เทศบาลตำบลหน้าพระลาน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี มีพื้นที่รวม 9 ตารางกิโลเมตร แบ่งออกเป็น 16 ชุมชน ส่วนใหญ่อยู่ในเขตรัศมีเขาซึ่งเป็นพื้นที่สัมปทานเหมืองหิน และประทานบัตรหินอ่อน ลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่สำคัญ ประกอบไปด้วยภูเขาหินปูน และหินอ่อนจำนวนมาก อันเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการก่อสร้าง เช่น ปูน หิน ผลิตภัณฑ์หินอ่อน ฯลฯ ซึ่งแต่ละปีจะสร้างรายได้ให้กับเมืองหน้าพระลานจำนวนมหาศาล ชาวชุมชนที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลฯทั้ง 16 ชุมชนส่วนใหญ่จึงประกอบอาชีพ เจาะหิน ระเบิดหินและเป็นคนงานในโรงโม่
นางสรธิญ โพธิ์ทอง
พี่แต๊วชาวชุมชนเขาผาดแอกใต้หรือเล่าให้ฟังว่า “บริเวณที่อาศัยอยู่นี้เมื่อก่อนไม่มีบ้านคนมีแต่ภูเขาแต่เมื่อทางการเปิดสัมปทานบัตร พื้นที่ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ภูเขาหินปูนกลายเป็นโรงโม่หิน มีการระเบิดหินเกิดขึ้น ทำให้ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาหางานทำ เป็นลูกจ้างโรงงานโดยรับจ้างปีนผาขึ้นไปเจาะหินและวางระเบิดลงในหลุมเพื่อระเบิดหินลงมา ได้ค่าจ้างวันละ 300 บาท ถือว่าเป็นค่าจ้างที่สูงมากที่เดียวในสมัยนั้น และเมื่อระเบิดก้อนหินออกมาเป็นก้อนๆประมาณแทงค์น้ำได้แล้วจะมีคนงานอีกกลุ่มหนึ่งนำหัวกระแทกหรือใช้ค้อนปอนด์ทุบเพื่อให้เป็นก้อนเล็กๆประมาณ 100-200 กิโลกรัม จากนั้นนำไปเข้าเตาเผาเพื่อทำปูนขาวจำหน่ายต่อไป”
พี่แต๊วเล่าต่ออีกว่า “ช่วงนั้นเป็นช่วงที่คนงานมีงานทำกันมากส่งผลให้มีรายได้สูงขึ้นตามไปด้วย มีการหลั่งไหลของผู้คนเพื่อเข้ามารับจ้างทำงานในโรงโม่หินเพิ่มมากขึ้น ชาวบ้านจึงเข้ามาจับจองปลูกสร้างที่อยู่อาศัยในที่ดินของนิคมสร้างตนเอง กรมป่าไม้ เอกชนและที่ประทานบัตรซึ่งอยู่ใกล้ๆกับโรงงานจนเกิดชุมชนย่อยๆขึ้นมา ประกอบกับในปีพ.ศ. 2533 มีการตัดถนนเส้นหน้าพระลานเป็นถนน 4 เลน มีการตั้งโรงงาน โรงโม่หิน ผาหินเพิ่มมากขึ้น เพราะมีการคมนาคมขนส่งสะดวกสบาย ส่งผลให้มีผู้คนมารับจ้างทำงานและเข้ามาอยู่อาศัยในชุมชนเพิ่มขึ้นและอาศัยอยู่เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลาร่วม 60 ปีแล้ว
”
“สภาพความเป็นอยู่อาศัยของชาวชุมชนจะอยู่อาศัยกันอย่างแออัด บางบ้านนำเศษแผ่นไม้เก่าๆมาแปะทำฝาบ้าน สภาพบ้านทรุดโทรม ที่ดินอยู่ต่ำกว่าถนนมากช่วงฝนตกน้ำจะท่วมขังเนื่องจากยังไม่มีระบบสาธารณูปโภคที่ได้มาตรฐาน ไม่มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยเพราะอาศัยอยู่ในที่ดินของผู้อื่น”
“ตั้งแต่รัฐบาลประกาศปิดโรงโม่หินและผาหินเมื่อ 3 เดือนก่อน ทำให้ชาวบ้านที่เคยทำงานในโรงโม่และรับจ้างปีนผาหินไม่มีงานทำขาดรายได้ ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของชาวบ้าน”
ทางเทศบาลตำบลหน้าพระลานจึงมีแนวทางในการพัฒนาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยในเขตเทศบาลฯ โดยได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโครงการบ้านมั่นคงรวมทั้งได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานและองค์กรหลายฝ่าย อาทิ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช) กรมพลังงานทดแทน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงในที่ดินและที่อยู่อาศัย ในรูปแบบของการพัฒนาร่วมกันทั้งเมือง
ตอนแรกเทศบาลได้มาทำความเข้าใจกับชาวบ้านเกี่ยวกับโครงการบ้านมั่นคงก่อนเพื่อเตรียมให้ชาวบ้านเกิดการร่วมกลุ่ม จากนั้นได้พาไปศึกษาดูงานโครงการบ้านมั่นคงชุมชนคลองลำนุ่น
จ.กรุงเทพฯ เพื่อเรียนรู้ถึงขั้นตอนกระบวนการในการทำบ้านมั่นคง เมื่อกลับมายังชุมชนแกนนำของแต่ละชุมชนมาทำความเข้าใจร่วมกันกับสมาชิกและจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์โดยเริ่มที่ชุมชนเขาขาวเหนือเป็นแห่งแรก
ซึ่งกระบวนการดังกล่าวได้เกิดการทำงานขององค์กรชุมชนเพื่อวางแผนงานร่วมกันในการปรับปรุงชุมชน มีการร่วมกันจัดกระบวนการโดยแบ่งงานออกเป็น 4 ด้าน คือ งานพื้นที่ งานสืบราคาวัสดุ งานจัดซื้อและงานตรวจสอบ
นอกจากนี้ยังมีชาวชุมชนที่เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงจากกรุงเทพมหานครได้ไปลงพื้นที่ให้คำแนะนำและร่วมสร้างกระบวนการทางด้านออมทรัพย์ การอยู่อาศัยร่วมกันและการพัฒนาสินเชื่อให้อีกด้วย
จากการทำงานที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดคณะทำงานของบางชุมชนในเขตเทศบาลฯและเกิดแผนงานปรับปรุงชุมชนร่วมกันจำนวน 9 ชุมชน โดยมีความเห็นร่วมกันว่าในปีพ.ศ 2547 นี้จะมี 6 ชุมชน 413 หลังคาเรือน ที่จะจัดตั้งเป็นชุมชนนำร่องโครงการบ้านมั่นคง คือ ชุมชนเขางอบ เขาใหญ่ เขาผาดแอกใต้ คุ้งเขาเขียว เขานกยูงและประชาร่วมใจ
ต่อจากนั้นได้ลงสำรวจข้อมูลชุมชน วางผังชุมชนใหม่ ออกแบบบ้าน 6 แบบ และได้รับอนุมัติงบประมาณสนับสนุนปรับปรุงสาธารณูปโภคจาก พอช. จำนวน 10,505,000 บาท ล่าสุดขณะนี้ได้เตรียมขออนุมัติสินเชื่อในการปลูกสร้างที่อยู่อาศัยต่อไป
นายประพันธ์ คำธิระ
ชาวชุมชนประชาร่วมใจ กล่าวว่า “เมื่อก่อนฝนตกทีไรน้ำจะท่วมขังทุกที ชาวบ้านเดือดร้อนกันมาก เมื่อทางเทศบาลและพอช.ลงมาสนับสนุนในการทำบ้านมั่นคงและปรับปรุงระบบท่อระบายน้ำ รางส่งน้ำ ทำให้พวกเรามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยมีกิจกรรมร่วมกันในชุมชนต่างคนต่างอยู่ แต่ตอนนี้พวกเราได้มาช่วยทำงานร่วมกัน มีความสามัคคีช่วยเหลือกัน ทุกคนจะสร้างบ้านมั่นคงให้สำเร็จได้ต้องรู้จักร่วมกันทำงานตรงนี้”
นายบุญยัง คำรัตน์ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลหน้าพระลาน
เล่าว่า “โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าโครงการบ้านมั่นคงนี้ส่งเสริมให้ชาวบ้านทำงานร่วมกัน เกิดความสามัคคีในกลุ่ม เขาคิดอยากทำอะไรก็เสนอไปแล้วก็ลงมือทำกันเอง สมัยก่อนคนในชุมชนต่างคนต่างอยู่แต่เดี๋ยวนี้ชุมชนไหนทำเสร็จแล้วก็จะไปช่วยชุมชนที่กำลังสร้างอยู่”
“ผมคิดว่าถ้าสร้างบ้านมั่นคงเสร็จเมื่อไหร่จะมีชุมชนอื่นๆที่เห็นรูปธรรมจะะมาเข้าร่วมอีก โดยมีเป้าหมายขยายผลไปสู่อีก 10 ชุมชนที่เหลือ เพื่อร่วมกันพัฒนาเรื่องที่อยู่อาศัยร่วมกันทั้งเมืองและขยายไปสู่การแก้ไขปัญหาทั้งจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นไปตามนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจนของรัฐบาลอีกด้วย”
ความร่วมไม้ร่วมมือระหว่างชุมชนกับหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่นที่ตำบลหน้าพระลานเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาที่อยู่อาศัยร่วมกันทั้งเมืองอย่างเป็นรูปธรรม มีความสามัคคีในการทำงาน ช่วยเหลือกันเกื้อกูลกันในครั้งนี้ จึงเป็นมิติใหม่ของการพัฒนาที่จะเป็นกรณีศึกษาให้กับที่อื่นได้เรียนรู้ต่อไป





