playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

อุตรดิตถ์ / องค์กรชุมชน จ.อุตรดิตถ์ ระดมสมองวางแผนยุทธศาสตร์ใช้สวัสดิการยึดโยงพลังชุมชน เสนอจังหวัดหนุนเสริมอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายรองพ่อเมืองขานรับแนะองค์กรชุมชนต้องรวมกลุ่มจัดลำดับความสำคัญแผนพัฒนา ก่อนหลัง

        ระหว่างวันที่ ๑๕-๑๖ กันยายน ๒๕๕๒ องค์กรชุมชนจังหวัดอุตรดิตถ์ร่วมกับจังหวัดอุตรดิตถ์ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) จัดเวที "สมัชชารวมพล รวมพลัง องค์กรจังหวัดอุตรดิตถ์" ณ ศาลาประชาคมจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อเชื่อมโยงองค์กรชุมชน ๑๔ ประเด็นงานพัฒนาในพื้นที่ และจัดทำยุทธศาสตร์องค์กรชุมชนจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อนำเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัด

        นายสุทัสน์ เจนประกอบกิจ ตัวแทนเครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า การรวมตัวขององค์กรชุมชนจ.อุตรดิตถ์เกิดขึ้นในปีพ.ศ.๒๕๔๔ จนปัจจุบันขยายมีกลุ่ม/องค์กร/เครือ ข่ายจำนวน ๔,๑๓๒ องค์กร ในจำนวนนี้มี ๒๐๖ องค์กรได้รับการรับรองสถานภาพจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนและหน่วยงานใน พื้นที่ จดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลแล้ว ๒๒แห่ง แยกเป็น ๑๔ ประเด็นงาน ได้แก่ ที่อยู่อาศัย องค์กรการเงิน สื่อภาคประชาชน สตรีเพื่อการพัฒนา ยาเสพติด ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เกษตรยั่งยืน แผนแม่บทชุมชน รับรองสถานภาพองค์กรชุมชน เยาวชน ภัยพิบัติ สวัสดิการ ประเด็นที่ทำกิน/เอกสารสิทธิที่ดิน และขบวนงานสภาองค์กรชุมชน กระจายตัวครอบคลุมพื้นที่ ๓๙ ตำบลจากทั้งหมด ๖๗ ตำบล

        ทั้งนี้องค์กรชุมชนจ.อุตรดิตถ์วางยุทธศาสตร์ "สร้างชุมชนสวัสดิการชุมชนทุกเรื่องทั้ง เศรษฐกิจ สังคม การเมือง เพื่อจัดการชีวิตคนตั้งแต่เกิดจนตาย โดยใช้ความสุขเป็นตัวตั้ง" โดยมีแผนงานร่วม คือ แผนพัฒนาระดับพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติ เช่น การจัดระดับพื้นที่เสี่ยง จัดระบบการพัฒนาที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ส่วนแผนพัฒนาระดับพื้นที่ระดับตำบล-อำเภอ-จังหวัด แบ่งออกเป็นด้านต่างๆ ดังนี้

        ด้านเศรษฐกิจ พัฒนากลุ่มอาชีพ และยกระดับเป็นศูนย์เรียนรู้ พัฒนาผลิตภัณฑ์ผลผลิตทางการเกษตร พัฒนาระบบเศรษฐกิจครอบครัว/กลุ่มองค์กรระดับหมู่บ้าน จัดการคุณภาพราคาและตลาดผลผลิตทางการเกษตร จัดตั้งกลุ่มเกษตรกรเพื่อกำหนดทิศทางและวางมาตรการในการแก้ปัญหาใช้พื้นที่ เป็นตัวตั้งในการพัฒนา

        ด้านสังคม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเยาวชนเพื่อแก้ปัญหายาเสพติดและเป็นผู้นำรุ่นใหม่ ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างครอบครัวอบอุ่น ส่งเสริมวัฒนธรรมเอกลักษณ์ทางภาษาถิ่น การจัดระเบียบร้านเกมส์

        ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พัฒนาพลังงานทางเลือก (พลังงานลมและไบโอดีเซล ส่งเสริมความรู้และศักยภาพกลุ่มองค์กรในการพัฒนาพลังงานทางเลือก ส่งเสริมความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม การจัดการที่ดิน การจัดการทรัพยากรป่าไม้ การจัดการลุ่มน้ำ ส่งเสริมการเกษตรธรรมชาติ

        ด้านการเมืองภาคประชาชน ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และเท่าทันต่อสถานการณ์ นโยบาย กฎหมายต่างๆ ด้านการเสริมสร้างศักยภาพชุมชน จัดให้มีการสำรวจข้อมูล เช่น หนี้สิน รายได้ ข้อมูลปัญหา การจัดเวทีประชุมคมทุกระดับ ส่งเสริมผู้นำเข้มแข็งและคนรุ่นใหม่ในการสืบทอดเจตนารมณ์การพัฒนาท้องถิ่น

        ด้านสื่อชุมชน พัฒนาช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายและต่อเนื่อง

       ส่วนข้อเสนอต่อส่วนราชการจังหวัดอุตรดิตถ์นั้น ตัวแทนองค์กรชุมชนจ.อุตรดิตถ์รายเดิม ระบุว่า ต้องการให้มีการจัดการปัญหาน้ำ เช่น ปัญหาการระบายน้ำเสีย น้ำท่วม กำจัดขยะในแหล่งน้ำ ทั้งนี้ภาครัฐหนุนเสริมบทบาทชุมชนในการพัฒนาเป็นขบวนและต่อเนื่อง รณรงค์เรื่องเกษตรอินทรีย์ สนับสนุนงบประมาณในการแก้ปัญหาและส่งเสริมการพัฒนาของกลุ่มองค์กรชุมชน เช่น การแก้ปัญหายาเสพติด การรองรับผลผลิตการเกษตร ส่งเสริมอาชีพ หาตลาดรองรับสินค้าส่งออก ดูแลเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่หนนุเสริมการพัฒนาของชุมชน

        นายจักริน เปลี่ยนวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า ข้าราชการหลายส่วนมีความตั้งใจจะพัฒนาหมู่บ้านแต่ติดปัญหาไม่ค่อยได้เยี่ยม เยียนชุมชน จึงไม่เข้าใจสิ่งที่คิดหรือต้องการ ดังนั้นทางแก้ไขคือการช่วยคิดช่วยทำ การพัฒนาต้องเริ่มจากชาวบ้านคิดเองทำเอง อย่างไรก็ตามหลายครั้งองค์กรชุมชนจำนวนมากพยายามทำแผนชุมชนเสนอต่อจังหวัด เพื่อขอสนับสนุนด้านงบประมาณ ซึ่งองค์กรชุมชนในจ.อุตรดิตถ์ควรหาเวทีเพื่อพูดคุยรวบรวมแผนเหล่านั้นแล้ว จัดความสำคัญของสิ่งที่ต้องการพัฒนาก่อนหลัง ประชุมร่วมกันโดยใช้หลักประชาธิปไตย ความเข้าใจร่วมกัน และใช้ความอดทน เพื่อจัดทำเป็นแผนพัฒนาของภาคประชาชนเสนอต่อจังหวัดเพื่อการพัฒนาอย่างเป็น รูปธรรม และตรงความต้องการของพวกเรา

      

  ด้านนายประพันธ์ แจ้งเอี่ยม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ว่าองค์กรชุมชนจ.อุตรดิตถ์จะมีความเติบโตก้าวหน้ามาก แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาต่อคือองค์กรชุมชนส่วนใหญ่มีคนทำงานจำนวนไม่มาก และปัญหาการบริหารจัดการภายใน ดังนั้นการทิศทางการเชื่อมเครือข่ายเชิงประเด็นจะทำให้แต่ละองค์กรมีการยก ระดับ การแก้ปัญหาจะเร็วขึ้น เนื่องจากจะมีการถ่ายโอนประสบการณ์ ที่สำคัญยังเป็นพลังในการต่อสู้เชิงนโยบายโดยเฉพาะระดับจังหวัดด้วย.

 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter