playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

     ระหว่างวันที่ ๒๕-๒๖  มีนาคม  ที่ผ่านมาเครือข่ายป่าชุมชนจังหวัดกำแพงเพชร  ร่วมกับเครือข่ายเยาวชนต้นกล้าน้อย  ได้จัดงาน “สืบทอดเจตนา สืบทอดชะตาป่าชุมชน คนกำแพง ” ที่โรงเรียนบ้านเขาวังเยี่ยม ต.นาบ่อคำ และการศึกษาพื้นที่ป่าชุมชนบ้านเพชรนิยม จ.กำแพงเพชร  โดยในวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๓ ที่โรงเรียนบ้านเขาวังเยี่ยมมีนายธงชัย   ธรรมะสุขติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชรเป็นประธานเปิดงานและร่วมเวทีเสวนาสรุปบทเรียน “ เครือข่ายป่าชุมชนคนกำแพงเพชร”  กับผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้นำชุมชน  เลขาธิการมูลนิธิสืบฯ และนายพลากร วงศ์กองแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช) ซึ่งผู้ร่วมงานกว่า ๓๐๐ คน      

 

     โดยในวันที่ ๒๕ มีนาคม นางสาววรลักษ์ ศรีใย ผู้จัดการมูลนิธิสืบฯ ได้นำคณะศึกษาดูงานจากพอช. ผู้นำชุมชน และสื่อมวลชนลงพื้นที่ป่าชุมชนบ้านเพชรนิยม ในพื้นที่หมู่ ๒ ตำบลสักงาม ซึงเป็นป่าเบญจพรรณที่มีพันธ์ไม้ผสมผสานหลายชนิด ราษฎรใช้ประโยชน์จากป่าทั้งสัตว์ป่าและพืช มีการจัดตั้งป่าชุมชนเมื่อปี ๒๕๔๘ ครอบคลุมเนื้อที่ ๔๕๙ ไร่ มีคณะกรรมการป่าชุมชนพร้อมราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า เดินลาดตระเวนเพื่อดูแลป่า ฯลฯ

 

     นางสายพิณ คำฝอย ผู้นำชุมชนบ้านเพชรนิยม เปิดเผยว่าหลังจากที่มีการจัดตั้งป่าชุมชนก็ได้จัดเวทีประชาคมในหมู่บ้านเพื่อกำหนดกติกาดูแลรักษาป่าร่วมกันของคนในตำบล เช่นผลผลิตจากป่าชุมชนถือเป็นทรัพย์สินส่วนกลางของชุมชน ผู้ใดจะนำไปเพื่อประโยชน์ส่วนตนไม่ได้ หรือผู้ที่ตัดหรือใช้ประโยชน์จากต้นไม้จะต้องดูแลต้นไม้ที่ปลูกจนกว่าจะโต มีการห้ามเลี้ยงสัตว์ในป่าชุมชน มีการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการอนุรักษ์ต้นน้ำ การทำไร่โดยไม่รุกล้ำในเขตป่าชุมชน ฯลฯ กิจกรรมที่ทำร่วมกันได้แก่ การกำหนดแนวเขตป่าชุมชน การทำแนวป้องกันไฟป่า การทำฝายชะลอน้ำ การทำประปาภูเขา การส่งเสริมประเพณีรักษ์ป่ารักษ์น้ำ ฯลฯ

 

     นายสมหมาย ทรัพย์รังสิทธิ์ ประธานเครือข่ายป่าชุมชนอ.อุ้มผาง จ.ตาก ที่ได้เดินทางมาร่วมงานสืบชะตาป่าชุมชนคนกำแพงเพชร เล่าว่าว่า ที่อำเภออุ้มผางมีคณะกรรมการรักษาป่าชุมชนลุ่มน้ำแม่จันที่มาจาก ๑๔ หมู่บ้าน ตนดูแลป่าชุมชนในพื้นที่ ๗ หมู่บ้าน การจัดการป่าชุมชนคือการรักษาป่า ป้องกันการบุกรุกป่า รักษาคนให้อยู่ร่วมกับป่าได้ เพราะปู่ ย่า ตายาย สอนให้ลูกหลานอยู่อย่างรักต้นไม้โดยเราทำมาตลอดในช่วง เก้ารัชกาลแผ่นดิน ในหมู่บ้านของตนได้ส่งเสริมการทำนารวมกลุ่มเพื่อช่วยคนยากจนผิดปกติแต่ขยันได้มีอยู่มีกิน มีการลาดตระเวนป้องกันป่าร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้และอาสาสมัครรักษาป่าของชุมชน

 

     นายจำนวน ทับทอง ประธานเครือข่ายป่าชุมชน จ.กำแพงเพชรและผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๑๕ บ้านไร่พิจิตร ตำบลโกสัมพี อ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร กล่าวว่าตนอยู่กับป่ามาตั้งแต่ปี ๒๕๒๓ ที่ผ่านมาทำลายป่ามามากแล้ว และชีวิตที่เหลือจะไม่ทำลายป่าอีกต่อไป ป่าชุมชนที่บ้านไร่พิจิตรมีขนาด ๓,๘๐๐ ไร่ จากที่ดินในหมู่บ้านทั้งหมด ๗,๐๐๐ ไร่ เป็นพื้นที่ๆผ่านการสัมปทานมาก่อน เมื่อจัดตั้งเป็นป่าชุมชนได้มีการจัดทำแนวเขตป่าชุมชนเพื่อป้องกันการบุกรุกป่าเพิ่ม การทำแนวกันไฟเพราะมีไฟป่าเกิดขึ้นทุกปี การทำฝายชลอน้ำ การปลูกป่าเสริม การสื่อสารให้คนในชุมชนเข้าใจว่าป่าเหลือน้อยถ้าป่าอยู่ได้ คนก็อยู่ได้ ตอนนี้ทำงานทุกวันไม่มีเงินเดือนแต่ภูมิใจที่ได้ตอบแทนบุญคุณของแผ่นดิน ที่ผ่านมาเจอปัญหาหลายอย่าง ทั้งในส่วนชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ เช่น เจ้าหน้าที่ไม่เข้าใจ หรือชาวบ้านไปลักลอบตัดไม้นอกเขต แต่ต้องอดทนเมื่อมีปัญหาต้องใช้การประชุมร่วมกันเพื่อแก้ปัญหา

 

 

      ในเวทีเสวนาเพื่อ สรุปบทเรียนของเครือข่ายป่าชุมชนจังหวัดกำแพงเพชร ” นายธงชัย ธรรมะสุขติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ได้ชื่นชมการทำงานของชุมชนที่เปรียบเสมือนกองทัพซึ่งเคลื่อนตัวเพื่ออนาคตของลูกหลาน สิ่งที่ชุมชนจะต้องทำต่อไปคือการทำหน้าที่นี้อย่างยืนด้วยการถ่ายทอดงานสำคัญนี้ไปยังเยาวชนคนรุ่นใหม่
 

     ในด้านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาบ่อคำกล่าวว่าเห็นด้วยกับการทำงานของชุมชน และในช่วงระยะต่อไปควรเน้นการส่งเสริมป่าเศรษฐกิจแทนพืชเศรษฐกิจ เช่นส่งเสริมการปลูกยางพารา เพราะต้นไม้ใหญ่จะช่วยลดโลกร้อน
 

     ในขณะที่นายพลากร วงศ์กองแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการพอช. กล่าวว่า การดูแลผืนป่าตะวันตกโดยชุมชน โดยใช้ป่าชุมชนเป็นเครื่องมือ จะเป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่สำคัญของสังคมไทย ซึ่ง ๑๐ ปีที่ผ่านมาชุมชนและหน่วยงานพัฒนาได้ช่วยผลักดันกฎหมายคือพ.ร.บ.ป่าชุมชน ในขณะที่ผู้นำชุมชนในพื้นที่ ๖ จังหวัดได้จัดการป่าชุมชนด้วยการทำซึ่งเกิดความสำเร็จในพื้นที่ขนาดใหญ่ ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยงานพัฒนาและการประสานความร่วมมือกับกรมป่าไม้ที่ทำงานภายใต้กติกาของกฎหมาย
 

     ทั้งนี้ในจ.กำแพงเพชรมีสมาชิกเครือข่ายป่าชุมชน ๗ ป่า คือป่าชุมชนบ้านเขาวังเยี่ยม ป่าชุมชนบ้านไร่พิจิตร ป่าชุมชนบ้านมอรังงาม ป่าชุมชนบ้านเพชรนิยม ป่าชุมชนบ้านหนองบัว ป่าชุมชนบ้านแปลงสี่แม่พืช ป่าชุมชนบ้านหนองแดน โดยมีการบริหารจัดการโดยคณะกรรมการป่าชุมชนกว่า ๒๐๐ คน

 

      นายตะวันฉาย หงษ์วิลัย เลขานุการคณะกรรมการภูมินิเวศน์ผืนป่าตะวันตก กล่าวว่า ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ถึงปัจจุบัน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนและ DANINA ได้สนับสนุนองค์กรชุมชน ทำงานในแนวเขตป่า ภายใต้โครงการ “ จัดการพื้นที่คุ้มครองอย่างมีส่วนร่วม ในผืนป่าตะวันตก” จนเกิดเป็นเครือข่ายป่าชุมชน ๑๓๕ ป่ารอบผืนป่าตะวันตก ครอบคลุมพื้นที่ในจ.ตาก อุทัยธานี นครสรรค์ กำแพงเพชร สุพรรณบุรีและกาญจนบุรี พร้อมกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียรได้ทำงานกับพี่น้องชนเผ่าในเขตป่าอนุรักษ์ภายใต้โครงการจอมป่าในพื้นที่ ๑๒๙ ชุมชน ปัจจุบันขบวนชุมชนในเขตป่าอนุรักษ์และรอบแนวเขตป่าอนุรักษ์ ได้เริ่มต้นเชื่อมโยงการเรียนรู้เพื่อดูแลทรัพยากรในผืนป่าตะวันตกภายใต้ “เครือข่ายภูมินิเวศน์ผืนป่าตะวันตก” เพื่อรักษาและใช้ประโยชน์จากป่าอย่างยั่งยืน จำนวน ๒๖๔ ชุมชน ซึ่งจะเชื่อมโยงการเรียนรู้ร่วมกันตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ เป็นต้นไป

 

      การทำงานของเครือข่ายภูมินิเวศน์ผืนป่าตะวันตก ประกอบด้วยเครือข่ายในพื้นที่ๆที่มีการจัดการป่าในรูปแบบต่างๆ เช่นเครือข่ายเฝ้าระวังทรัพยากรธรรมชาติของคณะกรรมการรักษาผืนป่าตะวันตก ๑๔ หมู่บ้านในลุ่มแม่น้ำจัน อ.อุ้มผาง จ.ตาก เครือข่ายป่าชุมชน ๑๓๕ ชุมชน รอบผืนป่าตะวันตก เครือข่ายชาติพันธ์และภูมิปัญญาของชนเผ่าต่างๆ เช่นกะเหรี่ยง ม้ง ลาว ไทยพื้นราบที่ใช้ภูมิปัญญาของชุมชนในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เครือข่ายเรียนรู้และกสิกรรมธรรมชาติในจ.กาญจนบุรี เครือข่ายเยาวชน ค ตนห้วยป่าในจ.นครสวรรค์และเครอข่ายเยาวชนต้นกล้าน้อยใน จ.กำแพงเพชร ฯลฯ โดยผืนป่าตะวันตกมีพื้นที่ป่าซึ่งอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์จำนวน ๑๑.๗ ล้านไร่ และเป็นพื้นที่ตามแนวขอบป่าอีก ๑ ล้านไร่

 

     เป้าหมายของเครือข่ายภูมินิเวศน์ผืนป่าตะวันตกคือ การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรร่วมกันระหว่างภาคประชาชนและภาครัฐโดยไม่แยกส่วน การสร้างการยอมรับและพัฒนาบทบาทของคณะกรรมการป่าชุมชนให้ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผลักดันให้มีการรับรองสิทธิการบริหารจัดการป่าชุมชนของชุมชนอย่างถาวรและถูกต้องตามกฏหมาย

 

      ทั้งนี้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือพอช.ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่ง ที่ได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อการดูแลทรัพยากรในผืนป่าตะวันตก มาตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๕๐ ถึงปัจจุบัน ได้แก่การสนับสนุนโครงการ ๓๐ ป่ารักษาทุกโรค กรณีจ.อุทัยธานี เพื่อดูแลรักษาป่าในรูปแบบป่าชุมชน ภายใต้งบประมาณ ๓ ล้านบาท การสนับสนุนมูลนิธิเครือข่ายอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตก เพื่อจัดตั้งป่าชุมชนในจ.นครสวรรค์และกำแพงเพชรในพื้นที่ ๔๒ ชุมชนและ ๒๗ ป่าชุมชนภายใต้งบประมาณ ๑.๕ ล้านบาท การสนับสนุนเครือข่ายอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตกและมูลนิธิสืบฯเพื่อการขยายป่าชุมชนในพื้นที่จ.สุพรรณบุรีและกาญจนบุรีภายใต้งบประมาณ ๒.๕ ล้านบาท ซึ่งทางมูลนิธิสืบฯได้ทำบันทึกความร่วมมือกับกรมป่าไม้เพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในแนวเขตป่ากันชุมชนในผืนปาตะวันตกรวมทั้งการจัดตั้งป่าชุมชน ส่งผลให้เกิดการอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรในผืนป่าตะวันตกในรูปแบบป่าชุมชนจำนวน ๑๓๕ ป่าชุมชน ที่มีคณะกรรมการป่าชุมชนเป็นผู้ดำเนินการหลักในพื้นที่

 

      และในปี ๒๕๕๓ พอช.ได้สนับสนุน คณะกรรมการภูมินิเวศน์ผืนป่าตะวันตก เพื่อดำเนิน “ โครงการหนุนเสริมองค์กรชุมชนในภูมินิเวศน์ผืนป่าตะวีนตก เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีส่วนร่วม ภายใต้งบประมาณ ๕ ล้านบาท โดยนายพลากร วงศ์กองแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการพอช. กล่าวว่า การทำงานพัฒนาในผืนป่าตะวันตกไม่ได้มุ่งเน้นเพียงเรื่องการจัดการทรัพยากร แต่ทางเครือข่ายภูมินิเวศน์ฯได้สนับสนุนเรื่องอื่นๆควบคู่ไปด้วยเช่นเรื่องการพัฒนาอาชีพของชุมชน การจัดสวัสดิการชุมชน การส่งเสริมให้เยาวชนมีบทบาทในการอนุรักษ์ทรัพยากร การส่งเสริมจัดตั้งและพัฒนาสภาองค์กรชุมชน การสนับสนุนศูนย์เรียนรู้ของชุมชน ฯลฯ

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter