playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

     ประจวบคีรีขันธ์: เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2553 ที่ผ่านมาเครือข่ายองค์กรชุมชนผู้เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยภาคกลางตอนบนและตะวันตกเข้ายื่นหนังสือถึง ฯพณฯนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องขอเช่าที่ดินจากการรถไฟและแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคง

 

     นายสามารถ วีระกุล ตัวแทนเครือข่ายสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ หรือ สอช. กล่าวว่าการยื่นเสนอข้อร้องเรียนดังกล่าว สืบเนื่องมาจากตามที่ตัวแทนเครือข่ายสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ  ได้มีการชุมนุมเรียกร้องต่อนายโสภณ ซารัมย์   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2552 เพื่อหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาชุมชนที่อาศัยในที่ดินการรถไฟทั่วประเทศรวมไปถึงชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟสายสีแดง (บางซื่อ-ตลิ่งชัน) และในการเจรจาครั้งนั้นมีมติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม   ให้หยุดการดำเนินคดีไล่รื้อชุมชน และให้การรถไฟกำหนดมาตรการและหาแนวทางช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เกิดการตั้งคณะกรรมการร่วมในการแก้ไขปัญหาระหว่างภาครัฐและตัวแทนเครือข่ายจำนวน 2 คณะ  โดยมีบทบาทพิจารณาเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาของชุมชนผู้เดือดร้อนในเขตที่ดินของการรถไฟและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟสายสีแดง (บางซื่อ-ตลิ่งชัน)

     และได้มีการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2552 และ วันที่ 30 มิถุนายน 2552 โดยมีมติให้ตัวแทนสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการรถไฟแห่งประเทศไทย กลับไปจัดทำข้อมูลผู้เดือดร้อน  เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้รับรองรายชื่อชุมชนและนำไปสู่การแก้ปัญหา แต่เรื่องก็เงียบหายไปและไม่ได้มีการเปิดประชุมอย่างต่อเนื่อง

 

    ในส่วนชุมชนที่อาศัยในที่ดินของการรถไฟทั่วประเทศที่มีการเสนอขอเช่าที่ดินกับการรถไฟและมีการดำเนินการสำรวจพื้นที่รังวัดทำทด.3 เรียบร้อยแล้ว รอเพียงคณะกรรมการการรถไฟพิจารณาทำสัญญาเช่า จำนวน 32 ชุมชน

     ดังนั้นสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) จึงมีข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้ ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ดำเนินนโยบายการแบ่งปันที่ดินเพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของคนจนโดยการให้ชุมชนเช่าที่ดิน และมีเงื่อนไขเดียวกันทั่วประเทศสำหรับชุมชนผู้มีรายได้น้อย  ภายในเดือนสิงหาคม  2553 ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยรับรองการแก้ไขปัญหาชุมชนที่อาศัยอยู่ในที่ดินของการรถไฟของขบวนสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติจำนวน 128 ชุมชน และชุมชนนอกเหนือจาก 128 ชุมชนที่ได้ดำเนินการเสนอเช่าที่ดินเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยไปแล้ว เพื่อเข้าสู่กระบวนการเช่าที่ดินและแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยภายในเดือนสิงหาคม  2553     กรณีชุมชนที่เสนอขอเช่าที่ดินกับการรถไฟและมีการดำเนินการสำรวจพื้นที่รังวัดทำทด. 3เรียบร้อยแล้ว รอเพียงคณะกรรมการการรถไฟพิจารณาทำสัญญาเช่า จำนวน 32 ชุมชน ให้การรถไฟพิจารณาทำสัญญาเช่าให้เสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม 2553   กรณีโครงการรถไฟรางคู่และโครงการของรัฐที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน ให้มีการวางแผนพัฒนาร่วมกับขบวนองค์ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมจัดทำแผนรองรับผลกระทบร่วมกัน    กรณีชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟสายสีแดง (บางซื่อ-ตลิ่งชัน) ให้การรถไฟ และผู้ที่เกี่ยวข้อง  หยุดไล่รื้อและหยุดดำเนินคดีกับชุมชนผู้เดือดร้อนโดยทันที พร้อมทั้งเร่งหาพื้นที่รองรับโดยด่วน ตามข้อเสนอของขบวนชุมชน และสนับสนุนงบประมาณในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นธรรม    กรณีการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนในที่ดินรถไฟแห่งประเทศไทย  ในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน  ซึ่งมีกระบวนการดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยเทศบาลเมืองหัวหินและเครือข่ายองคืกรชุมชนเมืองหัวหิน ร่วมกันพัฒนาแผนการแก้ไขปัญหาผู้อยู่อาศัยในที่ดินรถไฟร่วมกัน ดำเนินการนำร่องใน 3 ชุมชน โดยเช่าที่ดินกับการรถไฟฯ  ทั้งการรถไฟฯ  เทศบาลเมืองหัวหิน  และเครือข่ายองค์กรชุมชนเมืองหัวหิน   การดำเนินการทำสัญญาเช่า  เพื่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมภายในเดือนสิงหาคม  2553

     ตัวแทน สอช.กล่าวอีกว่า นับแต่  10  มิถุนายน  2552  เป็นต้นมา  มีกระบวนการให้ชุมชนในที่ดินรถไฟฯทั่วประเทศโดยสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.)  ดำเนินการร่วมกับภาครัฐในการจัดการเช่าที่ดินรถไฟฯ  เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของคนจน  ทั้งการสำรวจข้อมูล  การจัดทำแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยในชุมชน  การรังวัดทำทด. 3 (พื้นที่เช่า) จวบจนปัจจุบันยังไม่สามารถมีชุมชนตามแผนที่บรรลุข้อตกลง  ได้เช่าที่ดินแม้แต่ชุมชนเดียว  หากยังไม่สามารถดำเนินการได้จะส่งผลให้การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยคนจนและการพัฒนาเมืองท้องถิ่นในประเทศไม่เกิดผลใดๆเลย

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter