การประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติสมัยวิสามัญครั้งที่ ๑ ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๓ ที่ผ่านมามีวาระพิจารณาข้อเสนอการปฎิรูปประเทศไทยของขบวนองค์กรชุมชน จึงมีเวทีเสวนาระดมความเห็น
“จัดทัพ ผนึกกำลังภาคประชาชน เพื่อการปฏิรูปประเทศไทย” ผู้เข้าร่วมเสวนาระบุพลังปฎิรูปต้องกระจายไปยังทุกภาคส่วนและขบวนองค์กรชุมชนต้องจัดทำประเด็นหรือวาระของการปฏิรูปที่ชัดเจน
นายจินดา บุญจันทร์ เลขานุการที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ กล่าวว่าการปฎิรูปสังคม เป็นเรื่องที่ต้องฝากความหวังไว้กับทุกภาคส่วน แต่สำหรับขบวนชุมชนในบทที่เกี่ยวข้องกับสภาองค์กรชุมชนเราเน้นการปฏิรูปจากล่างสู่ข้างบน และต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิตวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยสภาองค์กรชุมชนเป็นตัวอย่างของการรวมตัวอย่างสมานฉันน์ เพราะมีที่มาจากความหลากหลายของกลุ่มคนในชุมชน เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่ฐานล่างขนาดใหญ่ เพื่อนำเสนอในสิ่งที่ประชาชนต้องการเช่น มีพลังที่จะยั้บยั้งโครงการพัฒนาที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น มีพลังที่จะเสนอแผนพัฒนาต่อจังหวัด มีพลังที่จะเสนอสิ่งที่ประชาชนไม่ต้องการ เมื่อมีข้อเสนอที่เป็นตัวอย่างของการปรับเปลี่ยนจากข้างล่างมากๆ ที่เกิดจากกระบวนการเรียนรู้และประสบการณ์งานพัฒนาที่ทำมาหลายสิบปี ทั้งในเรื่องการจัดการทรัพยากร การจัดการองค์กรการเงินของชุมชน ก็จะเป็นข้อเสนอที่มีน้ำหนักเพราะชุมชนมีพลังของการจัดการตนเอง ในสภาองค์กรชุมชนจึงไม่มีผู้แพ้หรือผู้ชนะและไม่มีการแบ่งสี แบ่งฝักแบ่งฝ่าย เพราะเอาปัญหาของชุมชนมาเป็นตัวตั้ง
ดร.ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ รองประธานสภาพัฒนาการเมืองกล่าวว่า รัฐ ราชการและฝ่ายการเมือง ต้องรับฟังเสียงของชุมชน และเรียนรู้พลังของชุมชนที่มีการเติบโตอยู่ในพื้นที่ทั่วประเทศ เรียนรู้แล้วพัฒนาประเทศไปพร้อมๆกัน ไม่ใช่พัฒนาอยู่ที่ศูนย์กลาง การปฏิรูปต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดจากที่มีการจัดการแบบรวมศูนย์ที่ตรงกลาง สู่การกระจายการจัดการไปที่ชุมชนท้องถิ่นเพื่อให้ประเทศไทยโตไปพร้อมๆกัน ที่ผ่านมาการเมืองในระบบตัวแทนไม่ได้ทำงานที่ตอบสนองชุมชนแต่ตอบสนองหัวหน้าพรรคการเมือง มุ่งสู่การรวมศูนย์ที่ส่วนกลาง รวมทั้งระบบต่างๆที่มักใช้วาทกรรมให้คนจนต้องเสียสละ งานสภาพัฒนาการเมืองจึงเป็นงานสร้างประชาธิปไตยที่ชุมชนฐานราก ให้สภาองค์กรชุมชนใช้อำนาจอย่างเป็นธรรมในการจัดการและดูแลทรัพยากรของชุมชน การปฎิรูปเราจะรอวิ่งมาราธอนคงไม่ไหว เราจะก้าวข้ามจุดนี้ได้อย่างไร เช่นในกทม.มีการเลือกตั้งผู้ว่ากทม. การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทำได้ไหม การก้าวข้ามคือการคืนอำนาจให้ประชาชนในการจัดการตนเองทั้งแผนงานและงบประมาณ โดยมีระบบโครงสร้างรองรับ
นายสมคิด สิริวัฒนากุล ผู้แทนคณะประสานงานองค์กรชุมชน กล่าวว่ากฎหมายสภาองค์กรชุมชนเพิ่งเกิดมาเมื่อ 2-3 ปี ขบวนองค์กรชุมชนที่ทำงานมายาวนานหลายสิบปี ได้สร้างพื้นที่การจัดการตนเองในหลายด้าน รูปธรรมที่ชาวบ้านทำเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำงานและร่วมมือกับท้องถิ่น ซึ่งองค์กรปกครองท้องถิ่นต้องจับมือกับขบวนองค์กรชุมชนที่ว่านี้ด้วย เพราะในหลายพื้นที่ยังไม่ได้จดแจ้งตั้งเป็นสภาองค์รกรชุมชน
นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า การปฏิรูปประเทศไทยอย่าฝากความหวังไว้ที่จุดใดจุดหนึ่ง รัฐบาลทำเพื่อแก้วิกฤติ แต่วิกฤติแก้ไม่ได้เลยหากความเหลื่อมล้ำในสังคมยังดำรงอยู่ หากสิทธิทางการเมือง สิทธิทางการศึกษา การรักษาพยาบาล การเข้าถึงทรัพยากร ของคนจนยังเข้าถึงได้น้อยกว่าคนรวย หมายถึงสังคมยังมีความเหลื่อมล้ำ การปฏิรูปประเทศไทยต้องดูว่าอะไรที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนก็ต้องแก้ที่ตรงนั้น โดยเป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องเดินไปสู่จุดนั้น คณะปฏิรูปที่รัฐบาลตั้งขึ้นมาเหมือนพญานาคสองหัว ก็ต้องรอลำตัวที่เป็นพลังของสังคม หรือต้องใช้พลังประชาชนมาแก้ กลไกของรัฐบาลต้องสนับสนุนให้ประชาชนเปิดเวทีหรือสร้างกลุ่มเพื่อการแก้ปัญหา ถ้ามีประเด็นที่ชัดเจนก็ต้องจัดสมัชชาเป็นเรื่องๆ ทำให้เป็นวาระทางสังคม ทำประเด็นให้คมชัด ประสบการณ์งานพัฒนาของขบวนชุมชนจะเป็นส่วนสำคัญของการทำให้ประเด็นให้คมชัด โดยข้อเสนอของพวกเราต้องใช้ปัญญานำ
การตื่นตัวของสภาองค์กรชุมชน เพื่อปฎิรูปประเทศไทยเป็นสิ่งที่ดีและถูกต้องแล้ว แต่ภาพสุดท้ายที่พึงประสงค์คือการเกิดพื้นที่ในการจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่นทั้งในระดับตำบล อำเภอหรือจังหวัด เป็นการจัดการตนเองในระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วม พื้นที่จัดการตนเองเป็นสิ่งสำคัญที่เหนือกว่าการกระจายอำนาจไปที่องค์กรปกครองท้องถิ่น และการปฏิรูปจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าเรายังคิดในเชิงอำนาจ ยังอยากขึ้นไปอยู่ข้างบน ยังดูถูกชุมชนหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น
นายณัฐวัฒน์ ชั้นอินทร์งาม นายกอบต.บางระกำกล่าวว่า องค์ประกอบสำคัญของการปฏิรูปคือชุมชนท้องถิ่น ซึ่งถ้าชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ รวมตัวกันก็จะมีพลัง แต่ต้องมีอิสระในการบริหารจัดการ อยากให้รัฐบาลเชื่อมั่นในการจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่น ทั้งเรื่องการจัดการทรัพยากร ปัญหาหนี้สิน การประกันราคาข้าว ภาวะภัยแล้ง รวมทั้งโครงการต่างๆที่สภาองค์กรชุมชนเสนอ เพราะท้องถิ่นรู้ดีว่าในพื้นที่มีปัญหาอะไร จึงเสนอให้มีการรวมพลังของสภาองค์กรชุมชน ท้องถิ่น ท้องที่ จับมือกันแก้ปัญหา จัดทำแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่น โดยให้รัฐจัดสรรงบประมาณโดยตรงไม่ต้องผ่านหน่วยงานต่างๆ เช่นการสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชน ที่ครม.มีมติให้อปท.สนับสนุนกองทุน
นายไมตรี จงไกรจักร์ ผู้แทนเครือข่ายชุมชนเพื่อปฏิรูปสังคมและการเมือง กล่าวว่าสภาองค์กรชุมชนที่ตำบลตะกั่วป่า ได้คัดค้านการขุดลอกทรายที่แม่น้ำตะกั่วป่า ที่จะส่งไปขายที่ประเทศสิงคโปร์ เราคัดค้านโดยใช้อำนาจของประชาชน เพราะอำนาจของชุมชนมีอยู่แล้วไม่ต้องรอใครให้ การปฏิรูปคือการจัดความสัมพันธ์ของประเทศไทยใหม่ หลายกลุ่มกำลังเดินเข้าสู่กระบวนการปฏิรูป โดยสามารถทำได้ในทุกรูปแบบ และประชาชนทำได้โดยไม่ต้องรอใคร อย่างคณะกรรมการปฏิรูปที่รัฐบาลตั้งมาก็มาจากข้อเสนอของภาคประชาชน ไมตรีเสนอว่าบางเรื่องชุมชนต้องเลิกขอ เลิกเสนอ เลิกบ่น แต่สิ่งไหนที่ทำได้ให้ทำเลย ไม่ต้องรอหน่วยงาน แต่ต้องจัดการให้มีพลังทางสังคม เมื่อจัดการข้อเสนอหรือประมวลปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ก็ต้องกล้านำเสนอข้อเท็จจริงต่อรัฐบาล ต่อสังคมและสื่อมวลชน หลายคนพูดถึงการปฏิรูปสื่อการปฏิรูปสื่อต้องทำให้สื่อเข้าถึงปัญหาของพี่น้อง เพื่อให้สังคมสาธารณะรู้เรื่องของชาวบ้าน เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาต่างๆให้ตรงประเด็นและสังคมมีส่วนร่วม
นายสมชาติ ภาระสุวรรณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการพอช.กล่าวว่า ทุกภาคส่วนต้องสร้างจินตนาการในการแก้ปัญหาประเทศไทยใหม่ ไม่ให้ผลประโยชน์ตกกับคนส่วนน้อย ในขณะที่สภาองค์กรชุมชนเป็นพัฒนาการของขบวนองค์กรชุมชน ที่ผลักดันเรื่องสภาองค์กรชุมชน เพื่อให้อำนาจประชาชนได้จัดการตนเอง ในช่วงสิบปีที่ผ่านมาเราได้เห็นตัวอย่างของชุมชนจัดการตนเอง ซึ่งส่งผลให้กิจกรรมการพัฒนาของชุมชนเชื่อมโยงกันขนาดใหญ่เช่น การจัดการทรัพยากร การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของชุมชน การจัดสวัสดิการชุมชน และมีการจัดสรรงบประมาณไปที่ชุมชนโดยตรง
นายประสาท พลชนัน ผู้แทนสภาองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงหนือกล่าวว่า ปัญหาของประชาชนภาคอีสานที่รัฐบาลต้องเร่งแก้คือปัญหาหนี้สินเกษตร ซึ่งมีถึงหนึ่งล้านสี่แสนล้านบาท ชาวบ้านมีรายได้แค่คนรับใช้ห่างจากพวกเศรษฐีถึง 15 เท่า ซึ่งมองไม่เห็นทางเลยว่าจะแก้หนี้นี้ได้อย่างไร รวมทั้งการแก้ปัญหาเรื่องน้ำในการทำอาชีพของเกษตร
นางแสงนภา สุทธิภาค ผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบล จากจ.ชุมพร เสนอให้รัฐบาลชะลอแผนพัฒนาภาคใต้
ที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการท่าเรือน้ำลึก โครงการพลังงานนิวเคลียร์ พร้อมตั้งคณะกรรมการศึกษาวิจัย โดยให้ชะลอแผนพัฒนาจนกว่าจะมีข้อสรุปของผลการศึกษาวิจัย เพราะแผนพัฒนาขนาดใหญ่ 22 โครงการ ส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งด้านสภาวะแวดล้อม และการทำมาหากินจากสังคมเกษตรกรรมมาเป็นผู้รับจ้างในโครงการ
ด้านนายมะลิ ทองคำปลิว จากสภาองค์กรชุมชนพื้นที่ภาคเหนือ ระบุว่าประชาชนในสามจังหวัดภาคเหนือได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ทองคำ ทราบว่าบริษัทที่ได้รับสัมปทานได้ขยายการทำเหมืองแร่ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 500,000 ไร่ จึงมีข้อเสนอให้เยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และตรวจสอบการได้รับสัมปทานของบริษัทฯที่ดำเนินการ และหยุดการขยายพื้นที่สัมปทาน
นายณัชพล เกิดเกษม จากสภาองค์กรชุมชนในพื้นที่กทม. ระบุว่าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีประชาชนที่กำลังเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยอย่างเร่งด่วนกว่า ๒๐,๐๐๐ ครัวเรือน ในพื้นที่ ๘ ชุมชนและในที่ดินวัด 22 แห่ง เนื่องจากเจ้าของที่ดินต้องการที่ดินคืนและติดประกาศให้ชุมชนออกจากพื้นที่ จึงมีข้อเสนอต่อสภาองค์กรชุมชนให้รัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการแบบไตรภาคี ที่ประกอบด้วยเจ้าของโครงการ เจ้าของที่ดิน ประชาชนที่เดือดร้อน และคนกลางที่มีความยุติธรรม เพื่อการประสานงานและแก้ปัญหาตามสภาพการณ์ของแต่ละกรณี
นายวิเชียร เจษฎากานต์ เครือข่ายนักธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่าการเมืองในระบบตัวแทน ส่วนใหญ่ต้องการถอนทุนคืน สภาองค์กรชุมชนสามารถตรวจสอบคัดค้านอำนาจนี้ได้ แต่ต้องทำให้ตัวเองเข้มแข็งก่อน และชุมชนท้องถิ่นที่เข้มแข็งสามารถรวมตัวเพื่อการดูแลและปกป้องทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นได้ดีที่สุด
ในด้านข้อเสนอแนวทางการปฏิรูปประเทศไทยของขบวนองค์กรชุมชน ต่อที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติสมัยวิสามัญครั้งที่ 1/2553 นั้น มีข้อเสนออยู่ใน สามเรื่องใหญ่คือ
1.คืออำนาจการตัดสินใจด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมืองให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง โดยมีแนวทางสำคัญได้แก่การแก้ไขกฎหมายและถ่ายโอนอำนาจรวมทั้งภารกิจของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับชุมชน ให้สภาองค์กรชุมชนตำบลดำเนินการประสานงานและเปิดพื้นที่ทางสังคม ให้รัฐบาลใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นองค์กรหลักในการปฏิรูปประเทศไทยจากฐานราก รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณในการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนให้ครบทุกตำบล การสนับสนุนปัจจัยพื้นฐานเพื่อการพัฒนากิจการของสภาองค์กรชุมชนตำบล (การระบบข้อมูล การวางแผน การวิเคราะห์ข้อมุล การพัฒนาองค์กรฯลฯ) สนับสนุนการจัดตั้งกองทุนพัฒนาตำบล การยุติโครงการพัฒนาที่ส่งผลกระทบกับชุมชนท้องถิ่น ซึ่งไม่ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมและการรับรู้ของชุมชนก่อนดำเนินโครงการ การยุติการไล่รื้อชุมชนในที่ดินของรัฐ เป็นต้น
2.การแก้กฎหมายและกฎระเบียบที่ไม่สอดคล้องและเป็นธรรมกับชุมชนท้องถิ่น ได้แก่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต ปัจจัยการผลิตของชุมชน เช่นกฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เพิ่มสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร การผลักดันกฎหมายการจัดเก็บภาษีที่ดิน ภาษีมรดกในอัตราก้าวหน้า การปรับโครงสร้างภาษีให้เอื้อต่อผู้มีรายได้น้อย การแก้กฎหมายที่ดิน ที่อยู่อาศัย ผังเมืองและการควบคุมอาคาร ที่เอื้อประโยชน์ในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของคนยากจน การแก้ปัญหาที่ดินชุมชนโดยเร่งการออกเอกสารสิทธิ์ หรือโฉนดชุมชนที่เป็นกรรมสิทธิ์ร่วม การปรับปรุงกฎหมายการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่น โดยเพิ่มบทบาทและการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลพัฒนาพัฒนาชุมชนท้องถิ่นร่วมกับองค์กรปกครองท้องถิ่น การแก้ไขทบทวนกติกาข้อตกลงของประเทศในการพัฒนาภูมิภาคกับประเทศเพื่อนบ้าน และข้อเสนอให้กำนันผู้ใหญ่บ้านดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี ฯลฯ
3.การให้มีผู้แทนองค์กรชุมชนเข้าร่วมในกลไกการปฏิรูปประเทศไทย
ด้านนายสุรเดช ฉายะเกษตริน รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่าข้อเสนอของขบวนชุมชนในสองข้อหลังนี้เป็นสิ่งที่ทำอยู่แล้ว ที่รัฐบาลจะทำต่อไปคือการส่งเสริมระบบสวัสดิการถ้วนหน้าในปี 2560 โดยเน้นระบบสวัสดิการ ระบบประกันสังคมที่ประชาชนร่วมสมทบ ระบบการช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส และระบบส่งเสริมสนับสนุนภาคีท้องถิ่นเป็นหุ้นส่วนจัดสวัสดิการ





