playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

เมื่อวันที่ 18-19 ก.ย. ชาวบ้านม่อนบ่อเฮาะ พร้อมด้วยแรงสนับสนุนจาก อ.แม่แจ่ม อบต.ท่าผา สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) กลุ่มนักพัฒนาจากคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ(กปอพช. เหนือ) ตัวแทนจากชุมชนภายใต้โครงการบ้านมั่นคงชนบทจากทั่วประเทศร่วมใจกันจัดงาน เปิดชุมชนบ้านมั่นคงชนบท และทำบุญสืบชะตาหมู่บ้านม่อนบ่อเฮาะ

ชาวบ้านม่อนบ่อเฮาะ เป็นชาวบ้านจากบ้านแม่ยางหลวง ม.6 ต.ท่าผา อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ซึ่งประสบภัยน้ำป่าจากดอยอินทนนท์ไหลท่วมและพัดพา ดิน โคลน และไม้ใหญ่ จนบ้านเรือนเสียหาย และครั้งหลังฝายกั้นน้ำ 8 แห่งพังทลาย

การมาสร้างชุมชนใหม่บนสันดอยที่ชาวบ้านเรียกว่า “ม่อนบ่อเฮาะ” ห่างจากชุมชนเดิมราว 2-3 กิโลเมตร ของกลุ่มผู้ประสบภัยเป็นไปในลักษณะค่อยๆ ทยอยตามกันมาตั้งบ้านใหม่ เนื่องจากอยู่ในสภาพ 2 จิต 2 ใจ คิดว่าเหตุการณ์น้ำป่าไหลท่วมอาจไม่เกิดขึ้นบ่อย และเกรงว่าบ้านใหม่จะไม่มั่นคง

แต่เมื่อสภาพดินฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลงไป ปัญหาฝนตกหนักน้ำป่าท่วมเกิดขึ้นบ่อยมากขึ้น เกิดความหวาดกลัวทุกครั้งที่ฝนตกหนักเป็นเวลานาน ต้องเตรียมตัวอพยพพ่อแก่ แม่เฒ่า เด็กเล็ก และขนข้าวของสำคัญหนีน้ำ ทำให้ต้องเร่งรีบรื้อถอนบ้าน ขนย้ายไปสร้างใหม่ที่ม่อนบ่อเฮาะ

นายสำราญ  กุลนันท์ ชาวบ้านม่อนบ่อเฮาะ กล่าวว่า พื้นที่ตรงม่อนบ่อเฮาะนี้เดิมเป็นพื้นที่ สปก. เจ้าของเดิมใช้ทำไร่ข้าวโพด แต่เมื่อมีชาวบ้านผู้ประสบภัยย้ายมาเจ้าของที่ขายที่ในราคาญาติพี่น้อง คือ งานละ 2,500 บาท แบ่งกันครอบครัวละ 1 งาน ถึง 1 งานครึ่ง เริ่มทยอยสร้างบ้านกันเองตามแต่จะหาเงินได้ ส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ ตั้งแต่หลังน้ำท่วมปี 2545 จนถึงตอนนี้มี 60 หลังคาเรือน

ต่อคำถามว่า ทำไมจึงเลือกพื้นที่ตรงนี้ นายสำราญ ตอบว่า เดิมทีทางราชการเสนอให้ใช้พื้นที่บริเวณใกล้โรงเรียน ห่างจากบ้านเดิมราว 1 กิโลเมตร เป็นที่ลุ่มชาวบ้านใช้ทำนา แต่เมื่อชาวบ้านได้ถามร่างทรงประจำหอพ่อเจ้าหลวงว่าเหมาะสมต่อการตั้งชุมชนหรือไม่ ได้รับคำตอบว่า ไม่เหมาะ เพราะอยู่ใกล้ป่าช้า ไม่เหมาะต่อการสร้างบ้านเรือน ให้เลือกตั้งบ้านเรือนที่ม่อนซึ่งเป็นสันดอย ชาวบ้านจึงเลือก “ม่อนบ่อเฮาะ” เป็นที่ลงหลักสร้างบ้านมั่นคง

นอกจากการบรรเทาความทุกข์ยากผู้ประสบภัยโดยหน่วยงานราชการท้องถิ่น โดยเฉพาะอบต.ท่าผา ในช่วงปี 2548 เริ่มมีนักพัฒนาเอกชน นักกิจกรรมทางสังคม ร่วมด้วยเจ้าหน้าที่จากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช.  เข้าร่วมประสานงานให้ความช่วยเหลือ ตั้งแต่การวางรากฐานความคิดการรวมกลุ่ม เรียนรู้สิทธิชุมชน ตลอดจนปลุกระดมขวัญกำลังใจในการลุกขึ้นสร้างชุมชนใหม่ให้แก่ชาวบ้านผู้ประสบภัย

เมื่อชาวบ้านรวมตัวกันทำกิจกรรมอย่างแข็งขัน ร่วมกันสร้างกฎระเบียบการอยู่ร่วมกันเป็นชุมชน ตั้งกลุ่มออมทรัพย์วันละ 1 บาท กลุ่มออมทรัพย์เพื่อสวัสดิการชุมชน ที่สุดในปี 2549 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของคนยากจนในชนบท หรือ “โครงการบ้านมั่นคงชนบท” เป็นโครงการในความรับผิดชอบของ ศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาชนบทตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เป็นจำนวน 3,911,000 บาท นำไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ เช่น การจัดซื้อที่ดินเพื่อสร้างบ้าน และการสร้างบ้านการศึกษาดูงานเรื่องที่ดิน เรื่องเกษตรอินทรีย์ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เรื่องการจัดองค์กรกลุ่มอาชีพผู้สูงอายุ เรื่องการจัดองค์กรกลุ่มอาชีพกลุ่มแม่บ้าน รวมทั้งนำเงินสมทบกองทุนธนาคารที่ดิน  ส่งเสริมการปลูกผักพื้นบ้านเพื่อการบริโภค และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การรักษาป่าชุมชน

ในปี 2550 ชุมชนเสนองบประมาณเพื่อขอรับการสนับสนุนการทำประปาภูเขากับทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ภายใต้โครงการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นที่ประสบภัยน้ำท่วม ได้รับการสนับสนุน จำนวน 100,000 บาท ซึ่งชุมชนได้ช่วยแรงงานและสมทบงบประมาณเพิ่มเติมในการก่อสร้างประปาภูเขาซึ่งกำลังก่อสร้างอยู่

นายเจนณรงค์  บุญเทียม ชาวบ้านม่อนบ่อเฮาะ กล่าวว่า สิ่งที่ชาวบ้านได้รับคือ ความม่วนอกม่วนใจ๋ มีบ้านที่มั่นคง ชุมชนเข้มแข็ง รู้จักการทำงานเป็นกลุ่ม มีการออมทรัพย์ เกิดความสามัคคีในชุมชน ร่วมกันสร้างบ้าน ตกลงร่วมกันที่จะทำที่ดินผืนนี้เป็นโฉนดชุมชน เกิดการเรียนรู้ในเรื่องต่างๆ รวมถึงมีความคิดที่จะรักษาป่าชุมชน ชุมชนยังจัดเตรียมที่ดินไว้เผื่อผู้เดือดร้อนที่อยู่อาศัยรายใหม่ที่จะเกิดขึ้นต่อไป.

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter