playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

     วันที่19 พฤษภาคมที่ผ่านมา พล.อ.สุรินทร์ พิกุลทอง ประธานคณะอนุกรรมการแก้ปัญหาความยากจนด้านที่ดิน ศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนแห่งชาติ (ศตจ.) พร้อมคณะ เดินทางมาเป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาที่ดินสำหรับสร้างที่อยู่อาศัยของชุมชนต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ต มีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมด้วย พร้อมตัวแทนชาวชุมชน ณ ห้องประชุมสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต

     พล.อ.สุรินทร์ กล่าวว่า ปัญหาที่ดินของจังหวัดภูเก็ตที่ได้เข้สู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ มีจำนวน 18 ชุมชน ขณะนี้สามารถแก้ปัญหาได้แล้ว 4 ชุมชน ยังคงเหลืออีก 14 ชุมชนที่ยังแก้ปัญหาไม่สำเร็จ การประชุมครั้งนี้ได้ข้อยุติแล้วว่า ที่ดินของรัฐที่ประชาชนเข้าไปอาศัยอยู่นั้น จะให้เช่าตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งต้องมีการวางผังการอยู่อาศัยใหม่ เพื่อป้องกันการบุกรุกเพิ่มเติม โดยได้มอบหมายให้ชุมชนเป็นตัวหลักในการดำเนินการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนเป็นผู้ประสานงาน

     การแก้ปัญหาที่ดินของชุมชนที่มีข้อพิพาทกับประชาชน เช่น ชุมชนปลากะตัก จะให้ชุมชนและหน่วยงานราชการร่วมมือกันต่อสู้กับนายทุนต่อไป เพราะหากดูที่ดินดังกล่าวจากภาพถ่ายดาวเทียมแล้ว เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นป่าชายเลน มีน้ำท่วมถึง ซึ่งไม่เข้าใจว่าออกเอกสารสิทธิได้อย่างไร

     “การแก้ปัญหาของชุมชนต่างๆ ในภูเก็ตนั้น คาดว่าจะดำเนินการให้เสร็จเห็นเป็นรูปธรรมภายในปีหน้านี้อย่างแน่นอน และหากเป็นไปได้ต้องการที่ให้สิทธิ์ชุมชนในการดูแลพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งหากสามารถออกเอกสารสิทธิได้ก็จะออกเป็นเอกสารที่เป็นสิทธิ์ของชุมชนไม่ออกเป็นเอกสารสิทธิของคนใดคนหนึ่ง เพื่อป้องกันการขายต่อและสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชุมชน” พล.อ.สุรินทร์ กล่าว

     นางปรีดา คงแป้น ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไท กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตมีชุมชนที่ยังมีปัญหาด้านที่อยู่อาศัยทั้งหมด 18 ชุมชน จำนวน 2,916 ครอบครัว สามารถที่จะแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้แล้ว 4 ชุมชน คือ ชุมชนท่าเรือใหม่รัษฎา จะเช่าพื้นที่ของ อบจ.ภูเก็ต อีก 3 ชุมชนที่อยู่ในที่ราชพัสดุ คือ ชุมชนบ้านแฝด ชุมชนหลังป้อม ชุมชนหน้าวัด บ้านท่าฉัตรไชย ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จะแก้ปัญหาโดยการเช่าที่ราชพัสดุเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย อีก 14 ชุมชน อยู่ในที่ดินสาธารณะของรัฐ 5 ชุมชน ที่ดินราชพัสดุ 1 ชุมชน ที่ดินเอกชน 4 ชุมชน และที่ดินป่าชายเลนและอุทยานแห่งชาติ 4 ชุมชน ซึ่งชุมชนต้องการเช่าที่ดินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย

     “ชาวบ้านส่วนใหญ่ต้องการให้รัฐรับรองสิทธิ์การอยู่อาศัยหรือสิทธิ์ชุมชน อาจจะเป็นโฉนดของชุมชน หากให้สิทธิ์แก่ชุมชนจะทำให้ชุมชนสามารถที่จะดูแลกันได้ มีความสามัคคีขึ้นในชุมชน แต่เบื้องต้นต้องมีการกันแนวเขตของชุมชนให้ชัดเจนก่อนที่จะเสนอให้เป็นสิทธิของชุมชน”นางปรีดา กล่าว

     สำหรับชุมชนที่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้นั้น เช่น ชุมชนประชาสามัคคี ที่ ต.เกาะแก้ว ต้องการสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยอย่างถาวร ชุมชนบ้านสะปำ ชุมชนเกาะผี ชุมชนคลองปากบาง ชุมชนโคกโตนด-เฉลิมพระเกียรติ ชุมชนหาดแสนสุข ต้องการปรับปรุงที่อยู่อาศัยและระบบสาธารณูปโภค ชุมชนปลากระตัก ชุมชนบ้านแหลมหลา ชุมชนลายัน ชุมชนบ้านหินรากไม้และชุมชนหินลูกเดี่ยว ต้องการให้มีการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่ดิน เพราะชาวบ้านเห็นว่าได้เข้าไปอยู่ที่ในที่ดินก่อนที่จะมีการประกาศเป็นที่ราชพัสดุ ที่ป่าไม้ อุทยานแห่งชาติ

     “ต้องการให้ภาครัฐเข้าไปพิสูจน์สิทธิ์ในที่ราชพัสดุที่อาศัยอยู่ในขณะนี้ เพราะมั่นใจว่าชุมชนมอร์แกนที่บ้านแหลมหลาอาศัยมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนประกาศเป็นที่ราชพัสดุ ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาทางธนารักษ์พื้นที่ภูเก็ตจะพยายามเข้าไปแก้ปัญหาด้วยการรังวัดที่ดินแบ่งเป็นล๊อกเพื่อให้ชาวบ้านเช่า แต่ชาวบ้านไม่ยอม โดยอ้างว่าทางจังหวัดภูเก็ตได้กันพื้นที่ดังกล่าวไว้เป็นพื้นที่อนุรักษ์วิถีชีวิตของชาวมอร์แกน” ชาวบ้านชุมชนบ้านแหลมหลา ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต กล่าวในที่ประชุม ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ มีข้อสรุปว่าจะให้มีการรังวัดที่ดินไปก่อน ส่วนการพิสูจน์สิทธิ์ให้ดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

      ส่วนปัญหาการจัดที่ดินสาธารณะให้ชุมชนปลากระตัก ต.รัษฏา อ.เมืองภูเก็ต เพื่อประชาชนเข้าไปประกอบอาชีพทำปลากระตักตากแห้งนั้น ขณะนี้ไม่สามารถดำเนินการได้แม้ว่าระยะเวลาจะล่วงเลยมานานแล้วก็ตาม สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตรายงานให้ทราบว่า ที่ดินจังหวัดภูเก็ตได้ประกาศเป็นที่ดินสาธารณะแล้ว แต่บริษัทเอกชนที่กลุ่มปลากระตักไปเช่าที่ดินดำเนินการก่อนที่จะมีปัญหาพิพาทกันได้คัดค้านโดยอ้างว่าที่ดิน 12 ไร่ ที่ทางจังหวัดจะประกาศเป็นที่สาธารณะซึ่งเป็นที่ดินที่งอกเลยจากเอกสารสิทธิ์ของเอกชนและได้ฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายอำเภอเมืองภูเก็ต และเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต ที่รวมกันประกาศเป็นที่ดินสาธารณะ การดำเนินการคงต้องรอให้สิ้นสุดขบวนการของศาล

     ชุมชนบ้านหมากปรก อ.ถลาง ที่อยู่ในพื้นที่ป่าชายเลน จะมีการย้ายชุมชนไปอยู่ในที่ดินใหม่ที่ไม่อยู่ในพื้นที่ป่าชายเลน ชุมชนหินลูกเดียว ซึ่งเป็นชุมชนมอร์แกน พื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ชุมชนเกาะผีที่ชาวบ้านต้องการกันแนวที่ดินที่ชัดเจนและต้องการบ้านมั่นคงด้วย และชุมชนคลองปากบาง หาดป่าตอง ที่ยังไม่รู้ชะตากรรมว่าอีก 3 ปีกว่าจะไปอยู่ที่ไหน เพราะบ้านถาวรที่สร้างให้จากภัยสึนามิจะอยู่ได้เพียง 5 ปี ซึ่งขณะนี้อยู่มาแล้ว 1 ปีกว่า

 

ภาพบางส่วนของชุมชนปลากระตัก


ขอบคุณข้อมูล ผู้จัดการออนไลน์ http://www.manager.co.th/

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter