วันที่ 21 มี.ค. ที่ผ่านมา สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างกันในการแก้ปัญหาและสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยของคนในชุมชนแออัด ผ่านโครงการบ้านมั่นคง ณ ชุมชนร่วมสามัคคี เขตวังทองหลาง กทม.
นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าวว่า ธนาคารอาคารสงเคราะห์มีภารกิจหลักในการช่วยเหลือสนับสนุนและส่งเสริมให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองตามอัตภาพ ซึ่งการบันทึกความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้ธนาคารได้ลงไปช่วยเหลือประชาชนถึงระดับรากหญ้า ให้ผู้มีรายได้น้อยในชุมชนแออัดมีโอกาสการพัฒนาชุมชนตนเอง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดยธนาคารจะสนับสนุนสินเชื่อด้วยการรับ re-finance โครงการที่ พอช.ได้ช่วยพัฒนาและให้สินเชื่อไปแล้ว จำนวน 25 โครงการ เป็นเงินประมาณ 200 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้คงที่ ร้อยละ 4 ต่อปี ระยะเวลา 15 ปี ซึ่ง พอช.ได้รับเงินอุดหนุนดอกเบี้ยจากรัฐบาล ร้อยละ 2.00 ต่อปี
“ธอส.พร้อมที่จะมอบโอกาสไปยังผู้มีรายได้น้อย เพื่อการมีที่อยู่ที่มั่นคง เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสนับสนุนการดำเนินงานในโครงการบ้านมั่นคง โดยการให้สินเชื่อแก่องค์กรชุมชนที่เป็นนิติบุคคลหรือคณะบุคคล และเป็นโครงการที่มีการพัฒนาอยู่ในระดับที่มั่นคง หรือเป็นโครงการที่ใช้สินเชื่อจาก พอช.แล้ว โดยมีการผ่อนชำระที่ผ่านมากับ พอช.สม่ำเสมอ ไม่มีงวดค้างชำระ และเป็นโครงการที่มีหลักประกันเป็นอสังหาริมทรัพย์ในโครงการ สิทธิการเช่าที่ดิน และบุคคลค้ำประกัน ซึ่งอาจเป็นคณะกรรมการหรือสมาชิกของกลุ่ม/สหกรณ์ และเป็นโครงการที่ชุมชนมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน
ในกรณีการเช่าที่ดินจะต้องได้รับสิทธิการเช่าเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าระยะเวลาการใช้สินเชื่อ โดยธนาคารจะคิดดอกเบี้ยให้สอดคล้องกับการให้สินเชื่อของ พอช. แต่หากมีการผิดนัดชำระ จะคิดเท่ากับอัตราลูกค้าทั่วไป” นายขรรค์ กล่าว
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า พอช.ได้ดำเนินการโครงการบ้านมั่นคง เพื่อแก้ปัญหาและสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยแก่คนจนในชุมชน ตั้งแต่ พ.ศ.2546-2551 ทั่วประเทศ มีเป้าหมาย 2,000 ชุมชน รวม 300,000 ครัวเรือน และการจัดบันทึกความร่วมมือระหว่าง กันครั้งนี้เท่ากับเป็นการยกระดับองค์กรชุมชนให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้น และธนาคารยังได้ยอมรับระบบมาตรฐานการบริหารจัดการขององค์กรชุมชนด้วย ซึ่งชาวชุมชนจะต้องรักษามาตรฐานดังกล่าวไว้ เพื่อให้ พอช.ได้นำสินเชื่อของสถาบันฯ ไปช่วยเหลือชุมชนที่เดือดร้อนอื่นๆ ต่อไป
พอช.ก็ยังจะติดตามพัฒนาองค์กรชุมชนที่ได้รับสินเชื่อให้สามารถบริหารจัดการสินเชื่อให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป รวมถึงการร่วมกับธนาคารในการติดตามแก้ไขปัญหาชุมชนให้มีการผ่อนชำระสินเชื่อได้ตามตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ด้วย
“การพัฒนาที่อยู่อาศัยในโครงการบ้านมั่นคงนั้น ไม่ได้มองบ้านในฐานะเป็นสินค้าที่มีการซื้อขายเปลี่ยนมือกันเหมือนเช่นปัจจุบัน แต่สิ่งที่พิเศษ คือ บ้านในโครงการบ้านมั่นคงหมายถึงระบบการพัฒนาชุมชน เช่น การสร้างที่อยู่ที่มั่นคง การจัดการหนี้สิน การส่งเสริมความสัมพันธ์ของคนในชุมชน การจัดการสิ่งแวดล้อม การจัดสวัสดิการชุมชน” นางสาวสมสุข กล่าว




