การจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า เล เขา พี่น้องชาวใต้ร่วมกันกำหนด
เมื่อวันที่ 8-9 พฤษภาคม 2550 ที่ผ่านมา เครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 14 จังหวัด ภาคใต้ ร่วมกับ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน จัดสัมมนา “ ดิน น้ำ ป่า เล เขา เราร่วมกำหนด” ณโรงแรม แกรนด์เสาวลักษณ์ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อระดมความเห็นและข้อเสนอการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางความร่วมมือระหว่างเครือข่ายทรัพยากรฯ หน่วยงานภาครัฐ วิชาการ และภาคีพัฒนาในท้องถิ่น ตลอดจนกลไกขับเคลื่อนงานในพื้นที่ปฏิบัติการ มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 200 คน การสัมมนาครั้งนี้มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่
- การจัดเวทีเสวนา “ สถานการณ์ที่เป็นอยู่สู่การแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภาคใต้” ผ่านการบอกเล่าสถานการณ์และการขับเคลื่อนงานอย่างเป็นรูปธรรมของเครือข่ายลุ่มน้ำหลังสวน จ.ชุมพร อ่าวบ้านดอน จ.สุราษฎร์ธานี เครือข่ายการปฏิรูปที่ดินภาคใต้ เครือข่ายป่าชุมชน สิ่งแวดล้อมเมือง และเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคใต้
- การแบ่งกลุ่มย่อยระดมความเห็นและข้อเสนอในการจัดการทรัพยากรฯ เป็นการแบ่งกลุ่มย่อยและลงพื้นที่รูปธรรม ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ได้แก่
กลุ่มที่ 1 ฐานการจัดการทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่ปากน้ำท่าทอง
กลุ่มที่ 2 ฐานที่ดิน ลงพื้นที่บ้านท่าชี
กลุ่มที่ 3 ฐานสิ่งแวดล้อมเมือง ลงพื้นที่ชุมชนเจริญลาภ อ.พุนพิน
กลุ่มที่ 4 ฐานลุ่มน้ำ โรงแรมแกรนด์เสาวลักษณ์
กลุ่มที่ 5 ฐานการจัดการพื้นที่ประสบภัยพิบัติ โรงแรมแกรนด์เสาวลักษณ์
หลังจากที่แต่ละกลุ่มได้ระดมความคิดเห็นกันอย่างข้มเข้น จึงได้ข้อเสนอการจัดการทรัพากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภาคใต้ สรุปได้ดังนี้
- การจัดการทรัพยากรชายฝั่ง/อ่าว เสนอให้รัฐกระจายอำนาจการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชนท้องถิ่น โครงการขนาดใหญ่ของรัฐต้องมีการศึกษาผลกระทบ และให้ข้อมูลแก่ประชาชนในพื้นที่จัดทำประชาพิจารณ์ ให้ยกเลิกการประมงแบบทำลายล้าง ยกเลิกและแก้ไขกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ยกเลิกการนำเข้าสารเคมีทางการเกษตร ให้รัฐสนับสนุนให้มี พรบ.ป่าชุมชน พรบ.ทะเลชุมชน ฉบับประชาชน และให้รัฐจัดตั้งกองทุน เพื่อซื้อคืนที่ดินป่าชายเลน ที่ถูกครอบครองโดยนายทุน เป็นต้น
- การจัดการที่ดิน เสนอให้รัฐออกกฎหมายจำกัดการถือครองที่ดินให้จัดสรรที่ดินรัฐให้ประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกิน โดยเฉพาะที่ดินว่างเปล่า ไม่มีใครถือครองและที่ดินที่หมดระยะการเช่าแล้วและอนุญาตให้ประชาชนเช่าระยะยาว 30 ปีสนับสนุนให้มีการจัดทำแผนที่และแสดงแนวเขตให้ชัดเจนว่าเป็นพื้นที่ดินของหน่วยงานไหนรับผิดชอบ รวมทั้งให้รัฐจัดสรรงบประมาณสนับสนุนการจัดชุมชนและปฎิรูปที่ดินใหม่ในที่ดินที่ได้รับอนุญาต
- การจัดการสิ่งแวดล้อมเมือง เสนอให้รัฐประกาศให้เรื่องการจัดการขยะเป็นวาระแห่งชาติสนับสนุนให้มีการคัดแยกขยะตั้งแต่ครัวเรือน ให้รัฐออกมาตรการการจัดระบบน้ำเสีย การจัดการขยะ ระดับชุมชน โดยรัฐต้องสนับสนุนด้านงบประมาณ ความรู้ อุปกรณ์ บุคลากร รวมทั้งให้มีการบรรจุหลักสูตรการจัดการสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับท้องถิ่นในสถานศึกษาในพื้นที่
- การจัดการป่าต้นน้ำ/ลุ่มน้ำ เสนอให้รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุนเกษตรกร องค์กรชุมชนให้มีบทบาทหลักในการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม รัฐต้องสนับสนุนงบประมาณ/ตั้งกองทุนสนับสนุนองค์กรเกษตรกร/ชุมชน/ภาคประชาชนในการจัดการทรัพยากรฯ ให้รัฐยกเลิกโครงการที่มีผลกระทบต่อทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ปรับแก้กฎหมายนโยบายที่ไม่สอดคล้อง และให้ภาคประชาชน/ชุมชนเข้าไปมีส่วนร่วม เป็นต้น
- การจัดการพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีคลื่นกัดเซาะเสนอให้ภาคประชานมีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการที่หน่วยงานมีงบประมาณดำเนินการอยู่แล้ว เช่น การสร้างผนังกันคลื่นคอนกรีต ให้รัฐออกมาตรการหรือกฎหมายห้ามทำนากุ้งบริเวณชายฝั่งอย่างเด็ดขาดโดยเฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่ซึ่งมีท่อดูด ส่งน้ำ ลงทะเลทำให้กระแสน้ำ ลม เปลี่ยนทิศ ส่งผลให้ตลิ่งพังเร็วขึ้น กรณีน้ำท่วม/ภัยแล้ง เสนอให้ให้รัฐบาลส่งหน่วยงานที่รับผิดชอบ ปรับปรุงท่อระบายน้ำ/สะพาน/ท่อบล๊อค ให้สามารถระบายน้ำช่วงหน้าฝนได้คล่องตัว สนับสนุนชุมชนในการป้องกันและฟื้นฟูชุมชนจากปัญหาน้ำท่วม/ภัยแล้ง อย่างต่อเนื่อง และกว้างขวาง และให้รัฐสนับสนุนบประมาณเพื่อสนับสมทบกับกองทุนของชุมชนในการป้องกันและฟื้นฟูชุมชน หลังน้ำท่วม สำหรับการแก้ปัญหาระยะยาว เสนอให้รัฐสนับสนุนภาคประชาชนในการัดทำแผนแม่บทการป้องกันภัยพิบัติและการเชื่อมโยง เครือข่ายผู้ประสบภัยให้เข้มแข็ง รวมทั้งสนับสนุนการจัดกระบวนการเรียนรู้ เกี่ยวกับภัยพิบัติทุกประเภทโดยกระบวนการชุมชนอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวข้างต้น จะได้มีการประมวลสรุปเพื่อนำเสนอในการสัมมนา “ รัฐหนุน เสริมราษฎร์ เพื่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยั่งยืน” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-24 พฤษภาคม 2550 ณ อิมแพค เมืองทองธานี




