playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

     เมื่อวันที่ 26 เมษายน ได้มีพิธีเปิดงานมหาบุญไทบ้านอีสานพอเพียง ซึ่งจัดโดยองค์กรชุมชนและหน่วยงานในภาคอีสาน ภายใต้การสนับสนุนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น โดยนายเจตน์ ธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นได้เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยขอให้ประชาชนน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นกระแสพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต ซึ่งจะต้องยึดหลัก 3 ข้อ คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และภูมิคุ้มกัน ซึ่งหลักการทั้ง 3 จะต้องอยู่บนเงื่อนไงของการมีความรู้และความดี โดยต้องมีจุดยืนในเรื่องการพึ่งพาตนเองให้ได้ แล้วจึงให้คนอื่นพึ่งพา และเห็นว่าการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เรียกว่าเครือข่ายนั้น จะเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่มีพลังอย่างที่สุด ซึ่งจะต้องจัดให้เป็นระบบ เรื่องราวเหล่านี้มาประกอบกันเรียกว่า “การจัดการความรู้” ซึ่งต้องใช้คนที่มีความเมตตาและมีคุณธรรม จึงจะทำให้ต่อสู้ไปได้ในกระแสโลกาภิวัฒน์

     นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า “ขบวนชุมชนในภาคอีสานได้มาร่วมกันจัดการโดยชุมชนเอง เพื่อนำเสนอรูปธรรมของการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นและวัฒนธรรมชุมชน ซึ่งจะเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็งในสังคมยุคใหม่ ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัฒน์ ที่คนต่างคนต่างอยู่และวัฒนธรรมที่มีอยู่กำลังเลือนจางหายไป”

     เวทีสัมมนาในวันแรก ได้นำเสนอรูปธรรมพื้นที่การฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นในภาคอีสาน 6 ประเด็น คือ บ้านมั่นคงจังหวัดขอนแก่น แผนแม่บทชุมชนจังหวัดบุรีรัมย์ เกษตรกรรมยั่งยืนทุ่งกุลาร้องไห้ การจัดการทรัพยากรจังหวัดบุรีรัมย์ สวัสดิการชาวบ้านจังหวัดร้อยเอ็ด และประเด็นงาน อบต.กับการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น ซึ่งแต่ละประเด็นได้มีตัวแทนองค์กรชุมชนซึ่งมีบทบาทสำคัญในประเด็นนั้นๆ มาเล่าให้ฟังถึงหลักคิดสำคัญ กระบวนการ ผลการดำเนินงาน และข้อเสนอ โดยแต่ละประเด็นมีข้อเสนอต่อระดับนโยบาย ดังนี้

- ประเด็นแผนแม่บทชุมชน มีข้อเสนอว่า รัฐควรสนับสนุนให้ชุมชนเป็นแกนหลักในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น โดยจัดสรรทรัพยากรมาสนับสนุน และขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดเวที รวมถึงให้การสนับสนุนงบประมาณอย่างต่อเนื่อง

- ประเด็นทรัพยากร เสนอให้มีคณะกรรมการในด้านการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม โดยมีองค์ประกอบจากภาคประชาชนอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง , ยกร่าง พรบ. ป่าชุมชนโดยให้องค์กรชุมชนสามารถบริหารจัดการป่าได้เอง , ให้มีแผนการจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า ที่บูรณาการระหว่างภาครัฐกับองค์กรชุมชน และปฏิรูปการเมืองโดยให้นำองค์ความรู้ด้านต่างๆ บรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งมีกฎหมายลูกบังคับใช้

- ประเด็นเกษตรกรรมยั่งยืน มีข้อเสนอว่าเกษตรกรต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนา โดยนโยบายที่มีผลกระทบต่อเกษตรกรรายย่อย เช่น FTA ควรให้เกษตรกรมีส่วนในการตัดสินใจ และบรรจุการส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืนไว้ในรัฐธรรมนูญ รวมทั้งต้องมีกฎหมายที่คุ้มครองปกป้องสิทธิของเกษตรกรรายย่อยที่จะทำเกษตรกรรมยั่งยืน และมีสัดส่วนงบประมาณสนับสนุนอย่างชัดเจน

- ประเด็นสวัสดิการ มีข้อเสนอคือ ควรกำหนดเป็นวาระแห่งชาติเรื่องสวัสดิการชุมชน โดยสนับสนุนงบประมาณให้ชุมชนเป็นหลักในการดำเนินการ และมี พ.ร.บ.สนับสนุนงบประมาณการจัดสวัสดิการชุมชน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นต่างๆ ที่ขบวนองค์กรชุมชนอภิปรายและมีข้อเสนอนั้น เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย ในขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็มีข้อจำกัดในด้านกฎหมาย นโยบาย และงบประมาณ ดั้งนั้นเพื่อให้ อบต.สามารถสนับสนุนการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นได้นั้น มีข้อเสนอสำคัญจากนายก อบต.โนนอุดม จ.นครราชสีมา ดังนี้

- ยกเลิกนโยบาย ผู้ว่า CEO และ นโยบาย SML เพราะนโยบายเหล่านี้ทำลายการมีส่วนร่วมของประชาชน และทำลายระบบการพึ่งตนเองของชุมชนท้องถิ่น

- เพิ่มสัดส่วนค่าใช้จ่ายประจำของ อบต. (จากเดิม 40% ของรายได้) ให้มากขึ้น เพื่อให้ อบต.มีเงินจ้างบุคลากรมาทำงานสนับสนุนชุมชน

- รัฐบาลควรแบ่งงบประมาณ 35 % ของงบพัฒนามาให้ท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบันแบ่งมาให้ 29 % เท่านั้น

- ให้นายก อบต. มีอิสระในการจ้างคนมาทำงานของ อบต.โดยที่ไม่ต้องจ้างให้ข้าราชการทำ

- ให้สภาท้องถิ่นสามารถตั้งกรรมาธิการขึ้นมาได้ และต้องมีงบประมาณที่ใช้สำหรับการดำเนินกิจกรรม โดยออกระเบียบที่สามารถเอื้อต่อการทำงานของ อบต. ได้

     ข้อเสนอของประเด็นต่างๆ ที่สะท้อนจากเวทีสัมมนาวันนี้ มาจากการระดมความเห็นขององค์กรชุมชนในจังหวัดต่างๆ ของภาคอีสานซึ่งมีบทบาทในการพัฒนาชุมชนของตนเอง โดยคาดหวังว่าเสียงสะท้อนนี้จะส่งไปถึงหน่วยงานและระดับที่เกี่ยวข้อง และนำไปสู่การพิจารณาให้บังเกิดผลต่อการสนับสนุนการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น งานมหาบุญไทบ้านอีสานพอเพียงยังมีต่อไปจนถึงวันที่ 28 เมษายน ซึ่งจะมีเวทีสัมมนาที่น่าสนใจอีกหลายประเด็น เชิญผู้สนใจเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น


 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter