ภูเก็ต : เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2549 ที่ผ่านมา นายวสันต์ พานิช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะ ได้เดินทางไปที่ชุมชนราไวย์ หมู่ที่ 2 ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เพื่อหาทางให้ความช่วยเหลือชาวชุมชนกรณีถูกไล่รื้อเพื่อขยายนาน
นายสน บางจาก ชาวชุมชนราไวย์ กล่าวว่า ชุมชนราไวย์ตั้งอยู่บริเวณใกล้หาดราไวย์ หมู่ที่ 2 ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เป็นชุมชนของชาวมอแกนและอูรักลาโว้ย อายุเก่าแก่กว่า 100 ปี มีพื้นที่ทั้งหมด 19 ไร่ ปัจจุบันมีชาวชุมชนอาศัยอยู่แออัดยัดเยียด จำนวน 210 ครัวเรือน ประชากรประมาณ 1,042 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน และมีฐานะยากจนมากชาวบ้านอาศัยอยู่ที่นี่มาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ โดยสมัยก่อนชาวบ้านพากันจับจองเพื่ออยู่อาศัย แต่ประมาณช่วงปี 2526 อดีตผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งได้มีการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินเป็นของตนเอง โดยที่ชาวบ้านไม่รู้เรื่อง เนื่องจากไม่รู้หนังสือ และพากันอยู่อาศัยเรื่อยมา ต่อมาผู้ที่อ้างตัวเป็นเจ้าของที่ดินห้ามไม่ให้ปลูกสร้างหรือพัฒนาสิ่งใดๆ ขึ้นในบริเวณที่ดินดังกล่าว ชาวบ้านไม่กล้าเรียกร้องสิทธิใดๆ ทำให้ชาวบ้านประสบปัญหาหลายอย่าง ทั้งเรื่องความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัย บ้านเรือนทรุดโทรม อยู่กันอย่างแออัด สิ่งแวดล้อมไม่ดี ต้องจ่ายค่าไฟและค่าน้ำประปาแพงกว่าปกติหลายเท่า ชาวบ้านหลายสิบคนยังไม่มีบัตรประชาชน และที่สำคัญที่สุดก็คือ ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่มีห้องน้ำห้องส้วม ยังใช้วิธีขับถ่ายบริเวณริมทะเล
เมื่อเร็วๆ นี้ ทางการได้ทำการขยายถนนใหม่ให้เป็นขนาดสี่เลนขึ้น โดยถนนเส้นดังกล่าวได้รุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ของชุมชน และทางเจ้าหน้าที่ได้ไปแจ้งให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณที่ขยายถนน จำนวน......หลัง ทำการรื้อย้ายบ้านออกไปภายใน 24 ชั่วโมง ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก และพากันร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อขอความเป็นธรรมและขอให้ช่วยแก้ไขปัญหาให้
นายวสันต์ พานิช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า“เห็นแล้วรู้สึกเศร้าใจและอึ้ง นึกไม่ถึงว่าเมืองท่องเที่ยวอันสวยงามระดับโลกอย่างภูเก็ตจะมีเรื่องอย่างนี้ซ่อนอยู่ และปัญหานี้มีมาหลายปีแล้ว แต่ไม่ทราบว่าเหตุใดจึงถูกละเลยมาตลอด ทำเหมือนกับชาวบ้านที่นี่ไม่ใช่คนไทย อย่างไรก็ตาม ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะยื่นมือเข้ามาให้การช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ปัญหาต่างๆ ยุติลงโดยเร็ว” กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกล่าว




