วันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา เครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภาคใต้ จัดเวทีสรุปบทเรียน ระยะ 6 เดือนของเครือข่ายฯ ณ ลำปำรีสอร์ท จ.พัทลุง โดยมีคณะกรรมการของเครือข่าย ประกอบด้วย เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคใต้ เครือข่ายป่าชุมชนภาคใต้ และสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านภาคใต้ จำนวน 30 คนเข้าร่วมประชุม
นายนิทัศน์ แก้วศรี ประธานโครงการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยองค์กรชุมชน เครือข่ายประมงพื้นบ้านภาคใต้ ในฐานะประธานในที่ประชุม กล่าวว่า การจัดเวทีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปบทเรียนการดำเนินงานของเครือข่ายต่างๆ ในระยะ 6 เดือนที่ผ่านมา แลกเปลี่ยนการทำงาน และหาแนวทางแก้ปัญหาความยากจนของชุมชนอย่างยั่งยืน
นายสินธุ แก้วสินธุ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายป่าชุมชนภาคใต้ กล่าวว่า ในระยะ 6 เดือนที่ผ่านมา เครือข่ายมีการดำเนินงานหลายอย่าง โดยเฉพาะการจัดระบบข้อมูลของขบวนองค์กรชุมชน และเสริมสร้างองค์กรกลุ่มเด็ก เยาวชนและสตรีมากขึ้น ส่วนการประสานงานกับศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนแห่งชาติ หรือ ศตจ. ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับนโยบายที่มีหน้าที่ผลักดันนโยบายต่างๆ ของภาคประชาชนยังไม่ประสานกันมากนัก ส่วนการผลลักดัน พรบ.ป่าชุมชน นั้นยังไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่าที่ควร ซึ่งอาจจะอยู่ในระยะเปลี่ยนผ่านทางการเมือง จึงต้องผลักดันร่วมกันต่อไป เพื่อให้เกิดการยอมรับทางนโยบาย
ด้านนายบุญ แซ่จุ่ง แกนนำเครือข่ายองค์กรชุมชนรักเทือกเขาบรรทัด จ.ตรัง กล่าวว่า สถานการณ์เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นกระแสที่มาแรงและองค์กรชุมชนที่ต้องเตรียมรับมือ เนื่องจากที่ผ่านมาการปฏิรูปการเมือง เป็นไปตามความต้องการของชนชั้นกลางเป็นส่วนใหญ่ แต่คนฐานรากยังไม่ได้มีส่วนร่วมมากนัก แม้บางอย่างจะมีกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เช่น มาตราที่เกี่ยวกับสิทธิชุมชน แต่ก็ยังไม่เกิดเป็นรูปธรรมเท่าที่ควรในการปฏิบัติ ดังนั้นการปฏิรูปการเมืองรอบสองนี้ ต้องทำการเมืองให้เป็นเรื่องปากท้องของชุมชน
“ปี 2540 รัฐธรรมนูญสนับสนุนให้พรรคการเมืองยิ่งใหญ่ ไม่ได้สนับสนุนให้ภาคประชาชนเป็นใหญ่ ซึ่งเราจะต้องทำให้รัฐธรรมนูญหนุนภาคประชาชนให้มีพลังมากขึ้น และเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างชนชั้นกลางกับชนชั้นล่างของสังคม” แกนนำเครือข่ายองค์กรชุมชนรักเทือกเขาบรรทัด กล่าวตอนหนึ่งของการประชุม




