ศตจ.ปชช.ภาคอีสาน ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนภาคอีสาน และแกนนำชุมชน 226 ตำบล ใน 19 จังหวัดภาคอีสาน เดินเครื่องงานสร้างการยอมรับและรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน คาด 10,000 องค์กรผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัด พร้อมลุกขึ้นมาเป็นแกนหลักในการพัฒนาและต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนร่วมกับ อปท. และหน่วยงานภาคีในพื้นที่
นายสังคม เจริญทรัพย์ประธานร่วมศูนย์อำนวยการปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนภาคประชาชนหรือ ศตจ.ปชช. เปิดเผยว่า ในเดือนกันยายนนี้ ศตจ.ปชช.ภาคอีสาน ร่วมกับศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ , คณะทำงานพัฒนาขบวนองค์กรชุมชน 19 จังหวัดภาคอีสานและสำนักงานปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้ร่วมกันจัดทำ “โครงการสร้างการยอมรับและรับรองสถานภาพองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน”ขึ้น ซึ่งจะมีการขับเคลื่อนงานพร้อมกันอย่างเป็นขบวนการใหญ่ ในพื้นที่เป้าหมายเบื้องต้น 226 ตำบล ใน 19 จังหวัดทั่วภาคอีสาน คาดว่าจะมีองค์กรชุมชนที่ผ่านเกณฑ์ชี้วัดความเป็นองค์กรชุมชนและได้รับการรับรองสถานภาพมากกว่า 10,000 องค์กร
ประธานร่วม ศตจ.ปชช. กล่าวถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโครงการว่า องค์กรชุมชนในภาคอีสาน ซึ่งมีทั้งที่เกิดจากการรวมตัวกันเองของชาวบ้าน หรือมีหน่วยงานต่างๆ เข้าไปส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มนั้นมีมานานหลายสิบปีแล้ว จนปัจจุบันมีจำนวนมากกว่าสองหมื่นองค์กร ดำเนินกิจกรรมที่หลากหลายแตกต่างกันไป เช่น งานพัฒนาระบบการออม/กองทุนชุมชน งานพัฒนาสวัสดิการชุมชน งานการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ งานพัฒนาเกษตรยั่งยืน งานพัฒนาเศรษฐกิจ/วิสาหกิจชุมชน งานด้านวัฒนธรรม ภูมิปัญญา การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย/ที่ดินทำกิน ฯลฯ โดยที่ทุกกลุ่มองค์กรมีเป้าหมายไปในทางเดียวกันคือ เพื่อแก้ไขปัญหาของสมาชิกและชุมชน ก่อให้เกิดการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ลดรายจ่าย พัฒนาชุมชนท้องถิ่น และยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวชุมชนให้ดีขึ้น ซึ่งหมายถึง การต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนนั่นเอง
“ในทุกพื้นที่ของภาคอีสาน มีองค์กรชุมชนและผู้นำองค์กรชุมชนที่มีศักยภาพ สามารถเป็นแกนหลักในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานภาคีพัฒนาได้ ทั้งในฐานะผู้ร่วมคิด ร่วมกำหนด ร่วมปฏิบัติ ร่วมรับประโยชน์และรับผิดชอบร่วมกัน แต่ที่ผ่านมากลุ่มองค์กรเหล่านี้ยังไม่เป็นที่ยอมรับของสาธารณะและหน่วยงานต่างๆ เท่าที่ควร ทาง ศตจ.ปชช.ภาคอีสานร่วมกับภาคีพันธมิตร เล็งเห็นถึงความสำคัญของการยกระดับองค์กรชุมชน/เครือข่ายองค์กรชุมชนให้เป็นที่ยอมรับ จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น โดยใช้บทเรียนการปฏิบัติการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชนจังหวัดมุกดาหาร ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีเป็นต้นแบบในการทำงาน” ประธานร่วม ศตจ.ปชช. กล่าว และว่า
เป้าหมายของการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน ไม่ใช่เป็นการตีทะเบียนรับรองจากองค์กรใดๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นการวางแนวทางการสร้างคุณภาพ หรือเกณฑ์ในการชี้วัดความเป็นองค์กร และเกณฑ์ชี้วัดความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนร่วมกันอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งจะทำให้หน่วยงานท้องถิ่นและภาคีพัฒนาทั้งหลาย ได้เห็นศักยภาพ จุดอ่อนจุดแข็งขององค์กรชุมชนในพื้นที่ และสามารถบูรณาการงานร่วมกันได้โดยไม่เกิดความซ้ำซ้อน ตรงตามวัตถุประสงค์และแผนงานขององค์กรชุมชนอย่างแท้จริง
ที่สำคัญคือ ทำให้องค์กรชุมชนและคนในท้องถิ่นเกิดการตื่นตัว ลุกขึ้นมา เป็นแกนหลักในการพัฒนา และแก้ไขปัญหาความยากจนของชุมชนท้องถิ่นควบคู่ไปกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีร่วมพัฒนา เกิดการจัดความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างองค์กรชุมชนกับหน่วยงานท้องถิ่น ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นระบบประชาธิปไตยใหม่ นั่นเอง
ทั้งนี้ การสร้างยอมรับและรับรองสถานภาพองค์กรชุมชนอย่างเป็นกระบวนการนั้น หมายถึง การที่องค์กรชุมชนและเครือข่ายได้ทบทวนตนเอง ประเมินศักยภาพและวางแผนพัฒนาและแก้ไขปัญหาตนเองไปสู่ความเข้มแข็ง มีการสำรวจและจัดทำระบบฐานข้อมูลองค์กรชุมชน/เครือข่ายระดับตำบล เพื่อให้ทราบถึงสถานะความมีอยู่ของกลุ่มองค์กร/เครือข่าย กิจกรรมที่ดำเนินการ และแผนงานที่จะดำเนินการ มีการสร้างกลไกคณะทำงานเพื่อสร้างการยอมรับและรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน และเครือข่ายในระดับตำบล เพื่อเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนงาน ตลอดจนมีการจัดเวทีสาธารณะเพื่อประกาศตัวตนขององค์กรชุมชนและเครือข่ายในพื้นที่ตำบลนั้นๆ เพื่อให้เกิดการยอมรับและรับรองสถานภาพระหว่างองค์กรชุมชนด้วยกันเองและระหว่างองค์กรชุมชนกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง
“การเคลื่อนงานเป็นขบวนการใหญ่ในพื้นที่ 226 ตำบล ใน 19 จังหวัดทั่วภาคอีสานครั้งนี้ คาดว่าจะมีองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน ที่เข้าร่วมกระบวนการและได้รับการรับรองสถานภาพฯ มากกว่า 10,000 องค์กร และจะมีแผนปฏิบัติการเช่นนี้อีกในปีต่อๆ ไป จนครบทุกตำบล ทุกจังหวัด และมีการติดตามผลการพัฒนากลุ่มองค์กรที่ได้รับการรับรองสถานภาพแล้วในทุกๆ ปี อีกด้วย” ประธานร่วม ศตจ.ปชช. ระบุ




