โครงการบ้านมั่นคงเป็นนโยบายการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยของคนจนเมืองหรือสลัม ซึ่งรัฐบาลได้มอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)เป็นผู้ดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปี 2546 โดยในช่วงแรกมีการดำเนินการในชุมชนนำร่องจำนวน10 แห่ง และประสบความสำเร็จอย่างดี จนทำให้ปัจจุบันสามารถขยายพื้นที่ออกไปครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ จำนวน 128 โครงการ ใน 198 ชุมชน ครอบคลุม 55 เมือง 33 จังหวัด และมีประชาชนผู้ได้รับผลประโยชน์จำนวน 14,681 ครอบครัว
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภาพรวมการดำเนินการจะดำเนินไปได้ด้วยดีก็จริง แต่ก็มีปัญหาหลายอย่างที่ทำให้กระบวนการดำเนินโครงการบ้านมั่นคงในพื้นที่ต่างๆ ประสบความล่าช้า
ในโอกาสที่ประเทศไทยจะจัดให้มีการเลือกตั้งใหญ่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ และจะมีรัฐบาลชุดใหม่ก้าวขึ้นมาทำหน้าที่บริหารประเทศต่อ ผู้นำชุมชนส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะผู้นำชุมชนที่มีบทบาทในการทำงานพัฒนาเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของคนจน จึงเสนอข้อคิดเห็นฝากผ่านไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับโครงการบ้านมั่นคง ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดที่ผ่านมาที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ เพื่อให้รัฐบาลใหม่ได้รับไปสานต่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นายเกียรติศักดิ์ มีสมพร รองประธานชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่ เขตจตุจักร กทม. กล่าวว่า
โครงการบ้านมั่นคงถือเป็นมิติใหม่ของพี่น้องชาวชุมชน ที่จะได้มีที่อยู่อาศัยอย่างมั่นคงและเป็นหลักแหล่ง ทำให้คุณภาพชีวิตของคนจนดีขึ้น ทำให้ชาวชุมชนมีโอกาสได้ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันพัฒนา และร่วมกันรับประโยชน์ที่เกิดขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาทางรัฐบาลได้ให้การสนับสนุนมาตลอด
“ตอนนี้ได้มีการนำเอาโครงการบ้านมั่นคงไปชูเป็นนโยบายสำหรับการหาเสียง ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดีที่มีการให้ความสำคัญกับปัญหาที่อยู่อาศัยของคนจนมากขึ้น หลังเลือกตั้งเสร็จ ไม่ว่าพรรคไหนจะขึ้นมาเป็นรัฐบาลบริหารประเทศก็ตาม ประเด็นที่อยากจะฝากไปถึงรัฐบาลชุดใหม่ ก็คือ ขอให้มีการนำเอาโครงการบ้านมั่นคงไปสานต่อ อยากให้ทำอย่างจริงจัง ไม่อยากให้ดีแต่พูดเพียงอย่างเดียว อยากให้รัฐบาลสนับสนุนด้านงบประมาณอย่างเต็มที่ และอยากให้มีการผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการ เพื่อให้กฎหมายมีความสอดคล้องกับนโยบายการทำโครงการบ้านมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายที่ดิน ธนารักษ์ หรือเทศบัญญัติ แก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ทั้งนี้ เพราะว่าที่ผ่านมา การที่โครงการบ้านมั่นคงเดินได้ช้า สาเหตุก็มาจากการติดขัดที่ข้อกฎหมายนั่นเอง” นายเกียรติศักดิ์ กล่าว
ด้าน นายสมนึก จันทร์อินทร์ รองประธานชุมชนร่วมสามัคคี เขตวังทองหลาง กทม. กล่าวว่า โครงการบ้านมั่นคงเป็นแนวทางใหม่ที่ช่วยเชื่อมร้อยให้ชาวบ้านได้เข้ามามีบาท ได้ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ เป็นโครงการแนวใหม่ที่เข้ากับความเป็นจริง สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน เป็นโครงการที่แก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านตรงจุด เป็นเสาเอกที่จะค้ำจุนสังคมให้ดำรง ซึ่งบ้านมั่นคงไม่ได้ทำให้ได้บ้านเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังนำไปสู่การมีความรักสามัคคีของชาวชุมชน การรักษาสิ่งแวดล้อม และการแก้ไขปัญหาอื่นๆ ในชุมชน ซึ่งจะทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งมากขึ้น
“สมัยก่อนชาวชุมชนร่วมสามัคคีต่างคนต่างอยู่ ไม่ค่อยสนใจหรือรู้จักคุ้นเคยกัน แต่พอมีโครงการบ้านมั่นคงเข้ามา ก็ทำให้ชาวชุมชนมีความคุ้นเคยกัน มีการรวมตัวกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน มีการแบ่งบทบาทหน้าที่กัน ช่วยกันทุกเพศทุกวัย เวลาจัดกิจกรรมใดขึ้น ก็จะมีคนมาช่วยกันคนละไม้คนละมือเต็มไปหมด แตกต่างจากสมัยก่อนโดยสิ้นเชิง ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและอยู่ร่วมกันด้วยความรักความเอื้ออาทรต่อกัน รวมทั้งสามารถดึงให้หน่วยงานต่างๆ ของรัฐได้เข้ามามีส่วนร่วมอีกด้วย” นายสมนึกกล่าว
ส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการบ้านมั่นคงที่จะฝากไปถึงรัฐบาลชุดใหม่นั้น นาย
ความคิดเห็นที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเสียงสะท้อนจากรากหญ้าที่ฝากผ่านฟากฟ้าไปถึงรัฐบาลใหม่ เพื่อให้รัฐบาลใหม่ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของคนจนอย่างจริงจัง จะได้ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่และมีความสุขที่โลก.





