playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

   รมต.ถาวร ย้ำรัฐบาลพร้อมพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามโครงการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน โดยชุมชนเป็นหลัก

          เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2552 ที่ผ่านมาเครือข่ายองค์กรชุมชน จังหวัดนราธิวาส ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ติดตามความก้าวหน้าโครงการการแก้ไขความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยและที่ดิน ทำกินโดยชุมชนท้องถิ่น ณ โรงแรมอิมพีเรียล อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส โดยมีผู้นำชุมชน เข้าร่วมประมาณ 200 คน นายถาวร เสนเนียม ทางรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย มาตรวจเยี่ยม และพบปะผู้นำชุมชนที่เข้าร่วมประชุม โดยมีนายวินัย ครุวรรณพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยผู้นำชุมชน ให้การต้อนรับ

        นายอารีย์ เจ๊ะโซ๊ะ กองเลขาเครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า "หลังจากที่เราจัดประชุมสร้างความเข้าใจโครงการ การแก้ไขความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดยชุมชนท้องถิ่น ระดับจังหวัดแล้ว คณะทำงาน ได้ลงเวทีสร้างความเข้าใจระดับตำบล เพื่อให้ผู้นำชุมชน ได้จัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลเพื่อเป็นกลไกเชื่อมประสานการทำงานกับภาคี พัฒนาต่างๆ แล้วให้ทำข้อมูลผู้เดือดร้อน ที่ไม่มีความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย การตั้งกลุ่มออมทรัพย์ และการจัดทำแผนที่ทำมือหมู่บ้าน ในพื้นที่นำร่อง ๓๘ ตำบลทั่วจังหวัดนราธิวาส ซึ่งได้รับการตอบรับจากชุมชนเป็นอย่างดี และผู้นำชุมชนย้ำจะทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาของชุมชนต่อไป แม้ว่าสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส จะมีเหตุการณ์ความไม่สงบที่แรงรุนมากขึ้น ในช่วงเดือนรอมฎอน(เดือนถือศิลอดของมุสลิม) ก็ตาม" 

        ทางด้านนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวไว้ว่า “รัฐบาล ได้สนับสนุนการพัฒนาเขตพื้นที่พิเศษห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อพัฒนาพื้นที่ห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งถูกปล่อยไม่ได้รับการพัฒนามานาน ผมซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐบาลขอให้ชาวบ้านช่วยกันทำงานพัฒนาในพื้นที่เพื่อ สร้างสันติสุขต่อไป ส่วนงบบริหารจัดการระดับตำบลเดิมนั้น ในการประชุมครั้งแรก ฝ่ายนโยบายไม่เห็นด้วยกับการของบบริหารจัดการ ต่อมาผม เป็นประธานที่ประชุมเห็นว่า พี่น้องที่ทำงานในพื้นที่ไม่มีเงินเดือน และค่าตอบแทนใดๆ ในการทำงานช่วยเหลือการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและมีความจำเป็นในการขับ เคลื่อนสำหรับคณะทำงานที่เป็นผู้นำชุมชน ที่ประชุมจึงได้มีการเสนอให้มีการสนับสนุน งบบริหารจัดการตำบลละ ๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อตำบล และทางรัฐบาลเข้าใจและพร้อมที่จะสนับสนุนงบประมาณในการขับเคลื่อนตามนโยบาย ของรัฐบาลในปีแรก งบประมาณที่สนับสนุนตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง จำนวน ๑๘,๐๐๐ ล้านบาทถ้ารัฐบาลบริหารงานอยู่ครบ ๓ ปี รัฐบาลพร้อมสนับสนุนงบประมาณพื้นที่ ๕ จังหวัด ประมาณ ๖๓,๐๐๐ ล้านบาท จึงขอให้พี่น้องมุสลิมขอดุอา(พร)ให้รัฐบาลอยู่บริหารประเทศครบ ๓ ปีต่อไป

        ทางด้านนายวินัย ครุวรรณพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้กล่าวว่า ทางจังหวัดนราธิวาส ได้ติดตามให้ความสำคัญกับโครงการนี้อย่างมาก และให้หน่วยงานรัฐต่างๆ ภายในจังหวัด สนับสนุน ต่อโครงการนี้อย่างเติมที่

        อนึ่ง มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๒ เห็นชอบโครงการแก้ปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดย ชุมชนท้องถิ่น   ตามที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  (พอช.)  เสนอโครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นคงในด้านที่อยู่อาศัยให้กับครัวเรือนที่ยากจน    เพื่อให้ชุมชนชนบทที่มีปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน   ได้ร่วมกันจัดการแก้ไขปัญหาที่ดินร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในอันที่จะสิทธิในที่ดินที่มั่นคง  และ เพื่อพัฒนาศักยภาพของชุมชนให้เข้มแข็งสามารถจัดการปัญหาด้านการอยู่อาศัยและ ที่ดินทำกิน ร่วมกับองค์กรปครองท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

        หลักการสำคัญในการดำเนินการคือชุมชนในพื้นที่เป็นหลักในการทำงาน  ร่วมกับกลุ่ม เครือข่ายองค์กรชุมชนที่มีทุนการพัฒนาในด้านต่างๆ  โดยประสานความร่วมมือกับกำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาด้านที่ดินและที่อยู่อาศัย

        พื้นที่เป้าหมายในการดำเนินการคือตำบลใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้  (ยะลา  นราธิวาส ปัตตานี  สงขลา  สตูล) จำนวน  ๔๑๘  ตำบล ๒,๙๐๑   หมู่บ้าน ในระยะเวลา ๓ ปี (๒๕๕๓ - ๒๕๕๕)  โดยแผนงานสำคัญสองประเภท คือ ๑. การซ่อมสร้างที่อยู่อาศัย จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน  และ ๒.การแก้ปัญหาที่ดินในพื้นที่ๆมีปัญหาเรื่องที่ดิน  ๕๐ ตำบล   ใน ปีงบประมาณ ๒๕๕๓ จะสนับสนุนการช่วยเหลือจำนวน ๒๔,๐๐๐ ครัวเรือน ในประมาณ ๑๐๐ ตำบล ขณะนั้คณะทำงานระดับหมู่บ้าน / ตำบล กำลังสำรวจผู้เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยในหมู่บ้านเป้าหมาย เพื่อรวบรวมเสนออนุมัติงบประมาณสนับสนุน คาดว่าจะเริ่มซ่อมสร้างบ้านในเดือนตุลาคม ๒๕๕๒

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter