playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการทำพิธีลงเสายกบ้านมั่นคงเกาะมุกด์ ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง โดยมี พล.อ.สุรินทร์ พิกุลทอง ประธานคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ธรณีพิบัติ เป็นประธานในพิธี โดยมี นายโฮกัน บีจองแมน ตัวแทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ ร่วมเป็นสักขีพยาน

นายเกรียงศักดิ์ ทะเลลึก แกนนำชาวบ้านแห่งบ้านเกาะมุกด์ กล่าวว่า  บ้านเกาะมุกด์  มีชาวบ้านอาศัยอยู่ประมาณ 400 หลังคาเรือน ประชากรเกือบ 2,000 คน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม อยู่ในที่ดินตนเอง เอกชน และที่ดินรัฐ ทุกคนรู้จักกันเกือบหมด อาศัยอยู่ร่วมกันแบบเครือญาติ ชาวบ้านประกอบอาชีพประมงเรือเล็ก เลี้ยงปลาในกระชัง และการเพาะเลี้ยงหอยมุกด์ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเกาะ เพราะมุกด์ของที่นี่เป็นมุกดี สวยงาม และมีราคาแพง

หลังจากเกิดคลื่นยักษ์สึนามิขึ้น ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในที่ดินของคนอื่นเกิดความเดือดร้อน เนื่องจากเจ้าของที่ดินต้องการที่ดินคืน และขอให้ชาวบ้านย้ายออกไปอยู่ที่อื่น เลยทำให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนรวมตัวกันและช่วยกันค้นหาทางแก้ไขปัญหา โดยนำปัญหาไปเสนอให้หน่วยงานต่างๆ ได้รับทราบ  จนกระทั่งคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ธรณีพิบัติ 6 จังหวัด ที่มี พล.อ.สุรินทร์ เป็นประธานอนุกรรมการ ทราบเรื่อง  เลยเข้ามาทำการตรวจสอบเพื่อช่วยหาทางแก้ไขปัญหา ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีชาวบ้าน 248 หลังคาเรือนที่มีปัญหาเรื่องที่ดินและที่อยู่อาศัย โดยบุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ 100 ราย บุกรุกที่เอกชน 70 ราย อยู่ในที่ดินญาติแบบขออยู่ชั่วคราว 45 ราย อยู่ในที่ดินของกรมเจ้าท่า 24 ราย อยู่ในที่ดินริมทะเลแต่กลัวคลื่น 9  ราย

ต่อมาได้คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินพื้นที่ธรณีพิบัติได้มีการประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อุทยานแห่งชาติ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสมาชิกชุมชน เพื่อหาทางออกและร่วมเสนอแผนดำเนินการฟื้นฟูเกาะมุกด์จนได้รับความเห็นชอบจากทุกฝ่าย โดยแยกเป็น 3 กลุ่ม คือ  1. ชาวบ้านที่มีที่ดินแปลงอื่น สามารถย้ายบ้านไปอยู่ในที่ดินตนเองหรือญาติยินยอมให้อยู่อาศัยโดยมีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร 54 หลังคาเรือน 2.ชาวบ้านที่บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ จะมีการกันแนวเขตที่ดินบริเวณชุมชนที่บุกรุก และให้ปรับปรุงอยู่ในที่ดินเดิมได้ 100 หลังคาเรือน และ 3. การจัดสรรที่รองรับการปลูกบ้านใหม่ในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมในพื้นที่ 19 ไร่ 1 งาน 94 หลังคาเรือน โดยมีการรับรองสิทธิในที่ดินให้แก่ชุมชน โดยไม่กระทำเป็นรายบุคคลหรือรายครัวเรือน เพื่อป้องกันการซื้อ-ขายที่ดินในอนาคต และให้ชุมชนสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ในพื้นที่ที่ได้จัดสรรให้ 

ทั้งนี้การปลูกสร้างบ้านพักอาศัยทั้ง 248 หลังคาเรือน ได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย เช่น สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) สนับสนุนงบสาธารณูปโภคตามโครงการบ้านมั่นคงและสถาปนิกชุมชน โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ  สนับสนุนงบสร้างบ้าน จำนวน 40 หลัง ผ่านมูลนิธิชุมชนไท และ เครือข่ายความร่วมมือฟื้นฟูชุมชนชายฝั่งอันดามัน (SAN) สนับสนุนงบประกอบอาชีพ 

ส่วนแบบบ้านนั้น เป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว ยกพื้นสูง สร้างด้วยไม้และปูน มี  3 แบบ คือ บ้านสำหรับครอบครัวเล็ก ขนาด 4x6 ตารางเมตร ครอบครัวปานกลาง ขนาด 5x6 ตารางเมตร และครอบครัวใหญ่ ขนาด 5x7 ตารางเมตร งบประมาณหลังละ 75,000 บาท  โดยชาวบ้านเป็นคนร่วมกันคิดและออกแบบบ้านและชุมชนด้วยตนเอง

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter