การจัดการศึกษาในหมู่บ้านท่าสะท้อน อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เป็นกรณีตัวอย่างที่สำคัญของการยืนยันสิทธิในการจัดการศึกษาโดยชุมชน ที่พยายามจัดการเรียนรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับลักษณะเฉพาะทางวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบนิเวศของท้องถิ่น ทั้งนี้การจัดการศึกษาโดยชุมชนนับว่าเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน
ที่มาของการจัดการศึกษาโดยชุมชน
เมื่อปี ๒๕๔๘ ครอบครัวและเด็กๆในชุมชนท่าสะท้อนได้รับผลกระทบจาการที่โรงเรียนท่าสะท้อน ถูกปิดลง ทำให้ครอบครัวที่มีบุตรหลานในวัยเรียนได้รับผลกระทบ ต้องเดินทางไปเรียนหนังสือในพื้นทื่ๆที่ไกลบ้าน เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายและการเดินทางที่ไกลกว่าเดิม ผู้นำชุมชนจึงได้คิดการจัดการศึกษาโดยชุมชน เพื่อให้ลูกหลานได้มีที่เรียนใกล้บ้าน และพัฒนาหลักสูตรที่มีสาระของท้องถิ่นไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอนไปพร้อมกัน
กรณีบ้านท่าสะท้อนมีความน่าสนใจในแง่ที่ว่าชาวบ้านธรรมดาได้ก้าวเข้ามามีบทบาทอย่างสำคัญในการจัดการศึกษาเทียบเท่าหรืออาจมากเสียยิ่งกว่านักการศึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา อันเปรียบเสมือนการโต้ตอบอำนาจที่ผูกขาดรวมศูนย์การจัดการศึกษามานานนับร้อยปี ดังนั้นการจัดการศึกษาโดยชุมชนบ้านท่าสะท้อนจึงมีนัยสำคัญไม่เพียงแต่เป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ของชุมชนสู่คนรุ่นใหม่ และการวางหลักสูตรการศึกษาที่เอื้อต่อการทำมาหากินหรือการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นอย่างยั่งยืนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการรื้อฟื้นศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจของชาวบ้านและชุมชนในองค์ความรู้ของตน อันทำให้พวกเขาสามารถมีบทบาทในการจัดการศึกษาให้แก่ลูกหลานอย่างเสมอหน้าและเท่าเทียมกับผู้เชี่ยวชาญจากฝ่ายรัฐ นอกจากนั้นคุณสมบัติเฉพาะบางประการของชุมชนท่าสะท้อน อาทิ การตั้งอยู่ท่ามกลางระบบนิเวศแบบป่าพรุ การมีผู้รู้ท้องถิ่นที่หลากหลาย การมีสำนึกร่วมกันของสมาชิกในชุมชน รวมทั้งความต้องการของพ่อแม่ในการจัดการศึกษาให้ลูกหลาน เป็นต้น มีความน่าสนใจในแง่ที่ว่าได้ช่วยสนับสนุนส่งเสริมให้การจัดการศึกษาโดยชุมชนเกิดขึ้นจริงและมีความก้าวหน้า
การจัดทำหลักสูตรชุมชนท่าสะท้อนเพื่อเด็กปฐมวัย
การจัดการการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนก่อนวัยเรียนถึงชั้นประถมปีที่ ๖ มีองค์ประกอบของ หลักสูตรท้องถิ่นจำนวน ๓๐% ของเนื้อหาที่มีการเรียนการสอน คือมีการเรียนการสอนเรื่องวัฒนธรรม ภูมิปัญญา การประกอบอาชีพ การเกษตรที่ดำเนินการอยู่ในท้องถิ่น เช่นพื้นที่ท่าสะท้อนเป็นป่าพรุ มีพืชกระจูดในพื้นที่ ในหลักสูตรจะมีการสอนการทอกระจูด รวมทั้งหลักสูตรกลางที่ใช้เป็นมาตรฐานทั่วไปมีเนื้อหา ๗๐% เท่ากับชุมชนได้ออกแบบหลักสูตรเพื่อวางแผนการศึกษา ที่มีเนื้อหาของท้องถิ่นควบคู่กับเนื้อหาที่เป็นมาตรฐานทั่วไปสำหรับผู้เรียน
โรงเรียนของชุมชน โดยชุมชน และเพื่อชุมชน
หลังจากที่โรงเรียนถูกปิดเมื่อปี ๒๕๔๘ และชุมชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการการศึกษาโดยชุมชนท้องถิ่นโรงเรียนชุมชนวัดท่าสะท้อนจึงได้เปิดใหม่อีกครั้งหนึ่งเมื่ออปี ๒๕๕๑ มีนักเรียนทั้งหมด ๓๒ คน มีครูสอนนักเรียนอยู่ ๒ ประเภทๆที่หนึ่งเป็นครูชุมชนใช้ผู้มีความรู้ในชุมชนมากกว่า ๑๐ คนเป็นครูของโรงเรียน ประเภทที่สองเป็นครูที่ชุมชนจ้างมาสอน ( ๒ คน) ครูที่ทางราชการ (สำนักการศึกษาท้องถิ่น) สนับสนุน (๒คน) ครูที่อบต.จ้างมาสอน (๑ คน) โรงเรียนชุมชนวัดท่าสะท้อนจึงเป็นตัวอย่างของการจัดการศึกษาโดยชุมชนท้องถิ่น ที่มีผู้สนใจจากพื้นที่ต่างๆเดินทางไปให้กำลังใจและศึกษาดูงานอยู่อย่างต่อเนื่อง
บทสรุป
การยืนยันสิทธิในการจัดการศึกษาโดยชุมชนท่าสะท้อนมีความน่าสนใจยิ่ง เป็นเรื่องยากที่ชาวบ้านธรรมดา ซึ่งมิใช่นักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการโรงเรียน สิ่งที่น่าจะได้มีการศึกษาลงลึกต่อไปก็คือ อะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่เกื้อหนุนให้ชาวบ้านท่าสะท้อนมีความภาคภูมิใจในองค์ความรู้ด้านต่างๆ ของชุมชนและต้องการจะสืบทอดความรู้นี้ให้แก่คนรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป รวมทั้งมีความเชื่อมั่นว่าองค์ความรู้ท้องถิ่นของพวกเขาจะมีบทบาทในการทำให้ลูกหลานสามารถดำรงชีวิตในอนาคตได้อย่างมีความสุขและยั่งยืนไม่ด้อยไปกว่าความรู้แกนกลางสามัญ ทั้งนี้ ปัจจัยที่ว่าอาจจะประกอบไปด้วยภูมิหลังของการเป็นผู้อพยพที่ต้องการแสวงหาชีวิตที่ดีกว่า การมีชีวิตที่พึ่งพิงธรรมชาติในป่าพรุ ประวัติศาสตร์ของชุมชนในการก่อร่างสร้างโรงเรียนมาอย่างยากลำบาก การถูกละเมิดสิทธิในการเข้าถึงการศึกษาของลูกหลาน การประสานความร่วมมือกับองค์กรทางสังคมภายนอก และการรับข้อมูลข่าวสารของกฎกติกาทั้งภายในและระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิในการจัดการศึกษาของชุมชน อนึ่ง การทำความเข้าใจกับปัจจัยเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งชาวชุมชนบ้านท่าสะท้อนเองและชุมชนหรือหน่วยงานอื่นๆ ที่ต้องการสนับสนุนสิทธิชุมชนในการจัดการศึกษาต่อไป
วันชัย พุดทอง ศูนย์พลเมืองเด็ก รายงาน




