playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

ศตจ.จ.ระดับภาค หนุนให้ ศตจ.ปชช. เร่งสร้างยุทธศาตร์ / แนวทางร่วม เพื่อเชื่อมโยงขบวนภาคประชาชนในจังหวัด

      เมื่อ วันที่ 9 พฤษภาคม 2549 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ชั้น 6 กรุงเทพฯ จัดการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนภาคประชาชน (ศตจ.ปชช.) ครั้งที่ 3/2549 ขึ้น โดยมีตัวแทนคณะกรรมการแต่ละจังหวัดเข้าร่วมนำเสนอผลการจัดเวที ศตจ.ปชช.จังหวัดระดับภาค ได้แก่ ภาค อีสาน ในวันที่ 20 – 21 เมษายน 2549 ณ โรงแรมขอนแก่นโฮเต็ล จ.ขอนแก่น มีกลุ่มเป้าหมาย ศตจ.ปชช.จ. วัตถุประสงค์เพื่อสร้างเข้าใจ แนวทางการทำงาน ศตจ.ปชช. และกำหนดเป้าหมาย ทิศทาง ภารกิจ และนำเสนอรูปธรรมแก้ปัญหาในพื้นที่ซึ่งเชื่อมโยงกับงานยุทธศาสตร์ฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น

 

     กรุงเทพและปริมณฑล ในวันที่ 22 เมษายน 2549 โดยมีพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ที่ปรึกษา ศตจ.ปชช. ลงพื้นที่ศึกษารูปธรรมแก้จนของชุมชน และรับฟังการหารือยุทธศาตร์แก้จน ซึ่งช่วยให้ภาพลักษณ์คนในชุมชนแออัดดีขึ้น มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย (โครงการบ้านมั่นคง)

    ภาคกลางตอนบน ในวันที่ 20-21 เมษายน 2549 มีตัวแทนแต่ละจังหวัดเข้าร่วมเรียนรู้ตัวอย่างรูปธรรมแก้จนระดับครัวเรือน / กลุ่ม พบว่า วิธีการแก้จนมีความหลากหลาย เช่น การทำเกษตรชีวภาพ / ยั่งยืน การปรับวิธีคิดเพื่อปลดหนี้ ฯลฯ นอกจากนี้มีการหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาความยากจน

     ภาคตะวันตก ในวันที่ 24 - 25 เมษยน 2549 ได้เชื่อมโยงการแก้ไขปัญหาความยากจน โดยประสานงานหน่วยงานภาครัฐเข้าร่วมทำความเข้าใจแนวทาง ศตจ.ปชช.จ. และลงศึกษาพื้นที่รูปธรรม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในพื้นที่

     ภาคใต้ ในวันที่ 21 - 22 เมษายน 2549 มีตัวแทนจากจังหวัดต่างๆ ร่วมทำความเข้าใจแนวคิด ทิศทาง ศตจ.ปชช. ซึ่งมีการค้นหาประเด็นต่างๆ ที่เป็นรูปธรรมการแก้จนในพื้นที่ และสร้างการขับเคลื่อนงานร่วมกับ ศตจ.จ. เพื่อเชื่อมโยงงานในจังหวัดสู่ระดับภาค

     ภาคเหนือ ใน 7 จังหวัด ทำความเข้าใจขบวนการ ศตจ.ปชช.จ. เพื่อให้เห็นทิศทางและกระบวนการทำงานในจังหวัด ตามประเด็นยุทธศาสตร์ต่างๆ ในระดับจังหวัดจะคัดเลือกพื้นที่ ซึ่งกำหนดเกณฑ์ร่วมกัน โดยเก็บข้อมูลพื้นที่เพื่อนำหารือ / วางแผนงานขับเคลื่อนตามประเด็นต่างๆ

     ภาคตะวันออก ในวันที่ 21 เมษายน 2549 ใน 4 จังหวัด ได้ทบทวนรูปแบบ / แนวทางการแก้ไขปัญหาความยากจน ผ่านรูปธรรมแก้จนในพื้นที่ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อกำหนดแนวทางการเคลื่อนงาน ศตจ.ปชช.

     การประชุมครั้งนี้.. คณะกรรมการฯ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการกำหนดยุทธศาตร์ / แนวทางการเคลื่อนงาน ศตจ.ปชช. ซึ่งมีข้อสรุปเบื้องต้นว่า การเคลื่อนงาน ศตจ.ปชช.ในช่วงต่อไป โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความยากจน ควรมองเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการร่วมกัน เพื่อให้เกิดความชัดเจนเรื่องงานข้อมูล / พื้นที่รูปธรรม เนื้อหาสาระ การทำงานเชื่อมโยงขบวนภาคประชาชน และเข้าถึงนโยบาย

     นายสังคม เจริญทรัพย์ ในฐานะประธานร่วม ศตจ.ปชช.ชาติ ให้ความเห็นว่า สิ่งที่ ศตจ.ปชช. กำลังขับเคลื่อนไปข้างหน้า คือ “ การจัดระบบส่วนกลาง ” ที่จะสร้างการกระบวนรับรู้ให้เท่าทันกันหมด นำไปสู่การปฎิบัติให้ได้ สิ่งที่เป็นรูปธรรมตอนนี้คือ การกำหนดยุทธศาสตร์ แนวทางการเคลื่อนงาน ศตจ.ปชช. ในการกำหนดทิศทาง เชื่อมโยงการสร้างพื้นที่รูปธรรมโดยภาคประชาชน

      ในด้าน นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป ให้ความเห็นเชิงวิเคราะห์ว่า การตั้ง ศตจ.ปชช. ถือเป็นกลไกเชิงยุทธศาตร์ภาคประชาชนโดยภาคประชาชน ที่ค่อยๆ ก่อรูปองค์กรในแบบใหม่ บริหารจัดการโดยภาคประชาชน โดยมีพันธมิตรร่วมสนับสนุน เช่น พอช. ในอนาคตข้างหน้าหากไม่มี ศตจ.ชาติ แต่ ศตจ.ปชช. ต้องยืนอยู่ให้ได้ และแม้ พอช. จะเปลี่ยนไป ศตจ.ปชช. ก็ต้องยืนอยู่ได้เช่นเดียวกัน

     เพราะ ศตจ.ปชช. เป็นเวทีเรียนรู้ การเคลื่อนมาถึงตรงนี้ จึงควรจัดองค์กรที่ภาคประชาชนเป็นแกนหลัก เครือข่ายชุมชนเป็นผู้นำ และมี พอช.เป็นผู้สนับสนุน ฉะนั้น การออกแบบองค์กรที่เรียกว่า “ สนง.เลขา ศตจ.ปชช. ” ควรเป็นโครงสร้างทั้งในระดับนโยบาย - ปฏิบัติการ ซึ่งในระยะแรกต้องมีการจัดการที่มีคุณภาพจริงๆ

     ขณะเดียวกัน นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ผู้อำนวยการ พอช. ให้ความเห็นเพิ่มเติมในทิศทางการเคลื่อนของขบวน ศตจ.ปชช. ว่า เป็นเครื่องมือขบวนภาคประชาชนที่จะกระจายตัวในแต่ละจังหวัด เพื่อแลกเปลี่ยน ต่อรองสร้างพื้นที่ เป็นการจัดขบวนเชิงยุทธศาตร์ ที่มีอิทธิพลในการต่อเชื่อมกับระบบที่มีอยู่ในจังหวัด เปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง สถานภาพ ทิศทาง กลไก มีความเป็นกลาง ที่ชาวบ้านจะเป็นผู้บริหารจัดการ และรู้สึกเป็นเจ้าของขบวนการ สามารถเชื่อมโยงกับแกนต่างๆได้ อย่างมีส่วนร่วมในการทำงานและสัมพันธ์กับประเด็นงานในพื้นที่

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter