playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

     วันที่  ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๓   นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ประธานมูลนิธิหัวใจอาสาและ อดีตรองนายกรัฐมนตรี   ได้ปาฐกถาพิเศษ “องค์กรชุมชน จะร่วมปฏิรูปประเทศไทยได้อย่างไร”  ในวันประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ สมัยวิสามัญ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๓ ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  (พอช.)

     นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม  กล่าวว่าการปฎิรูปประเทศไทย   เสมือนการวิ่งมาราธอน   ต้องวิ่งกันยาวและต้องทำกันโดยทุกภาคส่วน  อันเนื่องมาจากเราสะสมความอ่อนด้อยไว้เยอะ   สะสมไว้นานไม่ได้รับการแก้ไขและพัฒนา  จึงเกิดภาวะวิกฤติ  จากสยามเมืองยิ้มกลายเป็นสยามเมืองแสยะ    จากความเป็นมิตร กลายเป็นปฏิปักษ์  ประเทศไทยผ่านวิกฤติมาสามครั้งแต่เรายังรักษาบ้านเมืองไว้ได้

     วิกฤติลูกที่ ๑ เราผ่านสงครามพม่า  วิกฤติลูกที่ ๒ ผ่านยุคล่าอาณานิคม วิกฤติลูกที่ ๓  เราผ่านยุคสงครามผู้ก่อการการร้ายคอมมิวนิสต์  มาถึงวิกฤติลูกที่ ๔ คือช่วงภาวะจุดปัจจุบันที่อันตรายมาจากพวกเรากันเอง หรือเราฟัดกันเอง     การปฏิรูปประเทศไทยมาถึงจุดที่เราต้องปฏิรูปกันทั้งประเทศ ต้องอาศัยพลังกันทุกภาคส่วน  รวมทั้งองค์กรชุมชน  ที่ต้องทำให้ชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง

    กระแสการปฏิรูปมีการเรียกร้องให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง  ซึ่งหมายถึงการมอบอำนาจให้กับชุมชนท้องถิ่น  ทั้งเรื่องคน  เงิน และงาน   ที่ผ่านมามีการกระจายอำนาจไปที่ชุมชนท้องถิ่น  เช่นการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.  และการกระจายอำนาจไปที่อบจ.  อบต.    การมอบอำนาจที่ผ่านมายังน้อยไป    ระยะนี้มีเสียงเรียกร้องให้พัฒนาฐานรากให้เข้มแข็ง  ซึ่งชุมชนและองค์กรปกครองท้องถิ่นต้องจับมือกัน เพื่อเป็นเครื่องมือของชุมชนท้องถิ่น  เช่นร่วมมือกันเสนอเทศบัญญัติเพื่อแก้ปัญหาของประชาชนในท้องถิ่น ทำให้รากฐานเข้มแข็ง     ฐานรากที่เข้มแข็งคือประชาชนมีสุขภาพดี  สามารถเข้าถึงแหล่งทรัพยากรของรัฐ  มีระบบที่เข้มแข็งป้องกันมาให้คนที่มีอำนาจ หรือมีอิทธิพลเข้าไปแย่งชิงหรือทำลายทรัพยากรของชุมชนได้   ถ้าฐานรากที่ชุมชนเข้มแข็ง   ก็จะทำให้ความอ่อนด้อยของระบบราชการ ของระบบการเมืองลดลง  ที่ผ่านมาระบบต่างๆอ่อนแอ นักการเมืองต้องสะสมมาเฟีย   หาคนสนับสนุนเป็นพวกเป็นฐาน  เป็นระบบอุปถัมภ์  ท้องถิ่นเห็นก็ทำด้วย  ประชาชนเห็นก็โอนอ่อนทำไปด้วย  บ้านเมืองเต็มไปด้วยการทุจริต  ทำกันอย่างแพร่หลายเป็นงูกินหาง

     ทุกภาคส่วนจึงต้องปฏิรูป    ทั้งระบบการเมือง   ระบบการศึกษา  ระบบราชการ ภาคธุรกิจ  ชุมชนท้องถิ่น และองค์กรชุมชน การปฏิรูปคือการสร้างของใหม่ที่ดี และการอนุรักษ์สิ่งที่ดี   และการปฏิรูปไม่ใช่แค่การแค่การเรียกร้องให้คนอื่นทำแต่ต้องเรียกร้องตนเอง ต้องดูที่ตัวเองสิ่งที่ไม่ดีก็ต้องยอมรับและปรับปรุง ซึ่งทุกคน ทุกองค์กร ทุกวงการ  สิ่งที่เราทำได้เลยคือการปฏิรูปตัวเอง

    องค์กรชุมชน ก็ต้องปฏิรูปตัวเอง  เริ่มจากตัวเรา  ครอบครัวของเรา   แล้วตามไปที่กลุ่ม เครือข่าย   อย่างสภาองค์กรชุมชน  มีทั้งสภาที่เข้มแข็ง   ปานกลาง  และกลุ่มที่ยังตั้งต้น   เป็นจุดที่ต้องพัฒนาทั้งสิ้น  เพราะสภาองค์กรชุมชนประกอบด้วยสมาชิกที่เป็นกลุ่ม  เครือข่าย  ย่อยลงไปคือตัวบุคคคล   ถ้าสมาชิกหรือกลุ่มของสภาเข้มแข็ง  สภาองค์กรชุมชนก็เข้มแข็งตามไปด้วย    ถ้าองค์กรชุมชนหรือสภาองค์กรชุมชนยังอ่อนแอข้อเสนอของท่านก็จะไม่มีน้ำหนัก   เพราะถ้าตัวของเราดีและเข้มแข็งก็จะมีคนเชื่อและทำตาม   เหมือนคนดีพูดดีแล้วมีคนเชื่อ  แต่คนไม่ดีพูดดีก็จะไม่มีคนเชื่อ   วิธีการปฏิรูปขั้นพื้นฐานคือคือการคิดดี พูดดี  ทำดี ในสิ่งที่เป็นคุณประโยชน์ ไม่เป็นโทษหรือสร้างความเสียหายแก่ชุมชนหรือส่วนรวม

      ในด้านการปฏิรูปสังคม  ซึ่งไกลไปจากตัวเรา  องค์กรของเรา  ต้องอาศัยความร่วมมือของพลังสังคม  พลังปัญญา และพลังอำนาจรัฐ  ทั้งสามพลังมีความเป็นอิสระในการทำงานแต่เกื้อหนุนกัน   เช่นพลังปัญญาที่ต้องผ่านการจัดการความรู้ที่ลึกซึ้งหรือมีงานวิจัยมารองรับ   เช่นประสบการณ์งานพัฒนาของขบวนองค์กรชุมชนต้องใช้นักวิชาการมาช่วยชุมชน  เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านความรู้ของชุมชน

      ในสถานการณ์ของสังคมและประเทศที่มีความขัดแย้งอย่างรุนแรง  ต้องใช้พลังของสามเส้าสันติวิธีเป็นองค์ประกอบเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนและปฏิรูปประเทศไทย  คือต้องมีกระบวนการที่ดี   การมีทัศนคติที่ดี  และการมีสาระที่ดีหมายถึงการได้ข้อตกลงที่ดีซึ่งเป็นฉันทามติซึ่งทุกฝ่ายยอมและรับกันได้

     เพื่ออนาคตของลูกหลานและประเทศไทย   ประเทศไทยอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องปฏิรูปเป็นอย่างยิ่ง   นี่คือสิ่งอาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม   ได้กล่าวสรุปในช่วงสุดท้ายของการแสดงปาฐกถา  “ องค์กรชุมชน จะร่วมปฏิรูปประเทศไทยได้อย่างไร

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter