“ ไพบูลย์” ลุยพบม็อบหนี้เกษตรกรใน “ คอกวัว” โคราช
แต่ไร้ข้อสรุป ยันไปขออาศัย "ลาว"
“ ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม” รองนายกฯ ลงลุยพื้นที่พบปะหารือกับเกษตรกรกลุ่มม็อบหนี้สินอีสานที่โคราช หลังขู่อพยพไปขออาศัยอยู่ในแผ่นดินสปป.ลาว พร้อมรับปากจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเสนอข้อมูลรัฐบาลช่วยเหลือตามข้อเรียกร้อง ด้านกลุ่มเกษตรกรประชดนั่งชุมนุมในคอกวัว อ้างไม่มีที่ดินและบ้านอาศัยเพราะเจ้าหน้าหนี้ขับไล่-ยึดขายทอดตลอด เผยไม่พอใจผลการหารือยันจะยกขบวนอพยพไปขออาศัยแผ่นดินลาว 2-3 วันนี้ จี้รัฐบาลนายกฯสุรยุทธ์ลาออกไปหากแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรไม่ได้
วันนี้ (1 เม.ย.) นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่ร่วมหารือกับแกนนำกลุ่มเกษตรกรสภาเครือข่ายประชาชนภาคอีสาน ( สอส.) และเครือข่าย 4 ภาค พร้อมเยี่ยมชมฟาร์มเกษตรกรตัวอย่าง บ้านนากลาง ต.นากลาง อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา
โดยมีนายสมบูรณ์ งามลักษณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาพร้อมหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ ซึ่งก่อนที่จะเดินทางมาเยี่ยมชมฟาร์มดังกล่าว คณะของนายไพบูลย์ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงตำบล เสมา อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ของ สอส. โดย นายประพาส โงกสูงเนิน ประธาน สอส. พร้อมแกนนำสภาเครือข่ายประชาชนรวม 4 ภาค ได้นำเยี่ยมชมผลงานของเกษตรกร
ภายหลังเดินทางถึงฟาร์มเกษตรกรตัวอย่างบ้านนากลาง นายไพบูลย์ ได้เข้าทักทายพูดคุยกับเกษตรกรที่รวมตัวกันชุมนุมอยู่ในภายคอกวัว จำนวนกว่า 500 คน ซึ่งกลุ่มเกษตรให้เหตุผลว่า เดือดร้อนไร้ที่ทำกิน ไม่มีบ้านอยู่อาศัยเพราะถูกเจ้าหนี้ขับไล่ ยึดทรัพย์สินขายทอคตลาดไปหมดแล้ว จำต้องมาพักอยู่ในคอกวัวแห่งนี้แทน ซึ่งเรียกว่า “ โรงแรมคอกวัว” จากนั้น นายไพบูลย์ ได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับกลุ่มแกนนำ และหารือถึงข้อเรียกร้องเพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกรร่วมกัน
นายประพาส โงกสูงเนิน ประธาน สอส. กล่าวว่า จากข้อเรียกร้องของ สอส.ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมานั้นภาครัฐไม่สามารถดำเนินการตามข้อเรียกร้องดังกล่าวได้ เนื่องจากบางหน่วยงานถือว่ามติ ครม.ในวันดังกล่าวไม่มีความหมายและไม่ปฏิบัติตาม กลไกต่างๆ ไม่เดินไปตามที่ได้พูดคุยตกลงกันไว้จึงเกิดปัญหาขึ้นมา เกษตรกรจึงได้เดินเท้าจาก จ.อุดรธานี เข้าไปยังกรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการช่วยเหลือ
ต่อมาในวันที่ 12-14 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมหารือกรอบแนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยประชุมร่วมระหว่างสภาเครือข่ายประชาชน 4 ภาค กับภาคราชการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ตัวแทน คมช., ตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตัวแทนกระทรวงเกษตร แต่ยังไม่สามารถหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้เกษตรกรได้
ในวันที่ 15 มี.ค.50 ตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ประสานให้หน่วยงาน คมช.และกรมบัญชีกลางมาหารือกับตัวแทนสภาเครือข่ายประชาชน 4 ภาคอีกครั้งจึงได้ข้อสรุปว่า เนื่องจากปัญหาหนี้สินของเกษตรกรไม่เข้าหลักเกณฑ์ของกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากไร้ ( กชก.) และกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กลุ่มสภาเครือข่ายฯ จึงต้องการให้มีองค์กรใหม่ขึ้นมาแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกร โดยขอให้กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณ พิจารณาในการจัดหางบประมาณให้ ตามข้อเรียกร้องในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรดังนี้
1. ให้แก้ไขปัญหาหนี้สินทั้งในและนอกระบบที่กำลังได้รับความเดือดร้อน โดยมีเกษตรกรที่เดือดร้อนอยู่จำนวน 1, 670 ราย ต้องการงบประมาณในการไถ่ถอนหนี้สินและซื้อที่ดินคืนจากการขายทอดตลาดไปแล้วจำนวน 853,213,676 บาท
2. ให้รัฐบาลสนับสนุนศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ตามที่ สอส. เสนอไปจำนวน 54 ศูนย์ โดยเสนอของบประมาณสนับสนุนศูนย์ละ 18 ล้านบาท เป็นเงิน 1,023,089,000 บาท
3. ให้รัฐบาลรับรองนโยบายปลูกไม้ใช้หนี้ ของสภาเครือข่ายประชาชน 4 ภาคเป็นหลักประกันหนี้แทนการใช้หลักทรัพย์ที่ดินค้ำประกัน
4. ให้รัฐบาลร่วมมือกับ สภาเครือข่ายประชาชน 4 ภาคในการแก้ไขปัญหาหนี้สินและความยากจนของเกษตรกร ตามแนวพระราชดำริฯ เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างความมั่นคงแก่ประเทศชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะของนายไพบูลย์ ใช้เวลาหารือกับกลุ่มเกษตรกรสภาเครือข่ายฯ นานกว่า 1 ชั่วโมง โดยรับปากที่จะนำข้อมูลและเท็จจริงจากการลงพื้นที่ในวันนี้ไปเสนอต่อรัฐบาลและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรภายในสัปดาห์หน้าส่วนจะได้คำตอบที่ชัดเจนอย่างไรไม่สามารถระบุได้
จากนั้นคณะของนายไพบูลย์ ได้เดินทางต่อไปยัง อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา เพื่อเยี่ยมชมศูนย์เศรษฐกิจพึ่งตนเองตำบลบ้านใหม่ไทยเจริญ ขณะที่กลุ่มเกษตรกรฯ ไม่ค่อยพอใจกับผลการหารือครั้งนี้และยังยืนยันที่จะยกขบวนเดินทางข้ามไปขออาศัยอยู่ในแผ่นดินประเทศสปป.ลาวตามที่ได้ประกาศไว้หลังการสลายการชุมนุมที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลเมื่อเร็วๆ นี้ โดยจะเดินทางไปภายใน 2-3 วันนี้ และ เรียกร้องให้รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ลาออกไป หากแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรไม่ได้




