ลุงรินทร์แนะคนเสนาแก้ไขปัญหาด้วยตนเองก่อนทำสัญญาใจรับงบฟื้นฟูน้ำท่วม 16 ต.
ลุงสุรินทร์ กรรมการที่ปรึกษาบอร์ด พอช. แนะชุมชน อ.เสนาใช้งบน้ำท่วมเป็นฐานสู่การกำหนดอนาคตแก้ไขปัญหาชุมชนด้วยตนเอง ก่อนทำบันทึกความร่วมมือรับงบประมาณ 16 ตำบล
นายสุรินทร์ กิจนิตชีย์ กรรมการที่ปรึกษาบอร์ด สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวในการประชุมพัฒนาโครงการและลงนามบันทึกความร่วมมือโครงการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นที่ประสบภัยน้ำท่วมของอำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2550 ณ ศาลาประชาคมอำเภอเสนา ว่า “ ชุมชน อ.เสนาได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสถาบันฯ จำนวน 16 ตำบล ซึ่งได้มีการพัฒนาโครงการแบบบูรณาการ มี
หน่วยงานภาครัฐให้การสนับสนุน เช่น พัฒนาสังคมฯ พัฒนาชุมชน เกษตรอำเภอ นายอำเภอ รวมถึงหน่วยงานท้องถิ่น ในส่วนชุมชนเองซึ่งเป็นแกนหลักที่ทราบปัญหา ทราบสภาพที่แท้จริงของตนเองควรใช้โอกาสนี้ในงบประมาณส่วนนี้เป็นฐานในการกำหนดอนาคต แก้ไขปัญหาของชุมชนด้วยชุมชนเอง ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาที่นำไปสู่ความยั่งยืนต่อไปในอนาคต ”
นายธีรพล สุวรรณรุ่งเรือง ผู้จัดการสำนักงานปฏิบัติการภาคกลางตอนบน ให้ข้อมูลเสริม “ โครงการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นที่ประสบภัยน้ำท่วมของภาค ซึ่งมีพื้นที่ปฎิบัติการครอบคลุม 9 จังหวัด คือ อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ สิงห์บุรี สระบุรี ลพบุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง และอยุธยา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ประสบภัยหนักที่สุด นอกจากอำเสนาที่ได้รับแล้วรวมทั้งภาคได้ขอรับงบประมาณจากสถาบันฯ ผ่านสำนักงานภาค 522 ตำบล งบประมาณรวม 104 ,400 ,000 บาท ภาพรวมของกิจกรรมประกอบด้วย การฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ซ่อมแซมบ้านที่เสียหาย
การจัดสวัสดิการ ตั้งกองทุนหมุนเวียน ฟื้นฟูกลุ่มอาชีพ จัดตั้งศูนย์ระวังภัย เชื่อมโยงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และมีส่วนหนึ่งที่กันไว้สำหรับการบริหารจัดการของชุมชน ประมาณ 10 %
นอกจากนี้ผู้จัดการภาคฯ ยังย้ำให้ชุมชนเห็นความสำคัญของขบวนพัฒนาโครงการตลอดจนกลไกความร่วมมือของชุมชนทั้งระดับตำบลสู่การเชื่อมโยงระดับภาค ชี้ให้ชุมชนมองการณ์ไกลเพื่อเตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นในอนาคต โดยใช้ประสบการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา เช่น เตรียมพร้อมรับกับภัยแล้ง หรือเตรียมรับมือกับภัยน้ำท่วมในปีต่อ ๆ ไป ”
นางดวงเดือน พร้าวตะคุ เจ้าหน้าที่ปฎิบัติการชุมชน ผู้รับผิดชอบงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้ข้อมูลเพิ่ม “ สำหรับโครงการที่ได้รับงบประมาณทั้ง 16 ตำบล ของอำเภอเสนา ได้มีการพัฒนากลไกของแต่ละตำบล และมีการเชื่อมโยงสู่ตำบลอื่นเป็นเครือข่ายระดับอำเภอ เพื่อติดตามโครงการให้มีประสิทธิภาพและเตรียมขยายเครือข่ายเชื่อมโยงระดับจังหวัดต่อไป ”




