เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.คณะกรรมาธิการด้านเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และความมั่นคงของมนุษย์ กำหนดให้มีการศึกษาพื้นที่รูปธรรม โดยเลือกพื้นที่สภาชุมชนตำบลหนองสาหร่าย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ในโอกาสนี้รองนายกรัฐมนตรีไพบูลย์ จึงร่วมสมทบขบวน เพื่อพบกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ เป็นการเริ่มต้นแนวทางสมานฉันท์
ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอพนมทวน ประกอบด้วย 8 หมู่บ้าน ในอดีตเป็นชุมชนที่ตกอยู่ภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์ ประสบปัญหาในลักษณะวงจร”โง่-จน-เจ็บ” ตัวเลขการสำรวจในปี 2543 พบว่า หนี้สินทั้งในและนอกระบบรวม 88 ล้านบาท ในขณะที่ทั้งตำบลมีรายได้เพียง 72 ล้านบาทต่อปีและยังต้องอยู่ในสภาพไม่มีหลักประกันด้านสวัสดิการ
แต่สภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้พบว่า บ้านแต่ละหลังดูสะอาดเป็นระเบียบ มีแปลงผักปลุกไว้ข้างบ้าน หลายบ้านมีวัวฝูงใหญ่ และยังมีการสร้างเป็นโรงผลิตปุ๋ยหมักของชุมชน โรงผลิตน้ำดื่มของชุมชน โรงสีข้าวของชุมชน ร้านค้าชุมชน อาคารที่เป็นที่ตั้งของสถาบันการเงินชุมชน ตลอดจนความสมัครสมานสามัคคีของสมาชิกในชุมชน
กระบวนการแก้ปัญหาเริ่มจาก ผู้นำชุมชนตระหนักถึงปัญหา มีการรวมกลุ่มหาทางแก้ปัญหาชุมชน เดินทางไปศึกษาเรียนรู้จากพื้นที่อื่นคือ อบต.เขาคราม จังหวัดกระบี่ ชุมชนตำบลไม้เรียง จังหวัดนครศรีธรรมราช และนำมาปรับใช้ในพื้นที่เพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตที่ดีงามของชุมชนให้หวนกลับคืนมา นายศิวโรจ จิตนิยม ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลหนองสาหร่าย กล่าวว่า พื้นที่ตำบลหนองสาหร่าย ประกอบด้วยกลุ่มต่างๆทั้งที่ราชการจัดตั้ง และชุมชนตั้งกันเองมากมาย เช่น อสม. กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มเกษตรกร รวมทั้งกำนัน ผุ้ใหญ่บ้าน อบต. ชุมชนจึงหันมาประชุมทุกฝ่ายทุกกลุ่มที่มีในชุมชน รวมกันรวบรวมข้อมูล เสนอทางแก้ไขปัญหา
กระทั่งสรุปเป็นแผนพัฒนาตำบล มีการจัดตั้งเป็นคณะกรรมการ เราเรียกกันเองว่า สภาผุ้นำ 79 ซึ่งก็คือสภาองค์กรชุมชนซึ่งแต่ละแห่งเรียกชื่อต่างกันไป มีตัวแทนกลุ่มจากทุกหมู่บ้าน ได้แก่ กลุ่มเยาวชน กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มกองทุนหมู่บ้าน กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มแม่บ้าน รวมทั้งเชิญ พระสงฆ์ ครู ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน สมาชิกอบต. นายกอบต. ซึ่งทุกคนล้วนเป็นสมาชิกคนหนึ่งในชุมชน แผนพัฒนาตำบลที่ทุกฝ่ายร่วมกันคิดค้นสามารถนำเสนอแผนพัฒนาเข้าสู่อบต. ของบประมาณสนับสนุนก็ทำได้สะดวก เพราะสมาชิกอบต. นายกอบต.เข้าร่วมกระบวนการและร่วมเป็นสภาผุ้นำ
นายศิวโรจ กล่าวถึงผลสำเร็จที่เกิดขึ้นคือ วันนี้เรารวมเงินกองทุนต่างๆในชุมชนเข้ามาบริหารจัดการอย่างบูรณการ จัดตั้งเป็นสถาบันการเงินชุมชนตำบลหนองสาหร่าย ส่งเสริมการออมแจกกระปุกออมสินหยอดเหรียญบาท จัดสรรสวัสดิการทุกด้านให้แก่ทุกคนในชุมชน แก้ปัญหาหนี้สินด้วยหลักคุณธรรม และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ลดการดื่ม ลดการสูบบุหรี่ เป็นสัญญาใจ ปลูกผักสวนครัว ทำปุ๋ยหมัก ทุกวันนี้อบต.ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายการกำจัดขยะ เพราะเราใช้วีธีการธรรมชาติ จัดทำเป็นโรงปุ๋ยหมัก แม้แต่เรื่องสวัสดิการกีฬาที่มองว่าเป็นเรื่องเล็ก แต่ชุมชนเราจัดเป็นสวัสดิการที่สำคัญ จนวันนี้คนหนองสาหร่ายมีร่างกายแข็งแรง รู้แพ้รู้ชนะ เด็กนักเรียนสามารถเข้าโรงเรียนที่มีชื่อเสียงได้ด้วยสวัสดิการกีฬา
นายศิวโรจ ขยายความต่อว่า เรามีแหล่งเงินทุนของเราเองให้สมาชิกในชุมชนไม่ต้องไปพึ่งสถาบันการเงินอย่างธนาคารที่เสียดอกเบี้ยแพง ยึดหลักคุณธรรม และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นเงื่อนไขในการปล่อยเงินกู้ สามารถใช้ความดีของสมาชิกมาค้ำประกันเงินกู้ นอกจากนี้โรงเรียนแต่ละแห่งในตำบล จัดให้มีหลักสูตรชุมชนท้องถิ่น ให้นักเรียนได้ศึกษาเรื่องเกี่ยวกับสภาองค์กรชุมชน การจัดสวัสดิการของเรา นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรี รมต.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า การคิดออกกฎหมาย หรือนโยบายหลายครั้งคิดจากทางทฤษฏี ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีแต่ที่ดีที่สุดคือคิดจากการปฏิบัติจริง โดยเฉพาะคิดจากฐานประชาชน ดังที่ชุมชนตำบลหนองสาหร่าย รวมถึงตำบลอื่นน่าจะเป็นกรณีศึกษาว่า คนในตำบลร่วมแรงร่วมใจสร้างความอยู่ดีมีสุขได้อย่างไร และจะพบว่าไม่ใช่เรื่องการขัดแย้ง หรือลดอำนาจ แต่เป็นความร่วมแรงร่วมใจกันเพราะมีตัวแทนจากทุกกลุ่มในตำบลมารวมตัวกัน
สำหรับปัญหาความขัดแย้งในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน นายไพบูลย์ กล่าวว่า ตนจะใช้วิธี”สันติสมานฉันท์”แก้ปัญหาความขัดแย้ง จัดให้มี”ประชาเสวนา”เป็นเวทีให้ร่วมกันคิด พูดคุยเพื่อหาทางไปสู่วัตถุประสงค์ร่วมกัน มาร่วมกันระดมความคิด และเอาตัวอย่างที่มีอยู่ขณะนี้ เช่นสภาชุมชน สภาชาวบ้าน ซึ่งมีชื่อแตกต่างกันไป มาศึกษาว่าเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าจะสนับสนุนให้ดีมากขึ้นต้องออกกฎหมายอย่างไร ซึ่งอาจจัดเวทีทั้ง 4 ภาค และจัดระดับประเทศ นางมุกดา อินต๊ะสาร สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ และจะผลักดันกฎหมายฉบับนี้ เพื่อที่จะเป็นการรับรองสถานภาพและการทำงานขององค์กรท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหาของชุมชนต่อไป




