ดัชนีชี้วัดทุนทางสังคมเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต
การพัฒนาทุกระดับมุ่งสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนให้ดีขึ้น จากแนวทางการพัฒนาที่มุ่งเน้นความทันสมัยและใช้อุตสาหกรรมเป็นเครื่องมือในการพัฒนา ได้ส่งผลกระทบทั้งทางด้านบวกและด้านลบ ทำให้เกิดการทบทวนแนวทางการพัฒนาที่ไม่เน้นความเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจที่มีรายได้และความเจริญทางด้านเทคโนโลยีเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของการพัฒนา ทำให้หลายองค์กร เช่น องค์การสหประชาชาติ ธนาคารโลก องค์การความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ มีการทบทวนแนวทางการพัฒนาแบบใหม่ที่มุ่งการพัฒนาคุณภาพชีวิต พร้อมกับสร้างเครื่องมือในการชี้วัดความสำเร็จของการพัฒนาทางด้านสังคม ซึ่งเป็นการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับชีวิต จิตวิญญาณ รรมชาติที่อยู่รอบๆตัว มีความสอดคล้องกับทฤษฎีความต้องการของมนุษย์ เช่น Maslow ที่เสนอทฤษฎีลำดับบความต้องการของมุนษย์ 5 ขั้น คือ ความต้องการทางด้านร่างกาย ความปลอดภัย ต้องการมีเพื่อนการยอมรับ ความนับถือ และการเติบโตของจิตวิญญาณการเข้าใจชีวิต นอกจากนี้ Masini เสนอแนวคิดเกี่ยวกับความต้องการของมนุษย์ 3 ด้านหลักๆได้แก่ ความต้องการทางด้านกายภาพ ด้านจิตวิทยา และจิตวิญญาณ
ในส่วนของประทศไทยโดยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมุนษย์ได้ดำเนินงานในการพัฒนาดัชนี้ชี้วัดคุณภาพชีวิตมาอย่างต่อเนื่อง มีกรอบในการวัด 11 มิติ ได้แก่ สุขภาพ การศึกษา ที่อยู่อาศัย สิ่งแวดล้อม รายได้ การทำงาน สติปัญญาและจิตวิญญาณ ชีวิตครอบครัว ความปลอดภัย การคมนาคม และการสื่อสาร และการมีส่วนร่วม ความสำคัญของดัชนีชี้วัดคุณภาพชีวิตอยู่ที่การจัดเก็บข้อมูลและระบบสารสนเทศ อย่างเป็นระบบและครอบคลุม ซึ่งต้องอาศัยการผนึกกำลังของภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อมาประมวลภาพรวมที่สามารถบ่งชี้ถึงสถานการณ์ของสังคมโดยภาพรวม นอกจากนี้ได้มีการศึกษาเพื่อกำหนดตัวชี้วัดทุนทางสังคมที่ทำให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ให้ความหมายคำว่า “ ทุนทางสังคม” หมายถึง ลักษณะทางสังคม ที่ปัจเจกชนและองค์กรทางสังคม มีเครือข่าย ( Network ) มีความไว้วางใจ (Trust ) และการมีบรรทัดฐานในการปฏิบัติ (Norms ) เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเกื้อหนุนและความร่วมไม้ร่วมมือในการดำเนินงานซึ่งกันและกัน ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการปรับปรุงสภาวะของสังคม องค์กร และตนเองให้บรรลุเป้าประสงค์ที่กำหนดร่วมกัน โดยมีกรอบแนวคิดและมิติทางทุนทางสังคม ไว้ 5 มิติได้แก่
- มิติกลุ่มและเครือข่าย ทำให้เกิดการรวมกันของระดับบุคคลมาเป็นกลุ่ม เกิดการรวมพลัง
- มิติความไว้วางใจและความเป็นอันหนึ่งเดียวกันเพื่อเป็นพลังในการขับเคลื่อนกิจกรรม
- มิติกิจกรรมและความร่วมมือ แสดงให้เห็นว่ากฎเกณฑ์หรือบรรทัดฐานของสังคมได้รับการยอมรับและเกิดความร่วมมือ
- มิติความสมานฉันท์ทางสังคม การอยู่ร่วมกันในสังคมและความขัดแย้งรุนแรง เป็นการแสดงให้เห็นถึงการยอมรับด้านความแตกต่างและหลากหลาย
- มิติอำนาจหน้าที่และกิจรรมทางการเมือง ความเป็นอิสระในการตัดสินกำหนดกำหนดการดำเนินชีวิตของตนเอง การตระหนักให้ความสำคัญของต่อตนเอง ชุมชนและสังคม
โดยภารกิจของ พอช. ซึ่งถือว่าเป็นองค์กรหนึ่งที่จะเกี่ยวข้องโดยตรงและมีส่วนในการที่จะช่วยสนับสนุนให้เกิดผลสำเร็จของดัชนีทุนทางสังคม โดยเฉพาะมิติกลุ่มและเครือข่าย องค์ประกอบด้านกลุ่มและเครือข่ายมีตัวชี้วัดย่อย 8 ตัวได้แก่
- ประเภทของกลุ่มภายในชุมชน
- จำนวนกลุ่มที่สมาชิกในครัวเรือนเป็นสมาชิก
- จำนวนสมาชิกในครัวเรือนที่เป็นสมาชิกกลุ่ม
- การมีส่วนร่วมของสมาชิกในการตัดสินใจ
- จำนวนกลุ่มที่ทำงานร่วมกันอยู่ภายในชุมชน
- จำนวนกลุ่มที่ทำงานร่วมกันอยู่ภายนอก
- จำนวนแหล่งเงินทุน
- ประสิทธิผลของกลุ่ม
ส่วนองค์ประกอบของดัชนีชี้วัดเครือข่าย ได้แก่ การมีเพื่อนที่สามารถขอความช่วยเหลือกันได้ กลุ่มคนที่สามารถให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงินในยามฉุกเฉินได้ การได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่มที่เป็นสมาชิก จำนวนองค์กรที่สามารถขอความช่วยเหลือได้ยามมีปัญหา สำหรับมิติกลุ่มและเครือข่ายมีส่วนในการที่จะทำให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยใช้กลุ่มเป็นเครื่องมือที่จะทำให้คนมารวมกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน โดยมีเป้าหมายร่วมกัน ทำให้สมาชิกภายในกลุ่มเกิดการแลกเปลี่ยน ทำให้เกิดการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี นอกจากนี้จากปรัชญาการพัฒนาของ พอช. “ ชุมชนเป็นแกนหลักในการพัฒนา” ยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาประธิปไตยพื้นฐานและการมีส่วนร่วมในการกำหนดการดำเนินชีวิตตนเอง ขบวนองค์กรชุมชนจะเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้เกิดการพัฒนาทุนทางสังคมอันนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านอื่นๆ
ทั้งนี้เครื่องมือที่จะสะท้อนให้เห็นความสำเร็จของการพัฒนาทุนทางสังคมในมิติของกลุ่มและเครือข่ายได้ก็คือ ข้อมูลและระบบการจัดเก็บขอ้มูล ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ “ การรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน” ก็เป็นวิธีการทำงานที่ทำให้ชุมชนท้องถิ่นร่วมกันกำหนดตัวชี้วัดความเข้มแข็งของกลุ่ม เครือข่าย หรือชุมชน และเกิดการทบทวนตนเองซึ่งจะทำให้เห็นว่าสถานการณ์ของกลุ่ม เครือข่าย ชุมชนในปัจจุบันเป็นอย่างไร มีสถานะหรือตัวตน มีการดำเนินกิจกรรม มีความเข้มแข็งหรือมีความอ่อนแอในเรื่องใดบ้าง และจะต้องการพัฒนาให้เข้มแข็งในด้านใดบ้าง เรียกว่าใช้ตัวชี้วัดเป็นเครื่องมือในการพัฒนาและร่วมกันกำหนดวิธีการที่จะตอบว่าการทำงานสำเร็จหรือไม่จากการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยมีหน่วยงานท้องถิ่นสนับสนุนเช่น อบต. หรือส่วน หน่วยราชการในท้องถิ่น ส่วนในระดับภาพรวมระดับประเทศหน่วยงานภาคีที่ทำให้หน้าที่ในการพัฒนากลุ่ม องค์กร ที่มีอยู่อย่างหลากหลาย เช่น กรมพัฒนาชุมชน / กศน./ กรมส่เสริมการเกษตรและสหกรณ/ ประมง /ธกส./พอช. /อบต. จะต้องประสานงานระดับนโยบายร่วมกันทั้งทางด้านการพัฒนาและการพัฒนาระบบข้อมูลร่วมกัน เพื่อให้สามารถตอบดัชนีชีวัดทุนทางสังคมมิติของกลุ่มและเครือข่ายในโอกาสต่อไป
ส่วนประเมินผลและพัฒนาองค์ความรู้




