พังงา : นางราตรี คงวัดใหม่ แกนนำชาวบ้านชุมชนแหลมป้อม ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2549 ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดตะกั่วป่า ได้นัดตนกับชาวบ้านจำนวน 30 ครอบครัว และบริษัท ฟาร์อีสต์เทรดดิ้ง แอนด์คอนสตรั่คชั่น จำกัด ไปทำการไกลเกลี่ยและทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ในคดีที่ทางบริษัท ฟาร์อิสต์ฯ เป็นโจทย์ยื่นฟ้องแพ่งต่อตนและชาวบ้านทั้งชุมชน เพื่อขับไล่และเรียกค่าเสียหาย
สำหรับรายละเอียดของคดีนั้น คู่กรณีทั้งโจทย์และจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาล โดยโจทย์ยินยอมให้จำเลยที่พิพาทในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ นส.๓ ก. เลขที่ ๙๒๑ ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา จำนวนเนื้อที่รวมประมาณ 84 ไร่ จากที่ดินทั้งหมดประมาณ 110 ไร่ ตามแผนที่ท้ายสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยโจทย์จะไปดำเนินการยื่นของรังวัดแบ่งแยกที่ดินให้ชาวชุมชนครอบครองเป็นรายบุคคลภายใน 30 วัน เมื่อรังวัดแบ่งแยกเสร็จแล้วโจทย์จะไปดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้จำเลย ภายในกำหนด 6 เดือน หากโจทย์ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแสดงเจตนา ในการดำเนินการรังวัดที่ดินนั้นจำเลยจะเป็นฝ่ายประสานงานกับเจ้าพนักงานที่ดิน กำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้ปกครองท้องที่ เพื่อการรับรองแนวเขต และเพื่อให้การดำเนินการรังวัดลุล่วง และหากมีการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ หรือฟ้องร้องเป็นคดีอาญา โจทย์และจำเลยตกลงยินยอมถอนฟ้องทุกคดี นับตั้งแต่วันทำสัญญานี้เป็นต้นไป
“ตอนนี้ปัญหาเรื่องที่ดินของชุมชนแหลมป้อมได้ยุติลงแล้ว หลังจากที่ยืดเยื้อมานาน ทำให้สถานการณ์ต่างๆ คลี่คลายลงไปมาก แต่ก็ยังมีปัญหาบางอย่างที่จะต้องพูดคุยทำความเข้าใจกันภายในชุมชนด้วยกันเอง ถึงทิศทางและอนาคตของชุมชนว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป เนื่องจากในการทำสัญญาประนีประนอมหน้าศาลครั้งนี้ ทางโจทย์ได้เสนอให้มีการแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ชาวบ้านครอบครองเป็นรายบุคคล ไม่ได้ให้เป็นโฉนดรวมหรือกรรมสิทธิ์ของชุมชนเหมือนอย่างที่พวกเราได้ต่อสู้เรียกร้องมาตั้งแต่ต้น สำหรับตอนนี้ อะไรที่ทำได้ เราก็จะพากันทำไปก่อน เช่น การปรับภูมิทัศน์ชุมชน การรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นต้น เพื่อร่วมกันพัฒนาให้ชุมชนมีความน่าอยู่และมีความมั่นคงมากขึ้น หลังจากที่บอบช้ำมาเป็นเวลานานจากมหันตภัยสึนามิ ” นางราตรี กล่าว




