จากมติครม.วันที่ 12 ธันวาคม 2549
http://www.thaigov.go.th/
เรื่องขออนุมัติงบประมาณในการดำเนินการ “โครงการบ้านมั่นคง”
คณะรัฐมนตรีอนุมัติในหลักการงบประมาณในการดำเนินการ “โครงการบ้านมั่นคง” ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอ ดังนี้
1.งบประมาณสำหรับโครงการที่ได้ดำเนินการในปีงบประมาณ 2549 โดยได้มีการสำรองจ่ายจากกองทุนสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ไปแล้วบางส่วนในการพัฒนาและแก้ไขปัญหา จำนวน 30,218 ครัวเรือน ซึ่งต้องขอรับการอุดหนุนจากรัฐ จำนวน 1,935 ล้านบาท โดยขอให้สำนักงบประมาณ (สงป.) จัดสรรให้ตามงบประมาณที่จะใช้จ่ายจริงในปี 2550 จำนวน 1,350 ล้านบาท และในปี 2551 จำนวน 585 ล้านบาท เนื่องจากเงินกองทุน พอช. มีจำนวนจำกัด จำเป็นต้องใช้ในการพัฒนาด้านอื่น ๆ รวมถึงการให้สินเชื่อในการพัฒนาที่อยู่อาศัยของชุมชนภายใต้โครงการบ้านมั่นคงและสินเชื่อเพื่อสนับสนุนองค์กรชุมชนในการพัฒนาทั้งในเมืองและชนบท
2. งบประมาณสำหรับการดำเนินโครงการในปีงบประมาณ 2550 จำนวน 30,000 หน่วย วงเงินอุดหนุน จำนวน 2,040 ล้านบาท ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 2 ปี (ปี 2550-2551) โดยมีงบประมาณที่จะใช้จ่ายจริงในปี 2550 จำนวน 1,020 ล้านบาท และในปี 2551 จำนวน 1,020 ล้านบาท
3. แผนปฏิบัติการเพื่อพัฒนาชุมชนแออัด “บ้านมั่นคง” และงบประมาณปี 2550 – 2554 โดยมีเป้าหมายการดำเนินงาน รวม 200,218 หน่วย วงเงินอุดหนุนจากรัฐ จำนวน 13,615 ล้านบาท โดยจะขอตั้งงบประมาณรายจ่ายในแต่ละปีตามที่จะมีการเบิกจ่ายจริงต่อไป
ทั้งนี้ การขออนุมัติงบประมาณในการดำเนินการ “โครงการบ้านมั่นคง” มีสาระสำคัญดังนี้
1. โครงการบ้านมั่นคงตามแผนงบประมาณในปี 2549 พอช. ได้รับอนุมัติเป้าหมาย รวม 100,000 หน่วย งบประมาณสนับสนุนจากรัฐ วงเงินรวม 6,460 ล้านบาท (เงินอุดหนุนจากรัฐเฉลี่ยหน่วยละ 68,000 บาท) ระยะเวลาดำเนินการโครงการ 2 ปี (ปี 2549-2550) โดยมีงบประมาณที่จะใช้จ่ายจริงในปี 2549 จำนวน 1,694 ล้านบาทและในปี 2550 จำนวน 4,886 ล้านบาท ปรากฎว่า ในปีงบประมาณ 2549 พอช. ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพียง 120 ล้านบาท (ยังไม่มีการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมอีก 1,574 ล้านบาท) และได้ดำเนินโครงการที่มีความพร้อมและจำเป็นเร่งด่วนต้องแก้ไขปัญหา จำนวนรวม 30,218 หน่วย ตามมติคณะรัฐมนตรี (15 พฤศจิกายน 2548) โดยได้อนุมัติโครงการและสำรองจ่าย งบประมาณจากกองทุน พอช. ไปพลางก่อน ซึ่งจะต้องได้รับงบประมาณอุดหนุนจากรัฐ รวมเป็นจำนวนเงิน 1,935 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องขอให้รัฐจัดสรรงบประมาณให้ในปี 2550-2551 เนื่องจากกองทุน พอช. มีจำกัด และมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ในการพัฒนาด้านอื่น ๆ รวมทั้งการให้สินเชื่อการพัฒนาแก่องค์กรชุมชนทั้งภาคเมืองและชนบท
2. กระทรวงการคลัง (สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ) ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบการจัดทำแผน
การลงทุนขนาดใหญ่ภาครัฐได้ประชุมพิจารณาร่วมกับ พอช. เพื่อทบทวนแผนการลงทุนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ สาขาที่อยู่อาศัย (โครงการบ้านมั่นคง) แล้ว เห็นชอบที่ พอช. จะทบทวนและปรับปรุงแผนปฏิบัติการจากปีงบประมาณ 2549-2552 เป็น 2550-2554 และปรับลดเป้าหมายจากเดิม จำนวน 285,000 หน่วย เป็น จำนวน 200,218 หน่วย เพื่อลดภาระการสนับสนุนจากรัฐ โดยจะสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนร่วมกันพัฒนาในส่วนของชุมชนที่เหลือให้มากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการกระจายอำนาจโดยมีแผนปฏิบัติการและเป้าหมาย




