ประจวบคีรีขันธ์: เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2553 ที่ผ่านมาเครือข่ายองค์กรชุมชนผู้เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยภาคกลางตอนบนและตะวันตกเข้ายื่นหนังสือถึง ฯพณฯนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องขอเช่าที่ดินจากการรถไฟและแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคง
นายสามารถ วีระกุล ตัวแทนเครือข่ายสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ หรือ สอช. กล่าวว่าการยื่นเสนอข้อร้องเรียนดังกล่าว สืบเนื่องมาจากตามที่ตัวแทนเครือข่ายสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ ได้มีการชุมนุมเรียกร้องต่อนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2552 เพื่อหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาชุมชนที่อาศัยในที่ดินการรถไฟทั่วประเทศรวมไปถึงชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟสายสีแดง (บางซื่อ-ตลิ่งชัน) และในการเจรจาครั้งนั้นมีมติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้หยุดการดำเนินคดีไล่รื้อชุมชน และให้การรถไฟกำหนดมาตรการและหาแนวทางช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เกิดการตั้งคณะกรรมการร่วมในการแก้ไขปัญหาระหว่างภาครัฐและตัวแทนเครือข่ายจำนวน 2 คณะ โดยมีบทบาทพิจารณาเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาของชุมชนผู้เดือดร้อนในเขตที่ดินของการรถไฟและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟสายสีแดง (บางซื่อ-ตลิ่งชัน)
และได้มีการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2552 และ วันที่ 30 มิถุนายน 2552 โดยมีมติให้ตัวแทนสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการรถไฟแห่งประเทศไทย กลับไปจัดทำข้อมูลผู้เดือดร้อน เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้รับรองรายชื่อชุมชนและนำไปสู่การแก้ปัญหา แต่เรื่องก็เงียบหายไปและไม่ได้มีการเปิดประชุมอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนชุมชนที่อาศัยในที่ดินของการรถไฟทั่วประเทศที่มีการเสนอขอเช่าที่ดินกับการรถไฟและมีการดำเนินการสำรวจพื้นที่รังวัดทำทด.3 เรียบร้อยแล้ว รอเพียงคณะกรรมการการรถไฟพิจารณาทำสัญญาเช่า จำนวน 32 ชุมชน
ดังนั้นสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) จึงมีข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้ ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ดำเนินนโยบายการแบ่งปันที่ดินเพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของคนจนโดยการให้ชุมชนเช่าที่ดิน และมีเงื่อนไขเดียวกันทั่วประเทศสำหรับชุมชนผู้มีรายได้น้อย ภายในเดือนสิงหาคม 2553 ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยรับรองการแก้ไขปัญหาชุมชนที่อาศัยอยู่ในที่ดินของการรถไฟของขบวนสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติจำนวน 128 ชุมชน และชุมชนนอกเหนือจาก 128 ชุมชนที่ได้ดำเนินการเสนอเช่าที่ดินเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยไปแล้ว เพื่อเข้าสู่กระบวนการเช่าที่ดินและแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยภายในเดือนสิงหาคม 2553 กรณีชุมชนที่เสนอขอเช่าที่ดินกับการรถไฟและมีการดำเนินการสำรวจพื้นที่รังวัดทำทด. 3เรียบร้อยแล้ว รอเพียงคณะกรรมการการรถไฟพิจารณาทำสัญญาเช่า จำนวน 32 ชุมชน ให้การรถไฟพิจารณาทำสัญญาเช่าให้เสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม 2553 กรณีโครงการรถไฟรางคู่และโครงการของรัฐที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน ให้มีการวางแผนพัฒนาร่วมกับขบวนองค์ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมจัดทำแผนรองรับผลกระทบร่วมกัน กรณีชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟสายสีแดง (บางซื่อ-ตลิ่งชัน) ให้การรถไฟ และผู้ที่เกี่ยวข้อง หยุดไล่รื้อและหยุดดำเนินคดีกับชุมชนผู้เดือดร้อนโดยทันที พร้อมทั้งเร่งหาพื้นที่รองรับโดยด่วน ตามข้อเสนอของขบวนชุมชน และสนับสนุนงบประมาณในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นธรรม กรณีการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนในที่ดินรถไฟแห่งประเทศไทย ในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน ซึ่งมีกระบวนการดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยเทศบาลเมืองหัวหินและเครือข่ายองคืกรชุมชนเมืองหัวหิน ร่วมกันพัฒนาแผนการแก้ไขปัญหาผู้อยู่อาศัยในที่ดินรถไฟร่วมกัน ดำเนินการนำร่องใน 3 ชุมชน โดยเช่าที่ดินกับการรถไฟฯ ทั้งการรถไฟฯ เทศบาลเมืองหัวหิน และเครือข่ายองค์กรชุมชนเมืองหัวหิน การดำเนินการทำสัญญาเช่า เพื่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมภายในเดือนสิงหาคม 2553

ตัวแทน สอช.กล่าวอีกว่า นับแต่ 10 มิถุนายน 2552 เป็นต้นมา มีกระบวนการให้ชุมชนในที่ดินรถไฟฯทั่วประเทศโดยสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) ดำเนินการร่วมกับภาครัฐในการจัดการเช่าที่ดินรถไฟฯ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของคนจน ทั้งการสำรวจข้อมูล การจัดทำแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยในชุมชน การรังวัดทำทด. 3 (พื้นที่เช่า) จวบจนปัจจุบันยังไม่สามารถมีชุมชนตามแผนที่บรรลุข้อตกลง ได้เช่าที่ดินแม้แต่ชุมชนเดียว หากยังไม่สามารถดำเนินการได้จะส่งผลให้การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยคนจนและการพัฒนาเมืองท้องถิ่นในประเทศไม่เกิดผลใดๆเลย




