียหายจากภัยพิบัติ แล้วเสนอให้ชาวบ้านทำโครงการขอความช่วยเหลือกรณีเร่งด่วนเรื่องการปลูกสร้างบ้าน ซึ่งตอนแรกก็ยังไม่เชื่อเสียทีเดียว เพราะยังไม่เคยมีหน่วยงานไหนมาช่วยเหลืออย่างจริงจัง กลัวจะโดนหลอกซ้ำซาก แต่ในใจก็คิดว่าเราไม่ได้เสียเงินทอง เสียเวลาสักวันจะเป็นไรไป ไหนๆก็เคยโดนหลอกมาเยอะแล้ว ทำโครงการไปไม่นานก็ได้รับการอนุมัติเป็นจำนวนเงิน 1,400,000 บาท จำนวนครอบครัวที่ได้รับความช่วยเหลือ 79 หลังคาเรือน หลังละ 18,000 บาท

แม้จะมีเงื่อนไขว่าต้องการบริหารแบบมีส่วนร่วมของคนในชุมชนแต่ก็เป็นโอกาสอันดี ชาวบ้านจึงได้เริ่มวางแผนกันถึงกระบวนการสร้างบ้านโดยใช้ 2 ส่วนมาประกอบกัน คือย้ายออกมาจากที่ดินเดิมตามเจ้าหน้าที่พอช.แนะนำ ผสมผสานกับภูมิปัญญาของชาวบ้านที่มีอยู่ เพราะแม้จะอย่างไรชาวบ้านก็จะไม่ยอมทิ้งวิถีชีวิตความเป็นชุมชนเดิม การช่วยเหลือกันจะดูถึงความเหมาะสมของความเดือดร้อนเป็นหลัก

ด้านนายปรีดี วันสิริโอภาส นายกองค์การบริหารส่วยตำบลปางหินฝน กล่าวว่า หลังจากได้รับงบประมาณสนับสนุน จึงคัดเลือกคณะกรรมการขึ้นกันเองในชุมชน โดยแยกออกเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบแต่ละคนอย่างชัดเจน ตั้งแต่หน้าที่ควบคุมดูแลงบประมาณ ฝ่ายจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ ฝ่ายประสานงาน ฯลฯ จากนั้นจึงเริ่มเข้าสู่กระบวนการสร้างบ้านโดยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายชาย ส่วนฝ่ายหญิงจะทำมาหากินตามปรกติ เพื่อรายได้ของครอบครัวจะได้ไม่ต้องหยุดชะงัก

ส่วนเงินที่ใช้เป็นค่าบริหารการจัดการเวลาออกไปซื้อวัสดุอุปกรณ์ การติดต่อประสานงานต่างๆ ชาวบ้านจะเก็บเงินหลังละ 100 บาท เพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในระหว่างการเดินทางตามความจำเป็น

“ในกรณีที่ใครไม่มีที่ดินสร้างบ้าน ชาวบ้านตกลงกันว่า จะเอาที่ดินมาแลกเปลี่ยนกัน เช่น ใครมีที่ดินทำกินเอามาแลกกับที่ดินเพื่อสร้างบ้าน ไม่มีการซื้อขายกันทั้งสิ้น ส่วนใครที่ไม่มีที่ดินแลกเปลี่ยน คนไหนมีที่ดินมากก็จะยกให้ปลูกบ้านฟรีๆ เป็นความเกื้อกูลกันอย่างแท้จริง”

ส่วนการสร้างบ้านจะเอาแรงกัน และแยกกันออกชัดเจนตั้งแต่การปรับที่ดิน ตรงไหนพอปรับได้ด้วยมือลงมือทำทันทีโดยไม่ได้รอเครื่องจักร ส่วนรื้อถอนเพื่อสร้างใหม่ ส่วนขึ้นโครงสร้างบ้านเป็นหลังๆ ไปจนเสร็จสมบูรณ์

หากใครผ่านไปบ้านพุยใต้ในยามนี้ จะเห็นบ้านเรือนที่เป็นต้นแบบบ้านเผ่าปะกาเกอะญอและเผ่าม้ง สร้างเป็นหย่อมๆอยู่ 3 หย่อมบ้าน กำลังจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ในอีกไม่กี่วัน ซึ่งรอเพียงแต่ให้ปีใหม่ของชาวเขาคือเดือนเมษายนผ่านพ้นไป และปลูกข้าวไว้กินในปีหน้าเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่อย่างถาวร

“ความสำเร็จของการสร้างบ้านในจำนวนงบประมาณที่มีจำกัด แต่ได้บ้านทั้งหลังอยู่กันได้ทั้งครอบครัว เราไม่ต้องการบ้านหลังใหญ่โต เพียงแต่ให้ชุมชนอยู่กันอย่างเกื้อกูลในบ้านเกิดอย่างพอเพียง โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของชาวพุยใต้ คือ มุ่งมั่น รวดเร็ว ฉับไว ไม่เรื่องมากใช้เวลาน้อยแต่มั่นคง วันนี้เราจึงมีบ้านที่มั่นคง”

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter