“วันนี้ดีใจมากที่มีบ้านเป็นของตนเอง และมีเพื่อนใหม่ที่คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน การที่เราอดทนรอมานาน วันนี้ผลที่ได้รับกลับมาแล้ว ดีนะช่วงนั้นไม่ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกเสียก่อนไม่อย่างนั้นต้องเสียดายแย่เลย โอกาสดีๆอย่างนี้มันมีไม่มากหรอกสำหรับคนจนอย่างเรา”
การพัฒนาที่ใช้พลังแบบมีส่วนร่วมของคนในชุมชน กำลังเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน เป็นต้นแบบแห่งการสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ช่วยเหลือเกื้อกูลจนหลายชุมชนได้หลุดพ้นจากความทุกข์ยากในยามนี้
การสร้างพลังแบบมีส่วนร่วมจากจุดเล็กๆของคนจนในจังหวัดชัยนาท ที่รวมตัวช่วยเหลือเกื้อกูลกัน จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ทั้งเรื่องการสร้างที่อยู่อาศัย สร้างอาชีพ วันนี้การรวมกลุ่มได้ประสบผลสำเร็จ สามารถขยายเป็นเครือข่ายกันได้อย่างกว้างขวาง
นายเจษฎา สี่พี่น้อง นายกเทศมนตรีเมืองชัยนาท กล่าวว่า จังหวัดชัยนาทตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ดังนั้นชาวบ้านส่วนใหญ่ที่เป็นคนเก่าคนแก่จึงนิยมสร้างบ้านอยู่ติดกับสองฝั่งแม่น้ำ เพื่อเดินทางไปมาหาสะดวกและทำมาค้าขาย แต่เมื่การคมนาคมทางบกได้เจริญขึ้น การสัญจรทางน้ำจึงไม่ค่อยได้รับความนิยม พี่น้องสองฝั่งแม่น้ำจึงเปลี่ยนวิถี หันมาประกอบอาชีพค้าขายในตลาดแทน ส่วนบ้านเรือนที่สร้างมานับร้อยๆปีตามสายน้ำ วันนี้ได้ทรุดโทรม ผุพังไปตามกาลเวลา
เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัย โดยพลังการมีส่วนร่วมของชาวบ้านผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน จึงจำเป็นต้องสร้างความสามัคคี ร้อยใจ ร้อยชุมชน เพื่อที่อยู่อาศัย มีอาชีพอย่างมั่นคง สามารถพึ่งตนเองได้บนพื้นฐานของความพอเพียง
การรวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นกลุ่มออมทรัพย์เพื่อสร้างบ้านของคนจนเมืองชัยนาท จึงเป็นก้าวสำคัญของทางออกเพื่อความมั่นคงในชีวิต ทั้งนี้เงินออมทรัพย์ยังจะเป็นเงินกองทุนหมุนเวียนให้พี่น้องได้กู้ยืมไปประกอบอาชีพตามความจำเป็นและมีดอกเบี้ยต่ำ
หลังจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนมาประสานความร่วมมือ และให้ความรู้ในเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัย เทศบาลเห็นว่าเป็นโครงการที่จะสามารถช่วยเหลือความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านได้ จึงเริ่มลงพื้นที่อย่างจริงจังเพื่อช่วยเหลือพี่น้องที่อยู่ติดกับแม่น้ำ และพี่น้องบางส่วนที่อยู่ในชุมชนแออัด ประมาณ 16 ชุมชน ชุมชนที่ถูกไล่รื้อ ที่ไม่มีที่อยู่อาศัยมาเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง
ในช่วงแรกๆการรวมกลุ่มกันจะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป แนะนำให้พี่น้องช่วยกันลดรายจ่ายลงในส่วนที่ไม่จำเป็น เช่น เลิกเล่นหวย เลิกบุหรี่ ฯลฯ จนชาวบ้านพอมีเงินเพื่อมาออมทรัพย์กันมากขึ้น
โครงการสร้างที่อยู่อาศัยในระยะเริ่มแรก มี 2 โครงการ คือ โครงการแรกชาวบ้านได้จัดซื้อหาที่ดินเอง จำนวน 2 ไร่ 2 งาน 73 ตารางวา มีสมาชิกจำนวน 50 ครัวเรือน โครงการที่สองเป็นของเทศบาลซื้อที่ดินให้ชาวบ้านเช่าในราคาถูก มีเนื้อที่ 3 ไร่ 7 ตารางวา ระยะเวลาให้เช่า 30 ปี รองรับสมาชิกได้ 52 ครอบครัว เมื่อ 2 โครงการนี้เสร็จสิ้นแล้วเราจะเอาเป็นต้นแบบให้กับพี่น้องในโครงการบ้านมั่นคงเมืองชัยนาทต่อไป
ที่ผ่านมาชุมชนกับรัฐสามารถทำงานร่วมกันได้นั้น เป็นเพราะรัฐกับชาวบ้านได้มาพูดคุยกัน ดังนั้นการมีส่วนร่วมทั้งสองฝ่ายจึงเป็นทางออกที่ดี ทำให้ชาวบ้านได้ใกล้ชิดกับรัฐมากขึ้น จนชาวบ้านรู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของในชุมชน
นายธีรพล สุวรรณรุ่งเรือง ผู้จัดการภาคกลางตนบน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า โครงการสร้างที่อยู่อาศัยให้กับพี่น้องชาวเมืองชัยนาทได้ร่วมกันจากหลายหน่วยงานนั้น ได้พัฒนามาจากเครือข่ายสัจจะออมทรัพย์พัฒนาชุมชนเมืองชัยนาท โดยมีการทำงานร่วมกัน 2 ส่วน คือ แนวทางการพัฒนาการจัดหาที่อยู่อาศัยของคนจน ภายใต้โครงการบ้านมั่นคง และแนวทางการพัฒนาเมืองน่าอยู่ ทั้งสองประเด็นได้ประสานความร่วมมือกับเทศบาลเมืองชัยนาท พัฒนาสังคมจังหวัด มูลนิธิชุมชนไท และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน
เมื่อปี 2541 ซึ่งเป็นช่วงแรกๆได้มาจุดประกายความคิด สำรวจ เก็บข้อมูลชุมชนของพี่น้องชาวชัยนาท พบผู้เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยจำนวน 82 ครอบครัว จากนั้นเครือข่ายกลุ่มออมทรัพย์จึงได้มาเริ่มจัดตั้งเป็นกลุ่มออมทรัพย์เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยขึ้นเมื่อปี 2544 มีการออมทรัพย์กันเป็นประจำทุกเดือน จนปลายปี 2547 จึงได้แนะนำให้ชาวบ้านจัดตั้งเป็นสหกรณ์บริการชุมชนเมืองชัยนาท เพื่อให้สมาชิกมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยให้สมาชิกออมเงินเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย ซื้อที่ดิน และสาธารณูปโภคให้เหมาะสม
โครงการบ้านมั่นคงเมืองชัยนาทเริ่มดำเนินงานมา 9 ปี ใช้เวลาเพาะบ่มนานมากจนหลายคนคิดว่าโครงการบ้านมั่นคงต้องล้มเลิกแน่นอน จะเห็นได้จากเพื่อนๆสมาชิกทยอยลาออก และมาสมัครใหม่กันหลายอยู่ตลอดเวลา จนคนรุ่นเก่าๆหลงเหลือเป็นสมาชิกไม่ถึง 40 คน
วันนี้ (21 เมษายน 2550) โครงการบ้านมั่นคงเมืองชัยนาทได้ทำพิธียกเสาเอก จำนวน 22 หลังคาเรือน กว่า 50 ชีวิตกำลังขะมักเขม้นอยู่กับการยกเสาบ้านกันอย่างครื้นเครง เขากำลังจะมีบ้านเป็นของตนเองและยังเป็นบ้านที่อยู่บนความพอเพียงในชุมชน
นางสมคิด ทองขจร สมาชิกโครงการบ้านมั่นคงเมืองชัยนาท กล่าวว่า เดิมทีอาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บ้านเป็นบ้านไม้เก่าๆ ทรุดโทรมมาก อาศัยอยู่ด้วยกัน 4 คน คือตน สามี ลูกและหลาน ตนมีอาชีพค้าขาย ในแต่ละวันจึงมีรายได้ไม่แน่นอน แต่ด้วยความที่เป็นคนเก็บออม จึงพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง หลังจากที่มีเพื่อนในชุมชนมาชักชวนให้เข้าร่วมโครงการจึงมาประชุมและเกิดความสนใจจึงสมัครเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์
กว่า 4 ปีที่เข้าโครงการ ได้นำเงินมาออมทรัพย์กับกลุ่มทุกเดือนไม่เคยขาด แม้ว่าในอนาคตจะได้สร้างบ้านอย่างที่คิดไว้หรือไม่ แต่คิดว่าเงินที่เก็บสะสมมา ถือว่าเป็นเงินออมก็ไม่เสียหาย แต่เมื่อต้นปี 2550 ทางโครงการได้ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นโดยการเทศบาลได้มาเป็นตัวแทนคอยเจรจาหาซื้อที่ดินให้ จนมาประสบผลสำเร็จได้ที่ดินตรงข้ามกับ กรมการขนส่งแห่งใหม่ จำนวน 2 ไร่ 2 งาน 73 ตารางวา กลุ่มจึงเริ่มระดมกำลังช่วยกันทมที่ ตัดถนน ทำสาธารณูประโภคต่างๆ โดยได้ขอใช้สินเชื่อจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน จำนวน 2,459,250 บาท เสร็จแล้วจึงแบ่งที่ดินออกเป็นสองส่วน คือ ใช้เป็นพื้นที่ส่วนกลาง 30 % ที่เหลืออีก 70 % ใช้เป็นพื้นที่เพื่อสร้างบ้าน
ส่วนการบริหารการจัดการ ทุกคนได้มาออกกฎระเบียบเพื่อความอยู่ร่วมกันอย่างสามัคคี ส่วนบ้านตนเป็นบ้านแฝด มีเนื้อที่ 15 ตารางวา ค่าบ้านส่งเดือนละ1,393 บาท ค่าซื้อที่ดินอีกเดือนละ 390 บาท รวมเดือนหนึ่งต้องส่งให้สหกรณ์เดือนละ 1,783 บาท เป็นเงินไม่มากไม่น้อย พอหาได้
“วันนี้ดีใจมากที่มีบ้านเป็นของตนเอง และมีเพื่อนใหม่ที่คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน การที่เราอดทนรอมานาน วันนี้ผลที่ได้รับกลับมาแล้ว ดีนะช่วงนั้นไม่ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกเสียก่อนไม่อย่างนั้นต้องเสียดายแย่เลย โอกาสดีๆอย่างนี้มันมีไม่มากหรอกสำหรับคนจนอย่างเรา”
ด้านนางสุดธี ครองยุทธ สมาชิกโครงการบ้านมั่นคงเมืองชัยนาท กล่าวว่า หลังจากไปทำงานที่กรุงเทพกว่า 4-5 ปีไม่มีอะไรดีขึ้นจึงกลับมาแต่งงานแล้วแยกครอบครัวออกไปเช่าบ้านอยู่ในตลาด เพราะที่บ้านมีลูกหลายคน ทำอาชีพเสริมสวย พอดีได้ยินว่ามีโครงการบ้านมั่นคงจากลูกค้าที่มาตัดผม จึงได้มาขอสมัครเป็นสมาชิก
“วันนี้มีบ้านแล้ว และกำลังท้องได้ 6 เดือน คิดว่าบ้านหลังนี้จะเป็นของขวัญวันเกิดให้ไอ้ตัวเล็กมัน”
จะว่าไปแล้วโครงการบ้านมั่นคงเมืองชัยนาทสำเร็จได้ก็มาจากพี่น้องทุกคน และการมีหน่วยงานรัฐคอยหนุนเสริม ซึ่งตัวอย่างที่ทำกันในเมืองชัยนาท จะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับอีกหลายชุมชนได้ในอนาคต
บ้านจะหลังเล็กหากได้ปลูกตามใจคนอยู่แล้ว ความภูมิใจกับบ้านของตนนั้นไม่เคยลดหย่อนไปจากใจแม้เวลาจะผ่านพ้นไปนานเพียงใด เพราะบ้านที่เราอยู่นั้นเราสร้างมันมากับมือ
ในขณะที่กำลังนั่งคุยกับสมาชิกโครงการบ้านมั่นคงสนุกสนานไปกับเสียงหัวเราะอยู่นั้น เสียงชัยโยโห่ร้องของพี่น้องอีกส่วนก็กำลังยกเสาเอกเอาฤกษ์เอาชัยดังกึกก้องไปไกลขึ้นเป็นระยะๆ แม้ว่าแสงอาทิตย์จะร้อนระอุในช่วงบ่ายของเดือนเมษายนก็ตาม แต่ทุกคนก็ยังมีรอยยิ้มที่อาบเหงื่อ มันเป็นความปลื้มปิติของเจ้าของบ้านที่สร้างบนความพอเพียงในบ้านเกิด





