playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

     เมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา คณะกรรมการประสานงานองค์กรชุมชน (คปอ). จัดการประชุมสมัชชาองค์กรชุมชนระดับชาติ ครั้งที่ ๓/๒๕๕๓ ณ ห้องประชุม ชั้น ๑ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ ๒๐๐ คน จากผู้แทนองค์กรชุมชนทั้ง ๗๖ จังหวัด ในหลากหลายประเด็นงาน เข้าร่วมหารือเพื่อจัดทัพปรับขบวน และจัดทำข้อเสนอต่อการปฏิรูปประเทศไทยผ่านที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนระดับชาติ

 

 

 

 


     นายสังคม เจริญทรัพย์ ประธานร่วม (คปอ.) ระบุว่า ขบวนองค์กรชุมชนถือเป็นขบวนที่ใหญ่ มีการพูดคุย และประสานงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการจัดสมัชชาในครั้งนี้เราต้องจัดทัพของขบวนองค์กรชุมชนให้มีความชัดเจน และการจัดทำข้อเสนอการปฏิรูปประเทศไทยโดยขบวนองค์กรชุมชน ซึ่งประเทศไทยจะเข้มแข็ง และมีความมั่นคง ต้องเกิดจากการประกอบส่วนจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะในพื้นที่ต้องมีส่วนร่วมเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ก้าวหน้าต่อไป

 
 

     พลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง ประธานกรรมการ พอช. กล่าวว่า ประชาธิปไตยไทยที่ผ่านมากว่า ๗๘ ปี คนไทยยังไม่รู้จักว่าประชาธิปไตยที่แท้จริงคืออะไร แม้กระทั่ง ส.ส.เอง ขบวนองค์กรชุมชน คือประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะมาจากทุกชุมชน ทุกขบวน ทุกประเด็นงานมาด้วยความสมัครใจ และหวังในประโยชน์ของส่วนรวม กิจกรรมทั้งหลายที่เป็นประเด็นนำไปสู่การเกิดผู้นำ เกิดผู้ที่มีจิตอาสา ซึ่งขบวนฯ มาจากทุกกลุ่มอาชีพ นั่นคือพลังของประชาธิปไตยที่ต้องการพัฒนาตนเอง พึ่งพาตนเองเป็นสำคัญ ขบวนฯ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

      ซึ่งที่ประชุมได้ร่วมกำหนด “วิสัยทัศน์” โดยกำหนดว่า ขบวนองค์กรชุมชนมีความสัมพันธ์ที่ดี มีเอกภาพและมีอิสระในการบริหารจัดการตนเอง ร่วมฟื้นฟูและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้อยู่เย็นเป็นสุขอย่างยั่งยืน โดยมี “พันธกิจ” ประสานองค์กรชุมชนทุกระดับ มุ่งพัฒนา และฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น โดยความร่วมมือหลายฝ่าย บนพื้นฐานการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน รวมทั้งสร้างความเป็นธรรม ปฏิรูปชุมชนที่ฐานรากด้วยทุนทางปัญญา และทุนทางสังคม ทั้งนี้มี “เป้าประสงค์” มุ่งลดความเหลื่อมล้ำของสังคม ใช้สิทธิการเข้าถึงการจัดการทรัพยากรของชุมชนโดยชุมชน และเห็นชอบ “ยุทธศาสตร์” ๔ ข้อ ๑) ยกระดับการเชื่อมร้อยขบวนองค์กรชุมชนทุกระดับ (เน้นที่พื้นที่ปฏิบัติการ) ๒) ยกระดับศักยภาพผู้นำขบวนองค์กรชุมชนทุกระดับ ๓) พัฒนาประชาธิปไตยชุมชน (สภาองค์กรชุมชน) ๔) สนับสนุนการบริหารจัดการที่ดีของขบวนองค์กรชุมชน
รวมทั้งกำหนด “จุดมุ่งหมาย” ไว้ ๔ ข้อ คือ ๑) เพื่อเป็นกลไกในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรชุมชนต่างๆ ในพื้นที่ระดับภาค และจังหวัด ๒) เพื่อเป็นกลไกการติดตามสถานการณ์ข้อมูลในขบวน และภายนอกที่เกี่ยวข้อง ๓) เพื่อเป็นกลไกกลางในการประสานงานกับยุทธศาสตร์ของสถาบันฯ และภาคีอื่นๆ ๔) เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะร่วมกับภาคีความร่วมมือ

      ทั้งนี้มี “วัตถุประสงค์” ๑) เพื่อให้คณะประสานงานองค์กรชุมชน สามารเชื่อมร้อยขบวนองค์กรชุมชนให้เกิดความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานที่เป็นเอกภาพ และมีประสิทธิภาพ ๒) เพื่อให้ขบวนองค์กรชุมชนสามารถวิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมือง และนำไปสู่การจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นอิสระ 

      โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบในการปรับโครงสร้างของขบวนดังนี้ โครงสร้างเวทีสมัชชาองค์กรชุมชนระดับชาติ จะมีองค์ประกอบที่มาจาก ๑) ตัวแทนระดับจังหวัดๆ ละ ๒ คน ๒) คณะอนุกรรมการภาคๆ ละ ๘ คน และ ๓) ผู้ทรงคุณวุฒิ และนักวิชาการ โดยให้พิจารณาตามความเหมาะสม และคณะประสานงานองค์กรชุมชนระดับชาติ มีจำนวนไม่เกิน ๔๐ คน โดยมีที่มาจากภาคๆ ละ ๕ คน โดยให้เวทีระดับภาคคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าร่วมเป็น คปอ. ระดับชาติ รวมทั้งผู้แทนจากสัดส่วนบอร์ด พอช. สายชาวบ้าน และผู้แทนอนุกรรมการภาคๆ ละ ๒ คน รวมอยู่ด้วย 

     ซึ่งที่ประชุมได้สรุป ข้อเสนอการปฏิรูปประเทศไทย ใน ๓ เรื่องหลัก ดังนี้ ๑) การกระจายอำนาจการตัดสินใจด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองจากภาครัฐ ให้องค์กรชุมชนโดยใช้ชุมชน/ตำบลเป็นพื้นที่เป้าหมาย ให้สภาองค์กรชุมชนที่เป็นองค์กรชุมชนในระดับตำบลมีอำนาจตัดสินใจพัฒนาชุมชนท้องถิ่น และจัดการตนเองเพื่อเสริมสร้างประชาธิปไตยชุมชน/ การเมืองภาคพลเมืองและการพัฒนาที่ยั่งยืนภายใต้วัฒนธรรมและวิถีชุมชน ๒) แก้ไขกฏหมาย ระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวกับชุมชน คนยากจนและปัจจัยการผลิตของประชาชน ที่รวมอำนาจการตัดสินใจที่ส่วนกลางให้เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนพื้นที่ และทบทวนกฏหมายกระบวนการยุติธรรมที่ไม่เป็นธรรม และปฏิรูปการเมือง/การเลือกตั้ง ๓) มีกลไก กระบวนการปฏิรูปประเทศไทยที่ทุกฝ่ายยอมรับที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้าร่วมและปรับวิธีคิด วิธีทำงานภาครัฐ/ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภาคประชาชน ให้เชื่อมั่นและให้โอกาสภาคประชาชนในการจัดการชุมชนตนอง


แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter