playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

   เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๓   ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาสุโขทัยธรรมาธิราช นนทบุรี อาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม อดีตรองนายกรัฐรัฐมนตรี และประธานมูลนิธิหัวใจอาสา ปาฐกถาหัวข้อ “ทุนชุมชนกับการแก้ไขปัญหา และการขับเคลื่อนประเทศไทย” ในการสัมมนาเชิงวิชาการ ที่จัดโดยคณะอนุกรรมการเศรษฐกิจและทุนชุมชน ร่วมกับขบวนเศรษฐกิจและทุนชุมชน ๕ ภาค  และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ซึ่งในงานนี้มีผู้เข้าร่วมจำนวนประมาณ ๖๐๐ คน

 

 

     ซึ่งการปาถกฐาในครั้งนี้ อาจารย์ไพบูลย์ เสนอให้ขบวนองค์กรชุมชนร่วมผนึกกำลังเป็น เครือข่ายพหุภาคีพลิกวิกฤตเป็นโอกาสในการรวมพลังสร้างสรรค์ โดยเริ่มจากฐานทุนของชุมชน ๕ ประเภท ๑) ทุนธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ๒) ทุนมนุษย์ และครอบครัว ๓) ทุนสังคม และวัฒนธรรม ๔) ทุนเศรษฐกิจ และการเงินชุมชน และ ๕) ทุนการเมือง และการปกครอง เพื่อการปฏิรูปประเทศไทยให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้า โดยชุมชนต้องเป็นฝ่ายริเริ่มพากันเดินเข้าสู่แสงสว่างที่ปลายทาง

     เพราะชุมชนคือฐานรากของสังคม และเพราะปัญหามาปัญญาจึงมี เราต้องใช้ปัญหามาสร้างปัญญาร่วมกัน โดยอาศัยทุนต่างๆ ของชุมชนซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

     ๑) ทุนธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม รวมทุกอย่างที่เป็นธรรมชาติ ดิน น้ำ ป่า อากาศ สภาพที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา ที่มีอยู่ และที่เสื่อมโทรม เรามีสิ่งที่ดีอยู่เราสามารถจัดการให้เอื้อประโยชน์ต่อเราได้ โดยเฉพาะจัดการแล้วไม่ทำลาย แต่สร้างเสริมให้เจริญงอกงามขึ้น ส่วนที่เสื่อมโทรมไปก็ช่วยกันฟื้นฟูกันขึ้นมาใหม่ เป็นต้นว่าดิน เรื่องน้ำ เรื่องป่าฟื้นฟูได้ อากาศก็ฟื้นฟูได้ สภาพแวดล้อมที่สกปรกเป็นพิษเป็นภัยก็สามารถฟื้นฟูได้

     ๒) ทุนมนุษย์ และครอบครัว ซึ่งมีทั่วไปในแต่ละหมู่บ้าน ในแต่ละตำบล แต่ละเขตเทศบาลมีผู้คนอยู่ ทุกคนล้วนมีความดีอยู่ไม่มากก็น้อย ไม่มีใครที่ไม่มีความดีเลย เลวบริสุทธิ์ เลวหมดทุกอย่างหาดีไม่ได้เลย เวลาโกรธเรานึกอย่างนั้น จริงๆ ทุกคนมีความดี เราค้นหาส่วนดี สิ่งที่ดีจะพบทุกคน ไม่เว้นแม้แต่โจร อาชญากร ผู้ร้ายมีความดีอยู่ ถ้ามีโอกาสได้รับการดูแล รดน้ำพรวนดินประดุจต้นไม้ความดีก็จะงอกงามยิ่งขึ้น ฉะนั้นทุนที่เรียกว่ามนุษย์และความเป็นครอบครัวมีสำคัญมาก เป็นหน่วยย่อยที่เล็กสุดของสังคม มีคุณค่า ถ้าคนเรามีครอบคัวที่อบอุ่น จะเป็นฐานที่ดียิ่งให้กับมนุษย์และสังคม

     ๓) ทุนสังคม และวัฒนธรรม สังคมคือการรวมตัวกันของคน ที่ไหนมีการรวมตัวกันดี เหนียวแน่นใกล้ชิดอบอุ่นจะเจริญงอกงาม มีพัฒนาการทั้งอารมณ์ความรู้สึก ความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันตลอดจนการใช้เทคนิควิธีการ เทคโนโลยี เช่นอินเตอร์เน็ต เครื่องมือสื่อสารต่างๆ  ถ้ารวมตัวเข้มแข็งเป็นปึกแผ่นแน่นหนา จะมีทุนทางสังคมสูง มีชาวต่างประเทศมาทำวิจัยข้อสรุปข้อค้นพบว่า ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พื้นที่หนึ่งมีความเจริญก้าวหน้า มั่นคงกว่าอีกพื้นที่หนึ่ง คือทุนทางสังคม คือความเชื่อถือไว้วางใจกัน เชื่อมโยงกันเป็นกลุ่มเป็นเครือข่าย เมื่อมีปัญหาจะเกิดพลัง พลังนี้จะเผชิญปัญหาได้ดี และพลังนี้ช่วยผลักดันให้ประชากรในพื้นที่ ในชุมชนนั้นเจริญก้าวหน้าได้อย่างดี ฉะนั้นทุนทางสังคม และวัฒนธรรม หมายรวมถึงความสัมพันธ์ ความเกี่ยวเนื่อง การเชื่อมโยงกัน การที่มีคุณธรรมความดีหล่อเลี้ยงเป็นพื้นฐาน การมีศิลปะวัฒนธรรม ประเพณีที่ดีทำให้ผู้คนอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข รวมถึงสนุกสนานมีความสุข นั้นคือทุนทางสังคมและวัฒนธรรม

     ๔) ทุนเศรษฐกิจ และการเงินชุมชน ซึ่งประเภทนี้เราคุ้นเคยกันมาก ทุนทางการเงินเป็นสิ่งที่คุ้นมากที่สุด เพราะว่าทุกแห่งมีกลุ่มออมทรัพย์ที่เรียกชื่อต่างๆ กัน พัฒนาการเป็นสถาบันการเงินชุมชนก็มี เป็นธนาคารชุมชน ธนาคารหมู่บ้าน ธนาคารตำบล สถาบันการเงินตำบล แล้วยังมีกองทุนหมู่บ้านที่รัฐสนับสนุนเงินทุน มีทั้งที่มีกฏหมายรองรับเป็นนิติบุคคล สามารถรวมตัวเป็นเครือข่ายในระดับตำบล ระดับจังหวัด จนถึงระดับประเทศได้ ทุนทางการเงินบ้านเรามีอยู่ทั่วไป เล็กบ้างใหญ่บ้าง เข้มแข็งบ้างปานกลางบ้าง สามารถเป็นพลังขับเคลื่อนให้ชุมชน และประเทศได้ด้วย ทุกอย่างอื่นก็มีทุนวิสาหกิจชุมชน ตลอดจนทุนที่มารวมกันจัดสวัสดิการ เพราะเราใช้เงินเป็นเครื่องมือ เช่นกองทุนออมวันละบาท ทุนที่เกี่ยวกับการออมและการกู้ ทุนเพื่อกิจกรรมการค้า และอุตสาหกรรม การบริการ ที่ตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน ทั้งแบบที่รวมตัวกันหลายคน หรือทำในครอบครัว และกองทุนสวัสดิการ ประเภทย่อยต่างๆ

      ๕) ทุนการเมือง และการปกครอง ปัจจุบันเป็นทุนที่ติดลบ ประเทศไทยพัฒนาการเมืองการปกครองมาเป็นระยะเวลายาวนาน นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองในปี ๒๔๗๕ ถึงปัจจุบัน ๒๕๕๓ ได้ผ่านมา ๗๘ ปี ประชาธิปไตยบ้านเราพัฒนามาพอสมควร แต่ยังจัดอยู่ในเกณฑ์อ่อนด้อย ไม่แข็งแรงเท่าใด เป็นเหตุที่ทำให้มีวิกฤตอยู่ในปัจจุบัน ทุนการเมืองและการปกครองซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญ อาจสำคัญไม่น้อยกว่าหรืออาจมากกว่าทุนทั้งสี่ประเภทแรก เพราะถ้าทุนนี้ดี ต้องดีระดับประเทศ ระดับภูมิภาค ระดับจังหวัด ระดับท้องถิ่น ถ้าการเมืองการปกครองเราดีหมด จะเป็นปัจจัยเกื้อหนุนนได้อย่างดีในการพัฒนาประเทศ ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และอื่นๆ แต่น่าเสียดายที่ประเทศเรายังโชคไม่ดี พัฒนาการทางการเมืองของเราไม่ถึงกับเลวบุริสุทธิ์ แต่ก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งตรงนี้ถามว่าเราอยู่ในฐานะที่จะช่วยกันให้ดีได้ไหม เราสามารถช่วยทำให้ดีขึ้นจากที่เป็นอยู่ เริ่มจากตัวเราเอง เริ่มจากท้องถิ่น เริ่มจากชุมชนเรา ผมเองเชื่อว่าทำได้ และต้องรีบทำด้วย

    เพราะวิกฤตที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ปัจจัยสำคัญอันดับแรกเป็นวิกฤตการเมืองการปกครองทั้งระบบ และบุคคลที่อยู่ในการเมืองนับเป็นปัญหาใหญ่ โยงใยระบบการปกครอง ที่พวกเราเรียกร้องอยากให้กระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ให้ท้องถิ่นได้จัดการตนเองต่างๆ เหล่านี้ที่เราเรียกการปฏิรูปการเมืองการปกครอง

      ทุนทั้ง ๕ ประเภท เป็นทุนสำคัญ และเกื้อกูลซึ่งกัน ฉะนั้นในภาวะที่ประเทศวิกฤติ ชีวิตสับสน ชุมชนจะเคลื่อนอย่างไร? คำตอบก็คือเราควรทำ และต้องทำ ขับเคลื่อนตัวเองขับเคลื่อนชุมชนขับเคลื่อนประเทศให้คลี่คลายจากวิกฤตไปสู่เส้นทางที่มีความมั่นคงกว่า ก้าวหน้ากว่า เจริญกว่า มีสันติสุขทีดีกว่า

      แต่จะทำได้อย่างไร? หลายแห่งเริ่มแล้ว ซึ่งควรทำต่อไปโดยสำรวจทุนที่เรามีอยู่ มีอยู่อย่างไร? แค่ไหน? สามารถฟื้นฟูปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นได้อย่างไร? ทุกแห่งมีทุนทั้ง ๕ ต้องสำรวจ เช่นเดียวกับตัวเราว่ามีทุนอะไรบ้าง แต่สำหรับชุมชนสามารถสำรวจร่วมกันได้ มีรายได้รายจ่ายเท่าไหร่อย่างไร ขยายความคิดความสามารถไปสำรวจทุนชุมชนทุกประเภทที่มีอยู่ และชวนภาคีมาร่วมกันสำรวจเพื่อจะได้ความคิดที่หลากหลายยิ่งขึ้น เอาความคิดมาผสมผสานมาวิเคราะห์สังเคราะห์ ในแต่ละตำบล เทศบาล มาร่วมสำรวจร่วมกัน

      ในแต่ละที่แต่และแห่ง เรามีสถาบันอะไรในชุมชนสารพัดประเภทสารพัดอย่าง เช่นเรามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล เรามีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่เป็นมือเป็นไม้ของราชการส่วนภูมิภาค เรามีสถานีอนามัย โรงเรียน มีงานสนับสนุน อย่าง พอช. กรมการพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น มี สสส. สกว. และอื่นๆ เหล่านนี้เรียกเพื่อนร่วมพัฒนา ที่สามารถรวมตัวเป็นเครือข่าย สาระสำคัญคือเรามีเพื่อนร่วมพัฒนามากกว่าตัวเราเองมากกว่าองค์กรชุมชน หน่วยงานทั้งหลายทั้งภาครัฐนอกภาครัฐ ทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวงมีงานเกี่ยวกับชุมชน เพราะงานเกี่ยวกันหมด อาจใกล้ชิดมากน้อย มาร่วมเป็นเครือข่ายช่วยกันคิดช่วยกันทำเพื่อให้ชุมชนเราเข้มแข็งโดยเฉพาะทุนชุมชนที่เรามีอยู่

      โดยเฉพาะทางด้านการเงินที่มีความก้าวหน้า ทันสมัย อันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้ว ทำอย่างไรทำให้ดียิ่งขึ้นก้าวหน้ายิ่งขึ้น และต้องใช้ความรู้ งานวิจัย เชื่อมสถาบันการศึกษาวิจัย เพราะบทบาทของสถาบันการศึกษากับการขับเคลื่อนสังคมเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ต้องส่งเสริมให้เกิดการคลุกคลีเรียนรู้ร่วม คิดร่วมและต้องทำทุกมิติ ชุมชนสามารถทำงานวิจัยได้ และอาจโยงความรู้ในต่างประเทศ ก็จะทำให้เกิดความแตกฉานมากขึ้นในการหาหนทางพัฒนา โดยเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง รวมกันเป็นข่ายความร่วมมือขับเคลื่อนพื้นที่ในทุกระดับ

      ซึ่งผมขอเสนอว่าในระดับจังหวัดต้องมีเครือข่ายในลักษณะพหุภาคีเป็นตัวขับเคลื่อน ทำให้จังหวัดดีขึ้นทุกด้าน และครอบคลุมทั้งชุมชนฐานล่าง ระดับตำบลควรทำ ๑ จังหวัด ๑ เครือข่ายพหุภาคีขับเคลื่อน ไม่ใช่ทำที่กรุงเทพฯ เท่านั้น รวมถึงเรื่องการพัฒาทุนชุมชน เศรษฐกิจและการเงินชุมชน หลายแห่งร่วมแล้ว บูรณาการแล้วควรจะเดินต่อให้ดียิ่งขึ้น เดินให้ไกลขึ้น กว้างขึ้น ขยายทั้งในคุณภาพ และปริมาณ ครอบคลุมพื้นที่ให้มากที่สุดที่มากได้

      หวังว่าที่ประชุมแห่งนี้จะพิจารณาประสานความคิด คิดให้ชัดขึ้น หลากหลายมากขึ้น เพื่อได้เจริญงอกงามส่งผลให้ชุมชนขับเคลื่อนไปข้างหน้า เดินเข้าสู่แสงสว่างให้ดียิ่งขึ้น การรวมตัวรวมพลังทั้งผู้แทนชุมชนด้วยกันเอง ทั้งที่มาจากภาครัฐ หรือนอกภาครัฐ ชุมชนท้องถิ่นควรเป็นเจ้าภาพเองในการสร้างเครือข่ายพหุภาคี ชุมชนต้องเป็นฝ่ายริเริ่มจัดการดำเนินการเชิญหลายฝ่ายเข้ามา อย่าให้เป็นเฉพาะส่วนกลาง หรือเป็นแบบทวิภาคีอย่างที่ผ่านมา พื้นที่ต้องเป็นหลักเป็นตัวตั้ง จะใช้สภาองค์กรชุมชนตำบล หรือเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน ขอให้เป็นฝ่ายชุมชนเป็นคนริเริ่ม

     แต่ถ้าคนอื่นเป็นส่วนริเริ่มเราควรเข้าไปร่วมหนุนด้วย และหวังว่าการพลิกวิกฤตเป็นโอกาสในการรวมพลังสร้างสรรค์จะเกิดขึ้น ผมเองก็เป็นแรงหนึ่งที่จะผลักให้เกิดกลไกประเภทนี้ ซึ่งพวกเราอาจเริ่มบางแห่ง เป็นการทดลองนำร่อง เราต้องช่วยกันทำให้คนอื่นมาร่วมกิจกรรมเพื่อหลุดพ้นจากวิกฤตให้ได้

     ท้ายสุดนี้ผมอยากอวยพรให้พวกเราได้ความคิดที่ดีร่วมกันในการปฏิบัติ และทำให้ได้ดียิ่งขึ้นอย่างรูปธรรม

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter