playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

"สู้เพื่อบ้านของชาวบ้านไทย - จังโหลน" เทศบาลสำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา

ชุมชนไทย - จังโหลน ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 บ้านไทย - จังโหลน เทศบาลตำบลสำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา เป็นชุมชนที่อยู่ติดชายแดนไทย - มาเลเซีย ชาวบ้านส่วนใหญ่เรียกว่า "ด่านนอก" ชุมชนอยู่ห่างจากตัวอำเภอสะเดาไปทางทิศใต้ประมาณ 10 กิโลเมตร มีประชากรตามทะเบียนบ้านจำนวน 4,000 คน และประชากรแฝงอีกเกือบหมื่นคน ซึ่งส่วนใหญ่จะมาทำงานด้านบริการ บ้านไทย - จังโหลนเพิ่งได้รับการยกระดับจากองค์การบริหารส่วนตำบลสำนักขามเป็นเทศบาลตำบลสำนักขาม มาแล้วประมาณ 1 ปี และเริ่มมีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคให้สอดคล้องกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่นโรงแรม และ การจัดโซนนิ่งสถานบริการ ฯลฯ>

ในช่วงต้นปี 2545 รัฐบาลยุคนั้นมีนโยบายจัดระเบียบสังคมเกี่ยวกับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างทุกเมืองทั่วประเทศ ซึ่ง ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา เป็นพื้นที่หนึ่งที่ตำรวจท้องที่ได้เข้ามาหารือกับมอเตอร์ไซค์รับจ้างและผู้มีบารมีเกี่ยวกับการจัดระเบียบการรับจ้างของมอเตอร์ไซด์รวมถึงการจัดบริการเสื้อวิน ซึ่งขณะนั้นมีการเสียค่าเสื้อกั๊กตัวละประมาณ 5,000 - 15,000 บาท สมาชิกแต่ละคิวประมาณ 250 คัน ซึ่งต่อมาช่วงกลางปี 2546 สามารถยกเลิกระบบอิทธิพลดังกล่าวจนหมดสิ้น

เปลี่ยนเป็นให้สมาชิกแต่ละคิวตกลงกันเองว่าจะให้เพิ่มสมาชิกหรือไม่ จากนั้นจึงไปขอเบอร์เสื้อจากตำรวจและตัดเสื้อกั๊ก เอง ผลจากกระบวนการดังกล่าวทำให้ชาวบ้านเกิดความคิดที่จะช่วยเหลือกันเองภายในสมาชิกมอเตอร์ไซค์รับจ้างด้วยกัน จึงได้จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ขึ้น โดยมีนายตำรวจที่รับผิดชอบเขตพื้นที่นั้นคือ พ.ต.ท.วันไชย เอกพรพิชญ์ ปัจจุบัน เป็น ผกก.จว.สงขลา ให้คำแนะนำ กลุ่มออมทรัพย์จึงเริ่มเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2546 สมาชิกมอเตอร์ไซค์รับจ้างไทย - จังโหลน ได้เริ่มออมเงินวันละ 10 บาทต่อคน มีสมาชิกออมเงินต่อเนื่องจำนวน 60 กว่าคน ดำเนินการได้ 6 เดือน มีเงินทุนรวม 80,000 บาท แต่สุดท้ายไปไม่รอด เนื่องจากผู้เก็บเงินนำเงินไปใช้จ่ายส่วนตัว โดยไม่ได้เป็นมติของสมาชิกส่งผลให้กลุ่มล้ม แต่ทุกคนก็ได้รับเงินคืนดังกล่าวครบถ้วน ส่งผลให้ทุกคนใช้เวลาตั้งสติใหม่ประมาณ 2 - 3 เดือน โดยไม่มีกิจกรรมกลุ่มใดๆ หลังจากนั้นได้มีการหารือกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง และปรึกษากับผู้นำหมู่บ้าน คือ ผู้ใหญ่บ้านสุเชษฐ์ พรหมาด และรอง ผกก.อ.สะเดา พ.ต.ท.วันไชย เอกพรพิชญ์ ซึ่งเห็นด้วยและพร้อมสนับสนุนเต็มที่ โดยเริ่มออมเงินกันใหม่เป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2546 ออมวันละ 5 บาทต่อคน มีสมาชิกแรกเริ่ม 19 คน จนถึง 80 คน ช่วงเดือนเมษายน 2547 ซึ่งครบ 6 เดือน มีเงินออมประมาณ 50,000 บาท จึงมีการประชุมสมาชิกจัดทำระเบียบการบริหารและตั้งกรรมการบริหารเงินออม ต่อมามีการประชุมคณะกรรมการกลุ่ม กำหนดวิธีการบริหารเงินเป็น 3 กิจกรรม คือ

1. ปล่อยกู้ซื้อมอเตอร์ไซค์โดยทางกลุ่มไปซื้อเงินสดมาแล้วให้สมาชิกผ่อนและยึดเล่มทะเบียนรถไว้

2. จำหน่ายข้าวสารแก่สมาชิกโดยใช้ทุนของกลุ่มไปซื้อมาก่อนและให้สมาชิกซื้อเป็นเงินสดหรือผ่อนก็ได้

3. ปล่อยกู้ทั่วไปตามจำนวนเงินออมหรือถ้ากู้เกินเงินออมแต่ไม่เกิน 50% ของเงินออมต้องมีสมาชิกค้ำประกัน

ผลจากการออมเงินข้างต้นดังกล่าวทำให้สมาชิกจำนวน 50 คน ลาออก เพราะกลัวว่าผู้กู้เงินไปจะไม่ยอมชำระคืน ประกอบกับไม่มั่นใจในการบริหารของกรรมการ ช่วงจังหวะเดียวกันกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาอำเภอสะเดา ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาพูดคุยและยินดีจะสนับสนุนหากทางกลุ่มปรับปรุงระเบียบการบริหารบางเรื่อง เช่น ให้สมาชิกถือหุ้นๆ ละ 10 บาทต่อวันต่อคน และตั้งชื่อเป็นกลุ่มออมทรัพย์สัจจะ จากนั้นช่วงพฤษภาคม 2548 ทาง ธกส.แจ้งกว่ากลุ่มมีสิทธิขอกู้ได้วงเงิน 500,000 บาท แต่ทางกลุ่มขอกู้เพียง 300,000 บาทและนำมาบริหารสนับสนุน 3 กิจกรรม ข้างต้น จนถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2549 ทางกลุ่มได้ปันผลให้แก่สมาชิกซึ่งได้รับเงินปันผลหุ้นละ 49 บาท หลังจากการสรุปและปันผลปี 2549 ทำให้มีสมาชิกเพิ่มจาก 30 คน เป็น 250 คน ช่วงเดือนมกราคม 2550 และค่อยๆ เพิ่มขึ้นทุกเดือนจนถึงปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 700 กว่าคน ส่วนใหญ่ 80% จะเป็นคนจนที่หาเช้ากินค่ำและอาศัยในที่ดินบุกรุก ริมชายแดนไทยมาเลเซีย กับอาศัยบ้านเช่าซึ่งมีราคาแพงมาก ห้องละ 3,500 - 4,000 บาทต่อเดือน

หลังจากประสบผลสำเร็จจากการบริหารกลุ่มออมทรัพย์สัจจะและเงินกู้จาก ธกส. ก้อนแรก 300,000 บาท ทางกลุ่มจึงได้กู้เงินจาก ธกส.เพื่อบริการสมาชิกอีก 2 ครั้ง คือ เดือนธันวาคม 2549 จำนวน 200,000 บาท และ เดือนกุมภาพันธ์ 2550 จำนวน 500,000 บาท ขณะเดียวกันคณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์สัจจะบ้านไทย - จังโหลน ได้ตัดสินใจดำเนินโครงการออมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยเฟสที่ 1 ขึ้น โดยให้สมาชิกออมเงินเพื่อซื้อบ้านวันละ 40 บาท เริ่มตั้งแต่ วันที่ 25 ธันวาคม 2549 พร้อมเริ่มจัดหาที่ดินและได้ตกลงซื้อที่ดิน จำนวน 22 ไร่ 104 ตารางวา ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ต.สำนักขาม ราคา 12,700,000 บาท จ่ายเงินมัดจำไปแล้ว 400,000 บาท เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2550 และจะเริ่มผ่อนงวดแรกจำนวน 257,000 บาท ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2550 เป็นต้นไป ขณะเดียวกันได้เปิดรับสมาชิกที่จะจองบ้านราคาหลังละ 300,000 บาท (ที่ดิน 80 ตารางวา บ้าน 2 ห้องนอน) โดยมีผู้สนใจสมัครเป็นครั้งแรก 300 กว่าคน ทำให้ต้องจับสลากเพราะมีบ้านเพียงแค่ 250 หลัง ส่วนที่เกินให้ออมเงินไว้จนถึงปัจจุบันมีสมาชิกจองบ้านเฟสที่ 2 และออมเงินวันละ 40 บาทแล้วเกือบ 300 คน รวมสมาชิกที่สนใจและออมเงินเพื่อซื้อบ้านทั้งหมด เกือบ 600 คน มีเงินออมเพื่อบ้านเดือนละ 300,000 บาท (ไม่รวมเงินออมทรัพย์สัจจะวันละอย่างน้อย 10 บาทต่อคน) ด้วยเหตุนี้คณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์สัจจะบ้านไทย - จังโหลน จึงตัดสินใจลงเสาเอกก่อสร้างบ้านเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2550 มีเงินลงทุนช่วงแรกจากเงินออมเพื่อบ้านของสมาชิก 500 กว่าคน มีเงินกู้กลุ่มออมทรัพย์ประมาณ 500,000 บาท จนถึงปัจจุบันมีสมาชิกเข้าอยู่แล้ว 3 หลัง (ด้านหน้าหมู่บ้านติดถนน) อยู่ระหว่างการตกแต่งของเจ้าของบ้าน 15 หลัง และกำลังก่อสร้างอย่างเร่งรีบอีก 19 หลัง เพื่อให้เสร็จทันการเปิดโครงการอย่างเป็นทางการพร้อมมอบโฉนดที่ดินและทะเบียนบ้าน ให้สมาชิกจำนวน 39 หลัง ในวันที่ 29 มิถุนายน 2550 ซึ่งเชิญ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม มาเป็นประธานในพิธี

เสาหลักที่สำคัญของโครงการออมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยบ้านไทย - จังโหลน จะประสบความสำเร็จอย่างเช่นปัจจุบันไม่ได้ หากไม่มี "กลุ่มออมทรัพย์สัจจะบ้านไทย - จังโหลน" เป็นแม่งานที่คอยสนับสนุนช่วยเหลือและยืนหยัดในการรวมกลุ่มและพัฒนากิจกรรมชุมชนเพื่อบริการสมาชิกอย่างต่อเนื่องซึ่งมีผลงานที่ทำให้สมาชิกพึงพอใจดังนี้

- สินเชื่อซื้อรถจักรยานยนต์ดอกเบี้ยราคาถูกจำนวน 60 คัน มูลค่า 35,000 บาท X 60 คัน = 210,000 บาท

- สินเชื่อข้าวสารแก่สมาชิกเดือนละ 6 ตัน

- สินเชื่อทั่วไปโดยใช้เงินออมทรัพย์สัจจะของตนเองเป็นวงเงินค้ำประกันและหากเกินวงเงินออมก็สามารถใช้เงินออมคนอื่นค้ำประกันได้

นอกจากนี้กลุ่มออมทรัพย์สัจจะบ้านไทย - จังโหลน ยังพยายามหาแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินต่างๆเพื่อเร่งรัดให้การดำเนินโครงการออมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยแล้วเสร็จภายใน 2 ปี (เดิมตั้งไว้ 3 ปี) ซึ่งมีบางธนาคารตอบรับมาเพียงแต่จะขอทำสัญญากับสมาชิกเป็นรายคน ซึ่งทางกลุ่มไม่เห็นด้วยเนื่องจากจะทำให้ระบบการรวมกลุ่มแตกสลายด้วยเหตุนี้จึงทำให้ปัจจุบันการดำเนินงานโครงการที่อยู่อาศัยของกลุ่มออมทรัพย์สัจจะบ้านไทย - จังโหลนใช้ทุนของตนเองเกือบ 100% และยังพยายามลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างบ้าน โดยมีโรงงานทำอิฐบล็อกเอง ซึ่งต้องใช้อิฐบล็อกทั้งโครงการประมาณ 2 ล้านก้อน มูลค่าเกือบ 5,000,000 บาท หากผลิตเองจะประหยัดได้ถึง 3,000,000 บาท รวมถึงแรงงานก่อสร้าง การควบคุมงาน ทั้งหมดเป็นสมาชิกของกลุ่มออมทรัพย์สัจจะบ้านไทย - จังโหลน ซึ่งสะท้อนถึงแนวคิดการพึ่งพาตนเอง การช่วยเหลือกันเองได้อย่างลงตัว

อุปสรรคที่ชุมชนแห่งนี้จะต้องฝ่าฟันต่อไป (แล้วคุณจะเอาใจ..หรือเงินทุน..มาช่วยละจ๊ะ) รีบคิดหน่อยนะ!

1. การลงทุนก่อสร้างโรงผลิตอิฐบล็อก ซึ่งต้องซื้ออุปกรณ์พร้อมติดตั้งประมาณ 250,000 บาท ก่อนหน้านี้ไม่รู้จะเอาทุนมาจากไหน แต่เมื่อทราบว่าทางรัฐบาลให้งบพัฒนาหมู่บ้าน (SML) ทางผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ต.สำนักขาม จึงยินดีให้งบประมาณกับโรงงานผลิตอิฐบล็อกทันที (อื้อ..อย่างนี้น่าจะได้แหนบทองคำ...)

2. การติดตั้งระบบไฟฟ้า ขณะนี้ทางการไฟฟ้าประเมินราคามาแล้วที่จะสนับสนุนผู้ที่อยู่อาศัยประมาณ 39 หลัง คิดเป็นเงินที่ต้องจ่ายเอง 211,000 บาท ซึ่งยังไม่มีเงินจ่าย

3. ระบบประปาหมู่บ้าน กลุ่มออมทรัพย์สัจจะบ้านไทย - จังโหลน ได้ประสานงาน และขอความช่วยเหลือจากกลุ่มออมทรัพย์สัจจะบ้านไร่ตก ซึ่งเป็นที่ตั้งโครงการ เนื้อที่ 22 ไร่ 104 ตารางวา ทางกลุ่มออมทรัพย์บ้านไร่ตกจะเข้าไปลงทุนระบบประปาและบริการน้ำให้เอง ซึ่งเป็นความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านขององค์กรชุมชนด้วยกันอย่างน่าสนใจ (คุณเชื่อหรือไม่...ว่าเขาทำได้...)

4. เงินลงทุนโครงการอยากให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี ปัจจุบันมียอดเงินหมุนเวียนประมาณ 6,000,000 บาท แต่ยังขาดเงินอีก 4,000,000 บาท ที่จะทำให้โครงการเสร็จทันภายใน 1 – 2 ปี ซึ่งหากโครงการสำเร็จจะมีมูลค่าประมาณ 85 ล้านบาท (ที่ดินพร้อมบ้าน 250 หลัง)

เรื่องเล่าจากชายแดนไทย - มาเลเซีย

โดย ยอดทอง และ โสรยา

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter