บนพื้นฐานของความแตกต่างของวิถีชีวิตและ ชาติพันธุ์ที่หลากหลาย ทั้งลั่วะ ม้ง ลีซู ลาหู่ จีน ปะโอ ไทยใหญ่ และคนพื้นเมือง ที่อาศัยอยู่ตามเทือกเขาอันสลับซับซ้อนมานาน มีภูมิปัญญาสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ทั้งการทำไร่หมุนเวียน ปลูกข้าว พืชผัก เพื่อยังชีพ มีป่าเป็นแหล่งอาหารและยารักษาโรค ทรัพยากรดิน น้ำ ป่า จึงเป็นดั่งกองทุนสวัสดิการชุมชนที่สำคัญยิ่ง
นายไพโรจน์ สีมาลี ผู้ใหญ่บ้านท่าตาฝั่ง ตำบลแม่ยวม อำเภอแม่สะเลียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า เพื่อให้คนกับป่าเอื้อประโยชน์ต่อกันอย่างยั่งยืน การจัดการทรัพยากรธรรมชาติจึงต้องอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่นสืบทอดกันมาจากรุ่น ต่อรุ่นตั้งแต่บรรพบุรุษ และมีการปรับเปลี่ยนและพัฒนาให้สอดคล้องกับชุมชน แต่ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากความต้องการบริโภคทรัพยากรธรรมชาติของคนภายนอก ทั้งที่ดิน ป่าไม่ สัตว์ป่า แร่ธรรมชาติ และระบบการผลิตเกษตรกรรมแผนใหม่ จนส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์และวิถีชีวิตชุมชน รวมทั้งสวัสดิการที่ได้รับจากธรรมชาติ
ดังนั้นเรื่องราวของคนชาย ขอบที่ยังเข้าไม่ถึงในสวัสดิการของรัฐมีหลายสาเหตุด้วยกัน ทั้งเจ้าหน้าที่น้อยจนขาดการเชื่อมโยง ทำให้คนชายขอบตกหล่นจากการสำรวจของรัฐ ส่งผลกระทบหลายเรื่อง เช่น การรับเบี้ยยังชีพของผู้สูงอายุ การรักษาพยาบาล การศึกษาของลูกหลาน สิ่งสาธารณูปโภคต่างๆ ชุมชนเหล่านั้นจึงต้องอาศัยภูมิปัญญาดั่งเดิมในการรักษาชีวิตของชุมชน
การที่ชุมชนมีพื้นที่ติดกับชายแดนพม่า การเดินทางจึงต้องมีกำหนดกฎเวลาเข้าออกจากหมู่บ้าน หลายครั้งมีคนป่วย ต้องการนำส่งโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถเดินทางได้ต้องรอให้ถึงช่วงเวลาเปิดการเดินเรือเท่านั้น บางคนรอไม่ไหวต้องเสียชีวิต หรือเด็กๆ เยาวชนที่อยู่ในวัยเรียนหนังสือ ที่ไม่ได้รับโอกาสการศึกษาอย่างเท่าเทียม
นางสาวหมื่อแยปู อายุ 25 ปี บ้านท่าตาฝั่ง กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีแม้กระทั่งนามสกุลทั้งที่เกิดในผืนแผ่นดินไทย แม่เคยขอสัญชาติหลายครั้งแต่เรื่องก็เงียบไป ในหมู่บ้านเกือบร้อยละ 70 ไม่มีบ้านเลขที่ ไม่มีบัตรประชาชน เพื่อนหลายคนไม่ได้เรียนหนังสือ บางคนเรียนจบแล้วแต่ก็เข้าทำงานไม่ได้ จึงอยากวอนให้ผู้ใหญ่ใจดีเข้ามาดูแลและแก้ปัญหาตรงนี้อย่างจริงจัง
หมื่อแยปู เล่าต่อว่า เขาเรียนจบ ปวช. ช่วงที่เรียนอยู่ต้องใช้เงินทางบ้าน เพราะไม่สามารถยืมเงินทุนจากรัฐบาลได้ พอเรียนจบเคยไปหางานทำหลายที่แต่ก็ไม่มีใครรับเข้าทำงาน นายจ้างบอกว่าหลักฐานไม่ครบ จึงต้องกลับมาอยู่บ้านตามเดิม ตอนนี้อยากเรียนต่อให้จบปริญญาตรี แต่คิดว่าจะปรับเปลี่ยนไปเรียนวิชาพีชครูเพราะถึงแม้ไม่มีงานทำ ก็สามารถกลับมาสอนหนังสือเด็กๆ ตามหมู่บ้านได้ แม้จะไม่มีเงินเดือนแต่ที่สุดแล้วยังสามารถทำประโยชน์ให้กับชุมชน เพราะชุมชนยังขาดครูอยู่มาก วิธีนี้จึงเป็นความหวังสุดท้ายของเรา
นายโย เป็นอีกคนที่ยังไม่มีนามสกุล แห่งบ้านแม่สามแลบ ตำบลแม่สามแลบ อำเภอแม่สะเลียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน บอกว่า ชุมชนบ้านแม่สามแลบเป็นชุมชนใหญ่ ด้วยความที่มีถนนเข้าถึงกว่าชุมชนอื่น ชาวบ้านบางกลุ่มจึงมีอาชีพขับเรือรับจ้าง ซึ่งปัจจุบันนี้มีเรื่ออยู่ 26 ลำ เมื่อปี 2548 ได้รวมตัวกันขึ้น เบื้องต้นเก็นเงินกันคนละ 500 บาท เป็นกลุ่มออมทรัพย์เพื่อช่วยเหลือกันเรื่องน้ำมัน และซื้ออุปกรณ์เรือ เสื้อชูชีพ เรือทุกลำส่งหลังจากส่งผู้โดยสารจะต้องหักเงินเข้ากลุ่มออมทรัพย์เที่ยวละ 60 บาท และให้สมาชิกกู้ยืมไปใช้ยามจำเป็น
เคยมีสมาชิกกลุ่มโดยทหารพม่าจับตัวไปร่วม 2 เดือน ในระหว่างนั้นก็ได้หักเงินบางส่วนเพื่อซื้อข้าว ซื้ออาหารให้ลูกเมียเขา เพราะครอบครัวเขาไม่มีรายได้เลย จนทหารพม่าปล่อยตัวกลับจึงได้หยุดช่วยเหลือ มันเป็นเงินที่เก็บไว้ช่วยเหลือกันยามทุกข์ยากอย่างแท้จริง ปัจจุบันนี้กลุ่มมีเงินเก็บเป็นออมทรัพย์กว่า 60,000 บาท และคิดว่าจะนำกลุ่มออมทรัพย์นี้เป็นไปจุดเริ่มต้นการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการ ชุมชน เพื่อเป็นแบบอย่างและเป็นทางเลือกใหม่ให้กับชุมชนต่อไป
นางสาวสุวิมล มีแสง เจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ภาคเหนือ กล่าวว่า การที่คนชายขอบอยากได้สิทธินั้น ถือเป็นสวัสดิการเบื่องต้นที่ต้องได้รับจากรัฐอย่างเท่าเทียมเหมื่อนคนไทย ทั่วๆ ไป ดังนั้นทาง พอช. จึงได้เข้าไปสำรวจข้อมูลชุมชนคนชายขอบในเขตจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย เรื่องความเป็นอยู่ของครอบครัว จำนวนประชากรทั้งเด็ก คนทำงาน คนชรา และการประกอบอาชีพ ฯลฯ เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการจัดสวัสดิการชุมชน โดยให้ชุมชนจะได้รับสวัสดิการอย่างทั่วถึงตั้งแต่เกิดจนตาย คาดว่าปีนี้จะขยายพื้นที่สู่คนชายขอบได้อย่างน้อย 20 ชุมชน โดยนำเอาบ้านแม่สามแลบเป็นต้นแบบการจัดสวัสดิการชุมชนคนชายขอบ
นอกเหนือจากสวัสดิการตั้งแต่เกิดจนตายแล้วยังจะสนับสนุนการประกอบอาชีพ และจากนี้ไปจะเร่งทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทั้ง องค์กราปกครองส่วนท้องถิ่น NGO กรมอุทยาน ฯลฯ
สวัสดิการชุมชนคือ ความมั่นคงของชีวิตที่คนทุกคนต้องได้รับอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นคนพื้นราบหรือคนชายขอบ หรือผู้ยากไร้ หรือที่ยังเข้าไม่ถึงสวัสดิการ เพื่อจะเป็นจุดเริ่มต้นของสวัสดิการชุมชนคนชายขอบที่ไม่กลัวถูกทอดทิ้งเฉก เช่นที่ผ่านมา
ประพันธ์ สีดำ/เขียน




