ในปี ๒๕๕๒ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้มีการดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ วงเงินงบประมาณรวม ๑.๒ ล้านล้านบาทครอบคลุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยทุกประเภท หนึ่งในโครงการทางด้านการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนคือ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ในโครงการบ้านมั่นคง ดำเนินการโดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งดำเนินงานระหว่างปีงบประมาณ ๒๕๕๓-๒๕๕๕ วงเงินงบประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ให้เบิกจ่ายในปี ๒๕๕๓ จำนวน ๓,๐๐๐ ล้านบาท
โครงการบ้านมั่นคง เป็นโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของคนจนในเมืองดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๖ ปัจจุบันดำเนินการอยู่ใน ๒๖๘เมืองทั่วประเทศ จำนวน ๘๐๖ โครงการ มีชุมชนแออัดเข้าร่วม ๑,๔๕๗ ชุมชนผู้รับประโยชน์ ๘๘,๐๐๐ ครัวเรือน
รัฐบาลสนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงในสองลักษณะคือ ประเภทที่หนึ่งเงินอุดหนุนเพื่อการพัฒนาสาธารณูปโภค (เฉลี่ยครัวเรือนละ ๓๐,๐๐๐ บาทสำหรับการพัฒนาที่เดิมและ ๕๐,๐๐๐ บาท สำหรับการย้ายไปอยู่ที่ใหม่) และเงินอุดหนุนการก่อสร้างที่อยู่อาศัยเฉลี่ยครัวเรือนละ ๒๕,๐๐๐ บาท การสนับสนุนประเภทที่สอง คือ สนับสนุนเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อซื้อที่ดินและสร้างบ้านรวมไม่เกินรายละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ปัจจุบันดอกเบี้ยร้อยละ ๔ ต่อปี ผ่อนชำระคืนในระยะเวลาไม่เกิน ๑๕ ปี งบประมาณทั้งหมดจัดสรรผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน
ในปีพ.ศ.๒๕๕๐ คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้สถาบันฯดำเนินโครงการบ้านมั่นคงระหว่างปี ๒๕๕๐-๒๕๕๔ รวมทั้งสิ้น ๒๐๐,๒๑๘ ครัวเรือน ปัจจุบันดำเนินการได้เพียง ๔๓% ของเป้าหมายทั้งหมดเท่านั้น ยังมีคนจนเมืองไร้ที่อยู่อาศัยมีความต้องการการสนับสนุนอีกจำนวนมาก
ปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัยของคนยากจนในเมืองเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ การสำรวจในปี ๒๕๕๑ พบว่ามีชุมชนแออัดทั่วประเทศ ๖,๓๐๐ชุมชน มีผู้เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยประมาณ ๗๒๐,๐๐๐ ครัวเรือน (ประชากรไม่น้อยกว่า ๓ ล้านคน) ในระยะ ๗ ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ให้การสนับสนุนงบประมาณการพัฒนาสาธารณูปโภคและที่อยู่อาศัยของชุมชนมาโดยตลอด ส่วนสินเชื่อสถาบันฯได้ใช้เงินกองทุนของสถาบันฯให้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแก่ชุมชนตามโครงการบ้านมั่นคงไปแล้วกว่า ๓,๐๐๐ ล้านบาท แต่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการ จึงเสนอของบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐบาลชุดนี้และได้รับการอนุมัติดังกล่าวมาแล้ว
งบประมาณสินเชื่อ ๖,๐๐๐ ล้านบาทนี้ สถาบันฯจะสนับสนุนสินเชื่อให้แก่๔๒,๘๒๙ ครัวเรือน ในโครงการบ้านมั่นคง ซึ่งจะทำให้คนจนเมืองไม่น้อยกว่า๒๑๐,๐๐๐ คน มีความมั่นคงในที่ดินและที่อยู่อาศัย ชุมชนมีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ภูมิทัศน์และมีการพัฒนาชุมชนทางด้านต่างๆ อย่างยั่งยืน
กระบวนการให้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนนั้นจะเริ่มจากการสนับสนุนให้ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์โดยอาจจะเป็นการออมรายเดือน รายสัปดาห์หรือรายวันตามความพร้อมของชุมชนเมื่อมีความพร้อมก็จดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหะสถาน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการการพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตทางด้านอื่นๆ ของชุมชนต่อไปในระยะยาว กลุ่มออมทรัพย์หรือสหกรณ์ต้องมีเงินออมของตนเองอย่างน้อยร้อยละ๑๐ ของจำนวนเงินที่ต้องการกู้ จึงจะสามารถกู้เงินจากสถาบันฯได้ จำนวนเงินกู้แต่ละรายกลุ่มจะพิจารณาตามความจำเป็นและความสามารถในการส่งคืนของสมาชิกรายนั้น สถาบันฯจะให้กลุ่มเป็นผู้กู้และบริหารจัดการเงินกู้กับสมาชิกกลุ่มเองเพื่อพัฒนาการบริหารจัดการขององค์กรชุมชน
สินเชื่อโครงการบ้านมั่นคง ในแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕คือเครื่องมือสำคัญในการสร้างความมั่นคงในที่ดินและที่อยู่อาศัยของคนจนเมืองซึ่งจะนำไปสู่การมีเมืองที่ปราศจากสลัม (city without slums) ในที่สุด
นางพาสนา ศรีศรัทธา ผู้นำชุมชนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
"จังหวัดชายแดนภาคใต้ทำงานพัฒนายากที่สุด ก็สามารถทำได้"
ขบวนชุมชนที่ช่วยกันทำบ้านมั่นคงเราไม่ได้ทำเพียงเรื่องบ้าน เราให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาสังคม ต้องการสร้างชุมชนใหม่ที่มีการฟื้นฟูประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของคนไทยที่เคยอยู่กันอย่างช่วยเหลือเกื้อกูลให้กลับคืนมา เชื่อว่าการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยที่เปิดโอกาสให้คนจนได้อยู่กับเมืองได้เดินมาถูกทางแล้ว เพราะคนจนช่วยสร้างเมือง เป็นสีสันของเมือง หากรัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องเศรษฐกิจเพื่อพัฒนาเมืองที่หวังรายได้เพียงด้านเดียว วัด มัสยิดและคนจนก็จะถูกระเห็จไปจากเมือง
ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่หลายคนคิดว่าทำงานพัฒนายากที่สุดก็สามารถทำได้ ถ้าทุกฝ่ายได้เปิดโอกาสให้คนในพื้นที่ได้ร่วมคิดร่วมทำ และเป็นเจ้าของ โครงการพัฒนาการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินจะเป็นรูปธรรมของความจริงใจจากรัฐบาลและเรื่องนี้ต้องทำต่อเนื่องเพราะมีผู้เดือดร้อนเยอะมาก
นางจันทร์ กั๊ววิจิตร โครงการบ้านมั่นคงคลองลำนุ่น กรุงเทพฯ
"ความเจริญของเมืองต้องวัดกันที่ความสุขของคนทุกคน"
ชีวิตของป้า เคยทำงานรับจ้างรถสิบล้อ (สามีเคยขับรถสิบล้อ) เดิมเป็นคนนครสวรรค์ มาอยู่กรุงเทพฯ ตั้งแต่สามสิบปีที่แล้ว อยู่ในที่บุกรุกโดนไล่ที่ผ่านการขึ้นโรงขึ้นศาลมาแล้ว เข้าใจความรู้สึกของคนจนดีว่าเมื่อมีบ้านเป็นของตนเองมันมีความสุขขนาดไหนเมื่อเราเริ่มจากการออมทรัพย์ ทำแล้วได้เพื่อนได้น้ำใจได้บ้านได้เมือง ป้าและผู้นำหลายคนเมื่อตัวเรามีบ้านของเราแล้วก็ยังไม่อยากออกจากขบวน อยากจะช่วยเหลือคนจนที่ยังไม่มีบ้าน ทุกวันนี้ยังทำงานทั้งเจ็ดวันโดยไม่รู้จักเบื่อ ที่ภูมิใจมากคือเราขบวนคนจนๆสามารถช่วยผลักดันให้รัฐบาลเห็นความสำคัญของการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยได้งบไทยเข้มแข็งมาช่วยเรื่องที่อยู่อาศัยต่อไป และอยากจะบอกว่าชาวต่างประเทศที่มาดูงานบ้านมั่นคงเป็นสิบกว่าประเทศ เช่น มองโกเลีย อินเดีย เขาชื่นชมรัฐบาลไทยมากที่ให้คนจนได้อยู่กับเมือง บ้านเมืองเขาต้องเอาคนรวยไว้หน้าคนจนซ่อนไว้ข้างหลัง ป้าจันทร์คิดว่าความเจริญของเมืองต้องวัดกันที่ความสุขความสามัคคีและความดีของคนจนและคนในสังคมด้วย
นางรัชนี สายชนะ เครือข่ายชุมชนเมือง ศรีสะเกษ
"การมีบ้านสักหลังสำหรับคนจนเป็นฝันที่ไกลมาก"
ได้มีส่วนร่วมกับขบวนชุมชนที่ทำบ้านมั่นคงในฐานะกรรมการเครือข่ายชุมชนเมืองศรีสะเกษทั้งๆ ที่ตัวไม่ได้เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย แต่อยากช่วยคนที่ฐานะลำบากซึ่งไม่ที่อยู่อาศัย จึงได้ใช้บ้านของตนเองเป็นศูนย์ประสานงานเรื่องบ้านมั่นคง ซึ่งในจังหวัดศรีสะเกษได้ดำเนินการเสร็จไปแล้ว ๒ โครงการในขณะที่เมืองยังมีผู้เดือดร้อนอีก ในความรู้สึกส่วนตัวเห็นว่าคนยากจนที่ใฝ่ฝันอยากมีบ้านสักหลังหนึ่ง มันเป็นความฝันที่อยู่ไกลมากการเริ่มต้นจากการออมวันละไม่กี่บาทเพื่อการมีบ้าน มันคือการเปิดโอกาสและเป็นตัวอย่างที่ดีของการมีส่วนร่วม ที่ทำให้เขาเห็นแสงสว่างของความหวัง และในชุมชนยังมีคนที่ยากจนมากๆ ที่ไม่มีเงินออม คนชายขอบ คนที่ไม่มีใครดูแลเราก็ไม่ได้ทอดทิ้งเขา เช่น เรามีงบคนจนคนดีช่วยเหลือเด็กๆ ที่ฐานะลำบาก เราก็ประสานกับเทศบาลให้เรียนหนังสือโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นต้น
นายประภาส แสงประดับ ผู้นำชุมชนบ้านมั่นคงคลองบางบัวเขตบางเขน กรุงเทพฯ
"บ้านเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาอื่นๆ ทุกเรื่อง"
ก่อนหน้านี้เราถูกตราหน้าว่าอยู่ในที่บุกรุก มีปัญหายาเสพติด คนพิการไม่ได้รับการดูแล ชุมชนเข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐเมื่อมีโครงการบ้านมั่นคงเข้ามาในปี ๒๕๔๗ ถือว่าได้เปิดโอกาสให้ชุมชนเพราะเราต้องการใช้ที่ดินพัฒนาที่ดินจากผู้บุกรุกเป็นผู้ที่ใช้ที่ดินอย่างถูกกฎหมาย เราต้องการยกบ้านขึ้นจากคลองต้องการคืนคลองให้กับสังคม จึงเห็นว่าบ้านเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม แก้ปัญหายาเสพติด และคนในชุมชนสมาชิก๒๕๐ ครัวเรือน ต้องช่วยกันพัฒนาพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นพื้นที่สีเขียว ฟื้นฟูคลองซึ่งชุมชนร่วมกับวัดพระศรีมหาธาตุ สำนักงานเขตบางเขน กทม. มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ที่จะทำศูนย์วัฒนธรรมชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว
ส่วนในด้านการขับเคลื่อนงานแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย เราต้องการให้คนที่เดือดร้อนอีกกว่า ๖,๐๐๐ ชุมชน เกือบ ๘๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน มีความมั่นคงในเรื่องที่อยู่อาศัย ขบวนชุมชนที่ได้รับโอกาสก่อนเช่นพวกเราจึงได้ผลักดันเชิงนโยบาย เช่น เรื่อง พ.ร.บ.ควบคุมอาคารหรือกองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยที่รัฐบาลต้องสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง (สินเชื่อที่อยู่อาศัยดอกเบี้ยต่ำ) เพราะคนจนไม่สามารถเข้าถึงสถาบันการเงินในระบบได้
เวทีชาวบ้านสรุปบทเรียนบ้านมั่นคง ตุลาคม ๒๕๕๑
"บ้านมั่นคงได้สร้างกระบวนการต่างๆ ขึ้น"
เมื่อก่อนเด็กติดยาเสพติด ขายยา ใช้กฎหมายปราบไม่ได้ แต่กระบวนการบ้านมั่นคงทำให้เปลี่ยนความคิด เกิดการแบ่งปัน เกิดกลุ่มเยาวชน มีการจัดกิจกรรมเรื่องสิ่งแวดล้อม การออมทรัพย์ของเยาวชน มีกลุ่มอาชีพ มีกลุ่มออมทรัพย์รายวัน รายเดือน เกิดกลุ่มสวัสดิการผู้สูงอายุ ๘๐ คนได้รับเงินช่วยเหลือระบบบ้านมั่นคงได้สร้างกระบวนการต่างๆ ให้เกิดขึ้น ยกระดับคุณภาพชีวิตเช่น จัดกิจกรรมปีใหม่ โดยไม่ต้องของบประมาณจากภายนอกทำแล้วเกิดการมีส่วนร่วมบ้านมั่นคง ปรับระบบกลุ่มย่อยทุกคนมีบทบาท มีปากมีเสียง ทำให้ได้คนทำงานเพิ่มขึ้น
"เจ้าของปัญหาไม่คิดแก้ไข ใครก็แก้ให้ไม่ได้"
กระบวนการบ้านมั่นคงเป็นกระบวนการที่สร้างการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ผมอยู่ในที่ดินของรัฐมา ๔๐ - ๕๐ ปี ไม่เคยคิดเลยว่าจะโดนไล่ วันนี้กลับมาสร้างกระบวนการร้อยเรียงการแก้ไขปัญหาร่วมกันในโครงการบ้านมั่นคง ได้เห็นว่าสุดท้ายการแก้ปัญหาได้หรือไม่นั้นอยู่ที่ชุมชนเจ้าของปัญหา ถ้าเจ้าของปัญหาไม่คิดจะแก้ใครก็แก้ไม่ได้








