วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓ เคริอข่ายแผนชีวิตชุมชน ๔ ภาค จัดสัมมนาก้าวต่อไปตำบลยุทธศาสตร์การพัฒนาสู่ชุมชนาธิปไตย ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ได้ประกาศข้อเสนอปฏิประเทศไทยจากพื้นที่ปฏิบัติการ ๑๕๒ ตำบล มีแกนนำแผนชีวิตชุมชนจากทุกภาคพร้อมผู้แทนหน่วยงานสนับสนุนเข้าร่วมกว่า ๓๐๐ คน
พลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ได้กล่าวเปิดการสัมมนากล่าวว่า แผนชีวิตชุมชนเป็นแผนที่ประชาชนได้จัดทำขึ้นมาเอง โดยใช้ข้อมูลที่ผ่านการสำรวจและมีการรับรองจากชุมชน เพื่อแก้ปัญหาของชุมชน พื้นที่พัฒนาที่ชุมชนมีการจัดการตนเองเปรียบแสมือนการปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งหลายพื้นที่ได้ทำมาแล้ว และถ้าทุกตำบลมีแผนพัฒนาของตนเองและดำเนินการตามแผนโดยชุมชนท้องถิ่นในหลายๆตำบลทั่วประเทศ ก็จะเป็นตัวอย่างของการปฎิรูปประเทศไทยจากล่างสู่บน
นางสุธีรา ผ่องใส ผู้นำชุมชนจากตำบลบ้านนา อ.แกลง จ.ระยองกล่าวว่า ตำบลบ้านนาเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีการจัดทำแผนชีวิตชุมชน ได้ส่งเสริมการฟื้นฟูอาชีพของเกษตร ด้วยแกนนำ ๒๐๐ ครัวเรือน ร่วมกันฟื้นฟูพื้นที่เกษตรที่เต็มไปด้วยสารเคมีโดยปรับปรุงเป็นพื้นที่เกษตรอินทรีย์ มีการส่งเสริมกลุ่มทำปุ๋ยสร้างโรงปุ๋ยในอำเภอ ส่งเสริมการทำทำนารวมในพื้นที่รกร้างว่างเปล่าจำนวน ๓๐ ครัวเรือน ให้มีข้าวปลอดสารพิษ จัดระบบ ปรับเปลี่ยนการบริโภคเพื่อดูแลสุขภาพของคนในชุมชน ใช้พื้นที่เรียนรู้เพื่อให้ผู้ใหญ่บ้านปรับเปลี่ยนทัศนคติ ทำให้มีการพูดคุยเพื่อแก้ปํญหาในหมู่บ้านมากขึ้น
นายพงศักษ์ นวานุช จากตำบลไฮ อ.พนม จ.ร้อยเอ็ดกล่าวว่า ได้ทำงานพัฒนามาร่วม ๑๐ ปี ที่ผ่านมาชาวบ้านจะทำตามแผนที่หน่วยงานและคนอื่นคิดให้ ซึ่งมันไม่ได้ผลในพื้นที่ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทางด้านการเกษตร ต้องทำนาตามกระแสเจอทั้งภาวะน้ำท่วมและภัยแล้ง จึงได้ทบทวนด้วยแผนชุมชนเพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่ ในวันนี้เราลิกบ่นแล้วลงมือทำทั้งเรื่องเศรษกิจชุมชน สวัสดิการชุมชน สภาองค์กรชุมชน เกษตรกรที่เจอกับภาวะหนี้สินต้องหันมาทำกิจกรรมเพื่อลดรายจ่าย และใช้แผนชีวิตชุมชนเพื่อแก้ปัญหาอย่างพึ่งตนเองมากขึ้น
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา คณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย ระบุว่าสิ่งที่ประชาชนได้ลงมือทำด้วยตนเองในพื้นที่คือการปฏิรูป โลกของประชาชนได้เปลี่ยนไปมากและประชาธิปไตยของชุมชนได้เปิดแล้ว แต่ระบบการบริหารจัดการช้าตามไม่ทัน ระบบงบประมาณก็ยังเปลี่ยนช้า และมีการรวมศูนย์มากเกินไป
นางสาวสมสุข มีความเห็นว่ากระบวนการทำแผนชีวิตชุมชนในปัจจุบัน มีความลึกมากขึ้น ในทิศทางการปฏิรูปของขบวนองค์กรชุมชน จึงไม่ต้องไม่รอใครมาปฏิรูป แต่ประชาชนต้องปฏิรูปตัวเอง โดยมีข้อเสนอต่อภาคประชาชนในที่สัมมนาดังนี้ ๑.ให้มีการขยายพื้นที่สภาองค์กรชุมชน ให้เป็นสภาประชาธิปไตยของชุมชนที่บริหารโดยชุมชนไม่ใช่บริหารโดยคณะกรรมการ ๒.ขบวนการแผนชีวิตชุมชนต้องวางแผนการทำงานอย่างมีเป้าหมายเอาจริงกับการเปลี่ยนแปลงให้มากขึ้น ทั้งเรื่องการฟื้นฟูทรัพยากร การเอาคน เอาความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่กลับคืนมา การแก้ปัญหาความยากจนในพื้นที่ทั้งปัญหาเฉพาะหน้าและระยะยาว ๓. การพัฒนาในระยะยาว ต้องมุ่งสู่จังหวัดจัดการตนเอง ที่คนในจังหวัดมีส่วนในการทำแผนพัฒนาจังหวัด ๔.ในโครงสร้างต่างๆพื้นที่องค์กรท้องถิ่นกับขบวนองค์กรชุมชนควรจะเป็นขบวนเดียวกัน ทุกมิติของการทำงานให้ถือเป็นส่วนร่วมของพื้นที่ พื้นที่มีหน้าที่ในการทำงานกับหน่วยงานต่างๆ
ทั้งนี้เครือข่ายแผนชีวิตชุมชนพึ่งตนเอง ๔ ภาคได้แถลงข่าว “ปฏิรูปประเทศไทยโดยกระบวนการแผนชีวิตชุมชน” ร่วมกับคณะกรรมการปฏิรูปและผู้แทนภาคีร่วมพัฒนา โดยเป็นข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปจากพื้นที่ปฏิบัติการแผนชีวิตชุมชน ๑๕๒ ตำบล ในสามประเด็นหลักคือ
๑.ส่งเสริมและพัฒนาคนระดับหมู่บ้าน ตำบล โดยเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเอง การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนท้องถิ่น สู่การจัดการตนเองด้วยกระบวนการแผนชีวิตชุมชน ที่ครอบคลุมวิถีชีวิต ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สวัสดิการ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การแก้ปัญหาเรื่องที่ดิน การส่งเสริมประชาธิปไตยชุมชน
๒. คืนอำนาจการตัดสินใจ รวมทั้งการดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนและพัฒนาชุมชนท้องถิ่น โดยให้องค์กรชุมชนเป็นผู้ดำเนินการ และสนับสนุนงบประมาณให้กับองค์กรชุมชนท้องถิ่นโดยตรงอย่างต่อเนื่อง
๓. ปฏิรูประบบบริหารราชการ ปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติ ปรับวิธิคิดวิธีทำงาของหน่วยงานทั้งส่วนกลาง ส่วนภุมิภาคและท้องถิ่นให้เอื้อต่อการการพัฒนาที่ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง เพื่อตอบสนองความต้องการของประชนอย่างแท้จริง โดยเครือข่ายแผนชีวิตชุมชน พร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศไทย
ในขณะที่พลโทนิวัฒน์ บูรณะกุล ประธานคณะกรรมการแผนพัฒนาเมือง สภาพัฒนาการเมือง กล่าวว่าสภาพัฒนาการเมืองมีหน้าที่ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของการเมืองภาคพลเมือง ซึ่งรวมทั้งการสร้างความเข้มแข็งของประชาธิปไตยที่ชุมชนฐานล่าง ในปีหน้าจะมีการจัดสรรงบประมาณลงไปที่ชุมชนแต่ชุมชนต้องมีประเด็นสาธารณะในการแก้ปัญหาร่วมกัน พลโทนิวัฒน์ กล่าว
เครือข่ายแผนชีวิตชุมชนพึ่งตนเอง ๔ ภาค เป็นองค์กรภาคประชาชนที่ดำเนินการส่งเสริมการทำแผนชีวิตชุมชนมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ รวมพื้นที่แผนชีวิตชุมชนที่ได้ดำเนินครอบคลุม ๑,๔๐๐ ตำบล ในปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ ได้พัฒนาแผนเชิงคุณภาพเพื่อขยายผลการเรียนรู้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่เป้าหมาย ๗๐๐ หมู่บ้าน ในปี ๒๕๕๓ -๒๕๕๔ มีเป้าหมายเพื่อยกระดับตำบลยุทธศาสตร์การพัฒนาจำนวน ๑๕๒ ตำบล โดยพื้นที่ๆผ่านการทำแผนชีวิตชุมชน ได้สร้างพื้นทีจัดการตนเองในเรื่องการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน การจัดการทรัพยากร การปัญแก้ปํญหาหนี้สิน การพัฒนาอาชีพและวิสาหกิจชุมชน ฯลฯ




