playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

     วันที่ 28-30 เมษายนที่ผ่านมา สำนักงานบริหารโครงการบ้านมั่นคง จัดอบรมการบริหารการก่อสร้างชุมชน รุ่นที่ 1 ณ โรงแรมแมนฮัตตัน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อให้ชาวชุมชนและช่างชุมชนที่ร่วมดำเนินการโครงการบ้านมั่นคง ได้เรียนรู้กระบวนการทำงานในโครงการบ้านมั่นคง การจัดการงานก่อสร้าง การบริหารโครงการและการจัดการชุมชน มีช่างชุมชนกว่า 100 คนร่วมอบรม โดยมีวิทยากรจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง และบริษัทแปลนคอนซัลแตนท์ส จำกัด

     ผศ.วรวรรณ โรจนไพบูลย อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ กล่าวว่า จากการศึกษาหลายโครงการด้านที่อยู่อาศัย ประเภทบ้านจัดสรร พบว่า ผู้ซื้อบ้านหลายคนอาศัยอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านไม่ได้ เพราะไม่เคยรู้จักนิสัยใจคอกันมาก่อน บางคนส่งเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้าน ทำให้เกิดปัญหาในชุมชน ขณะที่โครงการบ้านมั่นคง เป็นกระบวนการสร้างบ้าน สร้างชุมชนที่ยากกว่าบ้านจัดสรร เพราะต้องนำเอาความต้องการของคนในชุมชนมาประยุกต์รวมกัน เป็นการจัดที่อยู่อาศัยที่เกิดจากความต้องการของชุมชนหรือเกิดจากการนำปัญหาของชุมชนมารวมกัน แล้วนำกระบวนการก่อสร้างที่อยู่อาศัยเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาชุมชน

     ผศ.ไกรทอง โชติวุฒิพัฒนา อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เสริมว่า ปัญหาของชุมชนแก้ได้ด้วยการจัดวางระบบสาธารณูปโภค เช่น การสร้างที่อยู่สัตว์เฉพาะ เพื่อแก้ปัญหากลิ่นเหม็นจากมูลสัตว์ เป็นต้น ซึ่งการจัดวางระบบสาธารณูปโภค มีหลักการสำคัญ 3 ประการ คือ 1. “เป็นสิ่งที่ต้องทำ ไม่ทำจะฉิบหาย” เป็นระบบที่จำเป็นสำหรับชุมชน เช่น ระบบป้องกันอัคคีภัย 2. “ต้องไม่ทะเลาะกับคนนอกชุมชน” การทำสาธารณูปโภคต้องไม่สร้างผลกระทบกับชุมชนใกล้เคียง เช่น ระบบบำบัด-ปล่อยน้ำเสียของชุมชน 3. “ชุมชนไม่ทะเลาะกันเอง” เป็นระบบที่คำนึงถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ สร้างสาธารณูปโภคแล้ว จะต้องไม่ทำให้คนในชุมชนเดือดร้อน

     ด้าน นายศานิต กี่บุตร ผู้จัดการฝ่ายบริหารและควบคุมงาน บริษัทแปลนคอนซัลแตนท์ส จำกัด กล่าวถึงการวางแผนงานก่อสร้างว่า จะทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้น มีความผิดพลาดน้อยที่สุด เป็นแนวทางในการดำเนินงานและประเมินผล โดยมีลำดับขั้นตอนการวางแผนการก่อสร้าง ดังนี้

  1. ศึกษาข้อมูลที่จะใช้ในการวางแผนการก่อสร้าง เช่น แผนงานทั้งหมด งบประมาณ ช่าง
  2. ร่างแผนงาน เช่น แผนงานด้านทรัพยากรบุคคล การเงิน วัสดุอุปกรณ์
  3. การจัดลำดับขั้นตอนของแต่ละกิจกรรม โดยจะต้องพิจารณาจากขั้นตอนการทำงานจริง ลำดับการทำงานสามารถเกิดขึ้นก่อนหรือหลังในขั้นตอนเดียวกันได้ กิจกรรมบางอย่างไม่ต้องรอ สามารถทำพร้อมกันได้
  4. การกำหนดช่วงเวลาของแต่ละกิจกรรม
  5. ร่างรายละเอียดรูปแบบของแผนงาน

     “การทำงานมากกว่า 1 คนขึ้นไป ควรมีการประชุมกันระหว่างชุมชนกับผู้รับเหมา หรือผู้รับเหมากับสถาปนิก เพื่อให้เข้าใจตรงกัน ความบ่อยอาจจะขึ้นอยู่กับขนาดของงาน”นายศานิต กล่าว

     ส่วนนายสมนึก จันทร์อินทร์ ที่ปรึกษาชุมชนร่วมสามัคคี กทม. แนะนำถึงจัดการชุมชนหลังก่อสร้างชุมชนแล้วเสร็จว่า โครงการบ้านมั่นคงไม่ได้มองเฉพาะการสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่มุ่งสร้างความมั่นคงในชีวิตด้วย ดังนั้นหลังการสร้างชุมชนเสร็จแล้ว คณะกรรมการต้องทำงานต่อ คือ ต้องมีการประชุมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการประชุมกลุ่มย่อย มีการจัดระบบข้อมูล ทั้งทางกายภาพ สาธารณูปโภค บ้าน สินเชื่อ และกระบวนการดำเนินการของโครงการบ้านมั่นคง เพื่อเตรียมเป็นศูนย์เรียนรู้ เป็นต้นแบบให้กับชุมชนอื่นๆ ได้เรียนรู้ต่อไป

     “เราต้องมีแผนพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน มีแผนพัฒนากลุ่มอาชีพ แผนส่งเสริมกลุ่มเยาวชน สร้างการจัดสวัสดิการให้กับชาวบ้าน คนทำงาน” ที่ปรึกษาชุมชนร่วมสามัคคี กล่าว

     นายพันธ์ ทวีพรม ช่างชุมชนจากชุมชนสะพานขาว อ.เมือง จ.ศรีษะเกษ บอกว่า การเข้าร่วมอบรมครั้งนี้ได้ความรู้มาก โดยเฉพาะด้านวิชาการที่วิทยากรนำมาอบรม แต่การนำไปใช้ประโยชน์ในชุมชน ต้องมีการประยุกต์ เพราะสภาพแวดล้อมของแต่ละแห่งแตกต่างกัน ทั้งนี้หลังจากอบรมแล้วเสร็จ ได้มีพิธีมอบประกาศนียบัตรผู้ผ่านการอบรมด้วย


 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter