playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

     เมื่อวันที่ ๑๙-๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการสื่อสารและประชาสัมพันธ์สภาองค์กรชุมชน ภาคอีสาน ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “เพิ่มขีดความสามารถในการสื่อสารของผู้นำชุมชน” ณ ห้องมรกต โรงแรมพลอยพาเลซ อ.เมือง จ.มุกดาหาร เพื่อให้ผู้นำชุมชนสามารถวางแผนงานด้านการสื่อสารและกำหนดวาระการสื่อสารงานพัฒนาของชุมชนโดยชุมชนเอง ทั้งนี้มีตัวแทนแกนนำสภาองค์กรชุมชน และคนทำสื่อทั้ง ๑๙ จังหวัด เข้าร่วมงานประมาณ ๖๐ คน

 

     นายนิกร จันพรม บรรณาธิการศูนย์ข่าวเนชั่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวอภิปราย "เมื่อชาวบ้านจะเป็นนักสื่อสารและประชาสัมพันธ์" โดยระบุว่า จากการสำรวจวิจัยคนไทยนั้นอ่านไม่ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ ใน ๑๐๐ คนอ่านหนังสือเพียง ๕ คน ซึ่งเป็นการสะท้อนคุณภาพของคนบ้านเรา หรืออีกตัวชี้วัดหนึ่งก็คือการที่ละครหลังข่าวผู้คนติดกันทั่วบ้านทั่วเมืองทั้งที่เนื้อหาไม่มีอะไรนอกจากเรื่องรักๆใคร่ๆ เพราะฉะนั้นการกำหนดทิศทางการสื่อสาร ต้องคำนึงว่าเมื่อทำสื่อแล้วไม่มีคนดูสื่อนั้นก็ไม่มีประโยชน์

  และประเทศนี้จิตสาธารณะไม่มีจริง การสื่อสารบ้านเราไม่มีเข็มทิศมุ่งเหมือนอย่างประเทศเกาหลี กฏหมายควบคุมสื่อบ้านเราทำให้เกิดช่องว่างของการสื่อสาร ทำไมข่าวลือจึงเป็นผู้เดินทางที่ยิ่งใหญ่ เป็นการสะท้อนเรื่องการขาดการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง ในวงการสื่อสารสื่อเก่าประเภทสิ่งพิมพ์นั้นพร้อมที่จะสูญพันธ์ ซึ่งต้องมีการปรับตัว และหากจะใช้สื่อประเภทนี้ต้องคิดให้รอบ นายนิกร ให้ข้อมูลเพิ่ม


  หรือสื่อใหม่ในโลกออนไลน์เป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คกำลังมาแรง เพราะเป็นการสื่อสารสองทางการปฏิสัมพันธ์กันต่อเนื่องจะทำให้การสื่อสารเชื่อมโยงสัมพันธ์กันได้ดี อย่างเว็บ OK Nation ที่รวมนักข่าวพลเมือง ซึ่งการเขียนบล็อค การเขียนเรื่องตามสถานการณ์ เขียนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ต้องเขียนสั้นๆ เขียนยาวไม่มีคนอ่าน และต้องเขียนแบบง่ายๆ สบาย เพราะคนอ่านส่วนใหญ่จะอ่านโดยเฉลี่ย ๑-๒ นาทีเท่านั้น

  ไม่ว่าจะเป็นสื่อทั้งเก่าและใหม่สุดท้ายอยู่ที่เนื้อหาที่นำเสนอ และปัจจุบันช่องทางการสื่อสารมีเยอะมากขึ้นอยู่ที่ความน่าสนใจของเนื้อหา และข้อสำคัญการฝ่าด่านความกลัวในการเขียนไปให้ได้ เป็นอันดับแรกที่เราต้องก้าวพ้น อาจเริ่มจากข่าวเล็กๆ เรื่องเล็กๆ ที่เราเข้าใจและสามารถถ่ายทอดมาเป็นสื่อ นายนิกรฝากข้อคิดให้ที่ประชุม

  นายสุเทพ ทวะลี หัวหน้าฝ่ายข่าวสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยสำนักประชาสัมพันธ์เขต 1 (ขอนแก่น) กล่าวว่า การสื่อสารเรื่องราวจากท้องถิ่น นั่นเพื่อสะท้อนไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายระดับชาติ และชุมชนต้องทำหน้าที่จุดประกาย ซึ่งมีข้อคิด ๒ ประการคือ ๑) สิ่งที่เรานำเสนอเอง หรือ ๒) การอาศัยสื่อบริหารสื่อภายนอกมาช่วยตีแผ่ขยายผล

  ในกรณีที่เราจะทำสื่อเอง ปัจจุบันใครก็สามารถเป็นนักข่าวได้เขียนบล็อคเองก็ได้ เพราะท่านเป็นคนทำเนื้อหาในงานที่ท่านเป็นคนทำ ท่านจะพูดอย่างไรเล่าอย่างไรให้คนอื่นรับทราบ การไปพูดแบบปากต่อปากเป็นสิ่งที่ทรงพลังได้ดีที่สุด Word of mount เราจะเอางานของเราไปสู่สาธารณะไปถึงคนใหญ่ๆ ได้อย่างไรวันนี้เรามีข้อมูลอยู่แล้ว แล้วช่องทางไหนที่จะสื่อสารออกไป เราเองสามารถทำเนื้อหาไปให้วิทยุชุมชน เอาเรื่องของชุมชนไปพูดได้ หรือเราจะเข้าไปได้ด้วยวิธีการไหน ช่องว่างมีที่พอจะแทรกได้

  เราต้องสร้างเนื้อหาที่เข้าถึงคน และเลือกใช้สื่อให้ถูกกับกลุ่มเป้าหมาย หรืออย่างการจัดงานอีเว้นท์ สามารถทำได้ในชุมชน เป็นการสื่อสารสาธารณะเหมือนกัน เรื่องของทีวีอาจเข้ายาก ทีวีต้องทำงานที่ชาวบ้านชอบ และสนใจ แต่ยังพอมีพื้นที่ให้แทรกได้ ซึ่งช่อง ๑๑ อีสาน รายการอ่องต่อง ชุมชนสามารถรวมตัวกันจัดรายการเข้าขอใช้เวลาได้เลย  และในกรณีที่ทำเองไม่ได้ ทางช่อง ๑๑ อีสาน ก็มีความยินดีที่จะรับเนื้อหา เพราะเราต้องการอยู่แล้ว เพราะมีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันอยู่

  นายคมกริช ทองนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตสื่อ กล่าวว่า ทุกวันนี้สื่อสมัยใหม่ในโลกอินเตอร์เน็ตนับเป็นช่องทางที่สามารถส่งข่าวสารได้อย่างรวดเร็วเป็นทางเลือกที่ดี  ซึ่งเราต้องมีอีเมล์เพื่อการสื่อสารกัน เพราะอีเมล์จะช่วยการติดต่อประสานงานสามารถทำงานส่งข่าวรับข่าวสารได้อย่างดี หรืออย่างเฟสบุ๊ค Face book เมื่อมีคนเข้ามาเชื่อมโยงกับเรา เราสามารถส่งข่าวสารให้กับเครือข่ายของเราได้ เมื่อเราอัพเดทข้อมูลสถานะข่าวสารของเราก็ไปถึงเพื่อนๆ ในเครือข่ายของเรา และกระจายไปตามที่ต่างๆ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะใช้วิธีการแพร่กระจายแบบนี้มาขึ้นเรื่อยๆ หรือในอนาคตสภาองค์กรชุมชนทุกแห่งสามารถเชื่อมโยงกันได้แบบรวดเร็ว สิ่งที่ต้องช่วยกันคือการช่วยกันเอาเนื้อหาข้อมูลเสนอขึ้นมาอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

  นายพิพัฒนาชัย พิมพิ์หิน ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคอีสาน กล่าวว่า อำนาจการตัดสินใจจากส่วนกลางที่ผ่านมา สร้างให้เกิดความไม่เป็นธรรม สร้างให้เกิดความเหลื่อมล้ำตามมา และกฏหมายเป็นเรื่องของการเลือกบังคับใช้ เพราะฉะนั้นเราต้องสร้างกระบอกเสียงของเราแอง เพื่อให้เรื่องของคนเล็กคนน้อยไปสู่ในระดับนโยบาย การปฏิรูปการเมืองในระดับประเทศ และการปฏิรูปในระดับดับจังหวัด เราต้องสร้างให้ขึ้นมาจากในระดับตำบล การปฏิรูปเราต้องเป็นคนกำหนดเองอย่าให้ใครมากำหนด

  เพราะเป็นบทบาทของสภาองค์กรชุมชนอย่างชัดเจน ตาม ม.๒๑ (๔,๕,๖) เพื่อเปิดพื้นที่ระดมปัญหา ความต้องการในระดับตำบล และมาสู่ ม.๒๗ เวทีในระดับจังหวัดเพื่อรวบรวบรวมข้อเสนอจากทุกตำบลเสนอแนวทางการพัฒนาให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด หรือให้เอาแผนพัฒนาฯ มาให้พี่น้องร่วมแสดงความคิดเห็น ให้คำปรึกษา เพื่อกำหนดแผนจังหวัดร่วมกัน ซึ่งแต่ละจังหวัดมีงบประมาณไม่ต่ำกว่า ๓-๔ ร้อยล้านบาท สภาองค์กรชุมชนต้องเป็นตัวช่วย แต่พี่น้องอีสานต้องช่วยกันดึงผู้ทรงคุณวุฒิให้มาช่วยกันคิดร่วมด้วย ซึ่งสภาองค์กรชุมชนเปิด ขบวนองค์กรชุมชนตาม

  ทั้งนี้ที่สัมมนาได้แบ่งกลุ่มย่อยระดมความคิดเห็นเป็นรายจังหวัดในหัวข้อ "ออกแบบรูปแบบการสื่อสารและประชาสัมพันธ์เพื่อพัฒนาชุมชน" เพื่อยกเป็นร่างแผนงานทิศทางการสื่อสารอีก ๑ ปีข้างหน้า และกลับไปเสนอต่อขบวนในระดับต่อไป 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter